ว่าที่ กกต.ชุดใหม่ กับอำนาจตามรัฐธรรมนูญ

  • Friday, December 8, 2017 - 00:00


    ต้องรอดูว่า หลังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาตรวจสอบประวัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แล้ว ทาง กมธ. ของ สนช. จะมีการตรวจสอบประวัติในทางลึก อะไรจนทำให้ที่ประชุม สนช.อาจไม่ผ่านความเห็นชอบรายชื่อว่าที่ กกต.ชุดใหม่ ที่คณะกรรมการสรรหาฯ และที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาส่งมาหรือไม่ แต่ที่ผ่านมาการตรวจสอบประวัติของผู้จะไปอยู่ในองค์กรอิสระ ส่วนใหญ่โดยเฉพาะจาก สนช.ชุดนี้ ก็มักจะให้ความเห็นชอบเกือบทุกครั้ง ยกเว้นแค่กรณีการเห็นชอบผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่เกิดขึ้นกับกรณีของ ม.ล.ฤทธิเทพ เทวกุล อดีตรองประธานศาลฎีกา และ นพ.เรวัต วิศรุตเวช เท่านั้น แต่กรณีการเลือกว่าที่ กกต.ชุดใหม่ดังกล่าว จะเกิดกรณีซ้ำรอยหรือไม่ ต้องรอติดตาม

    ทั้งนี้ รายชื่อว่าที่ กกต.ชุดใหม่ จำนวน 7 คน แยกเป็น 5 ชื่อ มาจากคณะกรรมการสรรหา ประกอบด้วย 1.นายเรืองวิทย์ เกษสุวรรณ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ 2.นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ 3.นายอิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ 4.นางชมพรรณ์ พงษ์เจริญ สุธีรชาติ ที่ปรึกษากฎหมาย บริษัท วรวิสิฏฐ์ จำกัด และหัวหน้าสำนักงานกฎหมายสุธีรชาติ 5.ประชา เตรัตน์ อดีตหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และอดีต ผวจ.หลายจังหวัด เช่น นราธิวาส ชลบุรี และสุราษฎร์ธานี และอีก 2 คน มาจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาคือ 1.นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาศาลฎีกา 2.นายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา

    สำหรับภารกิจที่รออยู่ของ กกต.ชุดใหม่ ก่อนหน้านี้ สมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านการเลือกตั้ง ที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่งในเร็ววันนี้ ได้กางตารางงานของ กกต.ชุดใหม่ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อเร็วๆ นี้ว่า งานหลักของ กกต.ชุดใหม่จะมีดังนี้

    1.จัดการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศ ร่วม 8,000 แห่ง 2.จัดการสรรหา ส.ว. โดยเป็นการรับระดับอำเภอ จัดให้มีการประชุมเลือกไขว้ 3 ระดับ คือ ระดับอำเภอ และจังหวัด ให้ได้ 200 ชื่อ ก่อนวันเลือกตั้ง ส.ส. 15 วัน ส่ง คสช.เพื่อคัดให้เหลือ 50 ชื่อ 3.จัดให้มีการรับสมัคร และคัดเลือกผู้ตรวจการเลือกตั้งจำนวนประมาณ 500 คน เพื่อทำหน้าที่ตรวจการเลือกตั้ง ส.ส. และการสรรหา ส.ว. ให้พร้อมทำหน้าที่ หลังจากมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง 4.จัดการเลือกตั้ง ส.ส. ให้แล้วเสร็จใน 150 วัน หลัง กม.ลูกสำคัญ 4 ฉบับประกาศใช้ โดยให้มีการรับสมัครและจับสลากที่จังหวัดทุกจังหวัด (เดิมจับที่ส่วนกลางและใช้เบอร์เดียวทั้งประเทศ) จัดทำสถานที่ติดป้ายโฆษณาให้แก่ผู้สมัคร-พิมพ์บัตรที่แตกต่างกัน 350 แบบ (เนื่องจากแต่ละเขต เบอร์พรรคไม่ตรงกัน) กำหนดหน่วยเลือกตั้งใหม่ประมาณ 30% เนื่องจากกำหนดจำนวนผู้มีสิทธิ์ต่อหน่วยเปลี่ยนจาก 600-800 คนต่อหน่วย เป็น 1,000 คนต่อหน่วย กำหนดเขตเลือกตั้งใหม่ (เนื่องจาก ส.ส.เขตลดลงจาก 375 คน เหลือ 350 คน) 5.เป็นผู้กำหนดวันเลือกตั้ง ภายใน 5 วันหลังจากที่รัฐบาลเป็นผู้ประกาศกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง โดยต้องกำหนดวันที่เหมาะสมว่าไปวันใด ภายใต้เงื่อนไขที่ยังไม่มีใครตีความว่า ต้องจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จใน 150 วัน หลังจาก กม.ลูก 4 ฉบับ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว (หากใช้เวลาจัดเลือกตั้งเต็มกรอบ 150 วัน โดยไม่รวมวันประกาศผล ก็สุ่มเสี่ยงกับการถูกฟ้องจากผู้แพ้เลือกตั้งว่า กกต.ทำผิดรัฐธรรมนูญ)

    โดยอำนาจหน้าที่ของ กกต.ตามรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ดังนี้ (1) จัดหรือดําเนินการให้มีการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกสมาชิกวุฒิสภา การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น และการออกเสียงประชามติ (2) ควบคุมดูแลการเลือกตั้งและการเลือกตาม (1) ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และควบคุมดูแลการออกเสียงประชามติให้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อการนี้ ให้มีอํานาจสืบสวน หรือไต่สวนได้ตามที่จําเป็นหรือที่เห็นสมควร

    (3) เมื่อผลการสืบสวนหรือไต่สวนตาม (2) หรือเมื่อพบเห็นการกระทําที่มีเหตุอันควรสงสัยว่า การเลือกตั้งหรือการเลือกตาม (1) มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือการออกเสียงประชามติ เป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ให้มีอํานาจสั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกการเลือกตั้ง หรือการเลือก หรือการออกเสียงประชามติ และสั่งให้ดําเนินการเลือกตั้ง เลือก หรือออกเสียงประชามติใหม่ ในหน่วยเลือกตั้งบางหน่วย หรือทุกหน่วย (4) สั่งระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือผู้สมัครรับเลือกตาม (1) ไว้เป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปี เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้นั้นกระทําการหรือรู้เห็นกับการกระทําของบุคคลอื่น ที่มีลักษณะเป็นการทุจริต หรือทําให้การเลือกตั้งหรือการเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม (5) ดูแลการดําเนินงานของพรรคการเมืองให้เป็นไปตามกฎหมาย (6) หน้าที่และอํานาจอื่นตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ในการสืบสวนหรือไต่สวนตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจะมอบหมายให้กรรมการการเลือกตั้งแต่ละคนดําเนินการ หรือมอบหมายให้คณะบุคคลดําเนินการภายใต้การกํากับของกรรมการการเลือกตั้ง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดก็ได้

    ทั้งหมดคืออำนาจหน้าที่ของ กกต.ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งจำเป็นต้องได้ กกต.ที่ดี มีคุณภาพ มีความเป็นกลางทางการเมือง มารับหน้าที่ดังกล่าว.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น