กรอ.เล็งตั้งโรงงานกำจัดแท่นปิโตรฯหมดอายุ

  • Friday, December 8, 2017 - 00:00

    กรอ. ถก สถาบันปิโตรเลียม หาแนวทางกำจัดแท่นขุดเจาะในทะเลกว่า 40 ล้านตัน หวังรีไซเคิลให้เกิดมูลค่าสูง ปักหมุดในพื้นที่อีอีซี จ่อให้บริษัทที่ทำธุรกิจขุดเจาะปิโตรเลียมลงขันตั้งแหล่งกำจัดกาก พร้อมรอความชัดเจน รมว.พลังงาน

    นายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า ได้หารือกับสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ถึงแนวทางการจัดตั้งโรงงานกำจัดแท่นขุดเจาะปิโตรเลียมที่หยุดดำเนินการผลิตแล้ว ซึ่งปัจจุบันในอ่าวไทยมีจำนวน 40 แท่น คิดเป็น 10% ของจำนวนแท่นที่มีทั้งหมด 400 แท่น ซึ่งน้ำหนักของแท่นขุดเจาะ 1 แท่นจะเท่ากับ 1 ล้านตัน รวมน้ำหนักแท่นขุดเจาะในทะเลไม่ต่ำกว่า 40 ล้านตัน ดังนั้นการนำแท่นมากำจัดด้วยการตัด แยก ดัด กลุ่มเหล็ก โลหะ ท่อ ปั๊ม ตลอดจนชิ้นส่วนต่างๆ ออกมารีไซเคิล จะเกิดมูลค่าสูง เบื้องต้นโรงงานนี้จะตั้งอยู่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) เพราะสะดวกต่อการเคลื่อนย้ายแท่นทางทะเลและเข้าฝั่งทางทะเลภาคตะวันออก

    ขณะที่รูปแบบของโครงการนี้จะเป็นการจัดตั้งโรงงานกำจัดกาก คือ ตัวแท่น เบื้องต้นอาจให้บริษัทด้านพลังงานที่ทำธุรกิจขุดเจาะปิโตรเลียมในไทยประมาณ 10 ราย อาทิ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) หรือ ปตท.สผ. บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของแท่นขุดเจาะ ร่วมลงขันจัดตั้งบริษัทกำจัดกาก หรืออาจใช้วิธีจ้างบริษัทกำจัดกากที่มีความเชี่ยวชาญ มีเทคโนโลยี เข้ามาดำเนินธุรกิจนี้ ซึ่งผลพลอยได้จากการกำจัดแท่นขุดเจาะนอกจากสามารถแยกชิ้นส่วนต่างๆ ของแท่นขุดเจาะออกมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องแล้ว ยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมอื่น

    "นโยบายนี้เป็นของนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ซึ่งตอนนี้นายศิริ ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่แล้ว ต้องติดตามว่าจะเดินหน้าต่อหรือไม่ แต่ส่วนเชื่อมั่นว่าจะเดินหน้าต่อ เพราะเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดนี้ ซึ่งจะต้องรอความชัดเจนจากอีกครั้ง ซึ่งหากโครงการนี้เกิดขึ้นจริง จะถือเป็นครั้งแรกในภูมิอาเซียน เพราะยังไม่มีประเทศที่มีการขุดเจาะปิโตรเลียมมีกระบวกการกำจัดแท่นด้วยวิธีนี้ หากไทยเป็นผู้ริเริ่มก่อนก็สามารถรับกำจัดแท่นในทะเลของประเทศอื่น อาทิ มาเลเซีย อินโดนีเซียได้ด้วย" นายมงคลกล่าว

    นอกจากนี้ กรอ. เตรียมเร่งออกระเบียบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษ โดยให้โรงงานรายงานปริมาณการปลดปล่อยหรือทิ้ง น้ำเสีย อากาศเสีย และของเสียออกจากโรงงานไปบำบัดหรือกำจัด เพื่อติดตามตรวจสอบการปลดปล่อยและเคลื่อนย้ายมลพิษอย่างเป็นระบบระเบียบมากยิ่งขึ้น โดยการรายงานดังกล่าวจะเชื่อมโยงไปกับ กรมควบคุมมลพิษ เพื่อนำมาจัดทำระบบฐานข้อมูลเผยแพร่สู่สาธารณชนเกี่ยวกับการปลดปล่อยมลพิษและของเสียจากโรงงาน.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น