หมอธีลั่นสัญญาใหม่ สกสค.-แบงก์ออมสิน ต้องเสร็จภายในธ.ค.

  • Friday, December 8, 2017 - 00:00

    นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์

    “ธีระเกียรติ” ยัน สกสค. ต้องเดินหน้า ทำข้อตกลงใหม่ กับธนาคารออมสิน และจะแก้ไขให้เสร็จสิ้นภายใน ธ.ค. ส่วนผู้กู้มีวินัยชำระหนี้ครบตามกำหนด จะต้องได้รับประโยชน์ตอบแทนแน่นอน

    นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มเครือข่ายพิทักษ์ของทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) แห่งประเทศไทย ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงตนเพื่อขอให้มีการดำเนินคืนดอกเบี้ยเฉลี่ยคืน (Cash Back) ให้กับผู้กู้โดยตรงเต็มจำนวนตามข้อตกลงที่เคยทำไว้กับประธานกรรมการกองทุน ช.พ.ค. ทั้ง 5 ฉบับ ว่า สำหรับกรณีดังกล่าว ขณะนี้ทาง สกสค.กำลังดำเนินการยกร่างข้อตกลงใหม่กับทางธนาคารออมสิน เนื่องจากข้อตกลงเก่า ทำให้เกิดปัญหา และถ้ามีการเรียกเงินคืนมาจากธนาคาร ผู้ที่ได้เงินก็จะไม่ใช่ครู แต่เป็น สกสค. อีกทั้ง ที่ผ่านมาเงินในบัญชีเงินกองทุนสนับสนุนพิเศษเงินกู้ ช.พ.ค.ที่ธนาคารออมสินหักไปนั้น ผู้ที่ได้ประโยชน์ คือ ครูที่ค้างชำระติดต่อกัน 3 งวด และจะทำให้มีการเบี้ยวหนี้มากขึ้น ครูดีๆ ก็จะแย่ ไม่ได้มีประโยชน์ต่อครูที่มีวินัยทางการเงินดี ดังนั้น ถ้าจะไม่ให้เกิดปัญหา และเกิดการช่วยครูจริงๆ ต้องไม่เอาข้อตกลงเก่า อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้จะต้องแก้ไขให้เสร็จสิ้นภายในธันวาคม นี้

    นายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค. กล่าวว่าตามที่ธนาคารออมสินทำบันทึกข้อตกลงกับ สกสค. เพื่อดำเนินโครงการสวัสดิการเงินกู้แก่สมาชิก ช.พ.ค.เริ่มตั้งแต่โครงการที่ 2- โครงการที่ 7 โดยบันทึกข้อตกลงระหว่าง สกสค.กับธนาคารออมสิน ข้อหนึ่ง กำหนดว่า ธนาคารออมสินจะจ่ายเงินสนับสนุนให้กับ สกสค.เพื่อใช้ในการพัฒนาสมาชิกและกิจการ ช.พ.ค. ในอัตราและระยะเวลาที่กำหนด และผู้บริหารของ สกสค.ที่ผ่านมาได้ทำหนังสือยินยอมให้ธนาคารออมสินหักเงินสนับสนุน ที่ได้รับจากธนาคารไปชำระหนี้เงินกู้ที่ผิดนัดชำระ และได้มีการดำเนินการหักเงินสนับสนุนดังกล่าวไปแล้ว จำนวน 11,000 ล้านบาท ต่อมา สกสค.ได้ทำหนังสือถึงธนาคารฯ เพื่อยกเลิกบันทึกข้อตกลงที่ผ่านมา และในขณะนี้ กำลังจัดทำบันทึกข้อตกลงใหม่ เนื่องจากบันทึกข้อตกลงและหนังสือยินยอมเดิมที่ได้ทำไว้กับธนาคาร ธนาคารจะหักเงินสนับสนุนฯ ไปชำระหนี้แทนผู้กู้ ที่ผิดนัดชำระแต่ผู้กู้ที่ไม่ผิดชำระ และมีวินัยทางการเงินที่ดี ไม่ได้รับการเหลียวแล ดังนั้น ในการทำบันทุกข้อตกใหม่ รมว.ศธ. ได้มอบแนวทางในการจัดทำว่า เงินที่เคยสนับสนุนให้กับ สกสค. ทาง สกสค.จะไม่ขอรับแต่ขอให้ธนาคารออมสินนำเงินที่จะสนับสนุนดังกล่าวไปจ่ายคืน หรือลดดอกเบี้ยให้กับครูผู้กู้ที่มีวินัยทางการเงินดีด้วย รวมถึงต้องมีการลงรายละเอียดต่างๆ ให้ชัดเจน.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น