สรุปไม่ระงับนำเข้า"วัคซีนไข้เลือดออก "

  • Friday, December 8, 2017 - 17:31

    วันที่ 8 ธ.ค. นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีการประชุมร่วมกับผู้เชี่ยวชาญหลายองค์กร ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและมีการใช้วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกเชื้อเด็งกี่ทั้ง 4 สายพันธุ์ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อหารือกันหลังจากประเทศฟิลิปฟินส์มีการสั่งระงับการใช้วัคซีนดังกล่าว เนื่องจากมีผลข้างเคียงรุนแรง ว่า จากการประชุมร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ ได้ข้อสรุปว่า การใช้วัคซีนดังกล่าวเป็นการตรวจชนิดใหม่ ที่ใช้ฉีดในอายุ 9-45ปี ซึ่งก็ต้องยอมรับว่ามีปัญหา คือ การได้ในผู้ที่เคยได้รับเชื้อได้ผลในการป้องกันดีมาก สามารถลดการนอนโรงพยาบาลได้มาก แต่ในผู้ที่ไม่เคยได้ติดเชื้อเลย จากการติดตามพบว่าจะสามารถป้องกันได้ใน 2 ปีแรกได้บ้าง แต่หลังจากฉีดเข้าปีที่ 3 ปรากฏว่ามีการนอนโรงพยาบาลสูงกว่า 1.4 เท่า หากเทียบกับผู้ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนเลย แต่ทางวิทยาศาสตร์ไม่มีนัยยะทางสถิติจำเป็นต้องมีการศึกษาต่อไป ทั้งนี้พบว่าการฉีดวัคซีนดังกล่าวจะเกิดปัญหากับเด็กอายุ 9-10 ปีที่มีการติดเชื้อมาแล้ว 80 % มากกว่าผู้ใหญ่อายุ 20 ปีขึ้นไปที่มีการติดเชื้อมาแล้ว 90 % ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าวัคซีนยังใช้ป้องกันโรคได้ผลดีอยู่

    นพ.ทวี กล่าวอีกว่า ทั้งนี้สำหรับประเทศฟิลิปปินส์นั้นที่ระบุว่าพบไข้เลือดออกรุนแรงนั้นหมายถึงการพบไข้เลือดออกแต่อาการไม่ได้รุนแรงถึงตาย ต้องบอกก่อนว่าไข้เลิกออกมี 4 ระดับความรุนแรง คือระดับ 1-2 จะมีไข้มีตุ่มแดงเล็กน้อย อาการจะไม่รุนแรง ระดับ 3มีน้ำรั่ว อาการต้องระวัง และ 4 สามารถมีอาการช็อกได้ ซึ่งจากการฉีดวัคซีนดังกล่าวพบเพียงอาการ 1-2 ผู้ป่วยหายหมด ยังไม่พบอาการรุนแรงถึงกับทำให้เสียชีวิต อย่างไรก็ตามขณะนี้ จากข้อมูลพบว่ามีการสั่งมาใช้ในประเทศไทยประมาณ 35,000 เข็ม และฉีดวัคซีนไปแล้วประมาณ 10,000คนส่วนมากเป็นผู้ใหญ่ก็ ยังไม่มีการสั่งระงับการขึ้นทะเบียน รพ.รัฐหรือเอกชนสามารถใช้ได้ตามปกติ แต่ยังไม่มีการบรรจุเป็นวัคซีนพื้นฐาน เพราะการบรรจุนั้นต้องมีการศึกษาหลายส่วน ทั้งเรื่องความพร้อมของงบประมาณ ความสมบูรณ์ของวัคซีน เช่นวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ B,C กว่าจะมีการบรรจุก็ใช้เวลาประมาณ 8 ปี

    “สำหรับผู้ที่กำลังจะฉีดกลุ่มที่เคยรับเชื้อแล้วก็แนะนำให้มีการแดให้ครบ ส่วนในกลุ่มที่ไม่เคยรับเชื้อหรือไม่แน่ใจที่อยู่ระหว่างการฉีดหรือกำลังตัดสินใจหากจะแดต่อก็ขอให้ได้รับการแนะนำจากแพทย์ในเรื่องผลของการฉีดวัคซีน อย่างไรก็ตามสำหรับข้อมูลใหม่ในเรื่องแนวโน้มสถานการณ์ของไข้เลือกออกทราบว่า เมื่อ 60 ปีก่อนหน้านี้พบในเฉพาะกลุ่ม เช่น ไทย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียแต่อีก 60 ปีข้างหน้าเนื่องจากอากาศที่ร้อนขึ้นจำระบาดไปทั่วโลก แม้จะมีการให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการป้องกันและการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงต่างๆ แต่ก็จะไม่ได้ผลมากนัก”นพ.ทวี กล่าว.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น