ปฏิบัติการ ‘ไม้ซีกงัดไม้ซุง’ ทวงคืนป่าห้วยเม็ก โดยสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านดง

  • Saturday, December 9, 2017 - 00:00


    ปฏิบัติการทวงคืนพื้นที่สาธารณะป่าห้วยเม็กของชาวบ้านตำบลบ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ กลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศ เมื่อชาวบ้านกลุ่มเล็กๆ สามารถต่อสู้เพื่อทวงคืนผืนป่าจากบริษัทเครื่องดื่มผสมเคเฟอีนที่มีอำนาจเงินตราและมีทุนมหาศาล เหมือนดังไม้ซีกที่งัดไม้ซุงได้สำเร็จ...

    เบื้องหลังชัยชนะที่ยิ่งใหญ่นี้มาจากการใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านดงเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเพื่อปกป้องสิทธิของชุมชนจนนำไปสู่ความสำเร็จ !!

    ไพบูลย์ บุญลา ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เล่าให้ฟังว่า การต่อสู้ของชาวบ้านแรกๆ ก็มีความหวั่นเกรงว่าจะไม่ได้ผืนป่าคืนมา แต่เพราะความหนักแน่น ความสามัคคีของกลุ่มที่ต่อสู่กันมาโดยตลอด จนได้พื้นที่สาธารณะป่าห้วยเม็กกลับคืนมา

    “ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้ ลึกๆ แล้วเกิดจากสื่อต่างๆ ที่เป็นแรงช่วยผลักดัน ช่วยกันติดตามนำเสนอข้อมูลข่าวสาร แต่พลังที่สำคัญคือเกิดจากคนในชุมชน แม้จะเป็นพลังเงียบ แต่ก็เป็นแรงผลักดันอย่างมาก รวมทั้งสภาองค์กรชุมชนตำบล อำเภอ และจังหวัดที่ช่วยกัน เป็นแนวร่วม และช่วยชี้แนะให้แนวคิด” ลุงไพบูลย์เกริ่นนำ

    ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านในตำบลบ้านดงต่างรู้ข่าวการกว้านซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตเครื่องดื่มของบริษัทเครื่องดื่มผสมเคเฟอีนชื่อดัง ต่อมาในเดือนกันยายน 2558 บริษัทฯ ทำหนังสือขออนุญาตใช้เส้นทางสาธารณะในพื้นที่ตำบลบ้านดง ตามมาตรา 9 พ.ร.บ.ป่าไม้ที่ดิน ซึ่งชาวบ้านเคยใช้ประโยชน์ร่วมกัน เป็นแหล่งอาหารจากป่า เก็บเห็ด หาหน่อไม้ ให้ความชุ่มชื่นแก่ผืนดิน

    วันที่ 5 มกราคม 2559 กรมที่ดินมีหนังสือถึงผู้ว่าฯ จ.ขอนแก่น โดยอ้างว่ายังไม่มีรายละเอียดครบถ้วน ไม่มีรายงานประชาคม และไม่มีรายงานผลการประชุมสภา อบต. รวมทั้งไม่มีการตรวจสอบแนวเขตและผลกระทบจากประชาชน

    วันที่ 13 มกราคม 2559 จังหวัดขอนแก่นมีหนังสือถึงนายอำเภออุบลรัตน์ให้แจ้งให้ อบต. ดำเนินการในส่วนที่ยังขาดไม่สมบูรณ์ พร้อมแจ้งรายละเอียดการเช่าที่ดินป่าห้วยเม็ก และทางสาธารณะจำนวน 12 ไร่เศษ แกนนำสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านดง (ขณะนั้นเพิ่งเริ่มจัดตั้ง ยังไม่มีการเปิดประชุมอย่างเป็นทางการ) ได้เห็นเอกสาร เห็นความไม่ชอบมาพากล จึงเริ่มประชุมหารือในกลุ่มเล็กเพื่อติดตามข้อมูลและหาทางต่อสู้

    จากการพูดคุยกันของแกนนำสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านดงกลุ่มเล็กๆ ประมาณ 5-6 คนเรื่อยมา จนรวมคนได้ 28 คน จึงก่อตั้งกลุ่มขึ้นในนาม ‘กลุ่มคุ้มครองสิทธิชุมชน’ และเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านดง เพราะมี พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 รองรับ ไม่ใช่เป็นกลุ่มเถื่อน และสามารถใช้สิทธิตามที่ พ.ร.บ.ดังกล่าวกำหนดเอาไว้เพื่อต่อสู้เรียกร้องสิทธิชุมชน ตามมาตรา 21 (6) ที่ระบุเอาไว้ว่า....

    “จัดให้มีเวทีการปรึกษาหารือกันของประชาชนเพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการให้ความคิดเห็นต่อการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานของรัฐหรือเอกชนที่มีผลหรืออาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือทรัพยากรธรรมชาติ สุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน ทั้งนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานของรัฐซึ่งเป็นผู้ดำเนินการหรือเป็นผู้อนุญาตให้ภาคเอกชนดำเนินการต้องนำความเห็นดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาด้วย”

    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 กลุ่มสิทธิชุมชนทำหนังสือถึงนายอำเภออุบลรัตน์ "คัดค้านการเช่าที่และปิดเส้นทางสาธารณะ " พร้อมล่ารายชื่อชาวบ้าน 85 ครอบครัว และทำรายละเอียดอื่นๆ ประกอบ โดยได้รับการสนับสนุนจากสภาองค์กรชุมชนจังหวัดขอนแก่นนำคณะเข้ายื่นหนังสืออย่างเป็นทางการ

    ขณะที่บริษัทฯ เริ่มเข้ามาปิดเส้นทาง ถางป่า และเผาป่าบางส่วน เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับสร้างแหล่งน้ำสำหรับผลิตเครื่องดื่ม และสร้างโรงงาน ส่วนหนังสือร้องเรียนที่ชาวบ้านร้องเรียนไปที่อำเภอกับเงียบหาย อบต.ก็ปิดปาก แกนนำกลุ่มสิทธิชุมชนจึงไปเจรจากับบริษัทฯ เพื่อให้ยุติการก่อสร้างต่างๆ ก่อนจนกว่าจะมีความชัดเจน

    11 กรกฎาคม 2559 สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านดง นำเรื่องเข้าที่ประชุมสภาองค์กรชุมชนระดับจังหวัดเพื่อขอความเห็นชอบให้ใช้ มาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนฯ ตามสิทธิที่ระบุเอาไว้ใน (2) ว่า “ให้ที่ประชุมในระดับจังหวัดของสภาองค์กรชุมชน...เสนอแนะต่อผู้ว่าราชการจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับปัญหาและแนวทางแก้ไข หรือความต้องการของประชาชนในเรื่องการจัดทำบริการสาธารณะและการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคม คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม”

    อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านดงในช่วงนี้ยังเป็นไปอย่างทุกลักทุเล เพราะสภาฯ ตำบลบ้านดงเพิ่งจะก่อตั้ง ต้องมีขั้นตอนในการจดแจ้งจัดตั้ง ซึ่งจะต้องใช้เวลาระยะหนึ่งจนกว่าจะได้รับใบรับรองการจดทะเบียนสภาฯ จากนายทะเบียน ขณะที่หน่วยงานต่างๆ ตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ อบต. ต่างปิดปากเงียบ เนื่องจากบริษัทเอกชนมีเส้นสายใหญ่โต แม้ว่าสภาฯ จะยื่นหนังสือต่อ ผวจ.ขอนแก่น เพื่อ "ขอให้ทางราชการเข้ามาตรวจสอบแนวเขตที่สาธารณะ"

    31 ตุลาคม 2559 ศูนย์ดำรงธรรม จ.ขอนแก่นมีหนังสือตอบรับ แจ้งว่าที่ดินแปลงดังกล่าวกระทรวงมหาดไทยได้อนุมัติการเช่าแล้ว...

    30 พฤษภาคม 2560 สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านดงได้รับหนังสือรับรองทะเบียนสภาองค์กรชุมชนจากนายทะเบียนอย่างเป็นทางการ กลุ่มแกนนำสภาฯ จึงมีความมั่นใจมากขึ้นที่จะใช้สิทธิและหน้าที่ตาม พ.ร.บ.สภา ฯ ทวงคืนผืนป่าสาธารณะ เนื่องจากทราบว่าขั้นตอนการอนุมัติให้เช่าที่ดินดำเนินการโดยไม่ชอบ ไม่มีการทำประชาคมหรือสอบถามความเห็นจากชาวบ้าน ถือเป็นการทำประชาคมเท็จ

    19 มิถุนายน 2560 สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านดงทำหนังสือคัดค้านการเช่าที่ดินสาธารณะของบริษัทฯ ยื่นถึงนายกรัฐมนตรีในช่วงที่ลงพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งหลังจากหนังสือถึงนายกฯ กรมการปกครองมีหนังสือมายังสภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านดง แจ้งให้จังหวัดตรวจสอบข้อเท็จจริง และประมวลเอกสาร โดยให้ติดต่อกับสภาองค์กรขุมชนตำบลบ้านดงโดยตรง

    ขณะเดียวกันสื่อมวลชนต่างๆ ทั้งสำนักข่าวออนไลน์ สถานีโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ต่างนำเสนอข่าวเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง จนพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะที่ลงนามการให้เช่าที่ดินแปลงดังกล่าวต้องออกมาชี้แจง และประกาศว่า "หากมีประชาชนคัดค้านเพียง 1 คน พร้อมจะยกเลิกการให้เช่าที่ดิน"

    13 กันยายน 2560 กรมที่ดิน อำเภอ จังหวัด ลงพื้นที่สำรวจข้อเท็จจริง พบว่าป่ามีสภาพสมบูรณ์ กรมป่าไม้ชี้แจงว่าป่าห้วยเม็กยังไม่ขึ้นทะเบียนป่าชุมชน แต่เป็นที่ นสล. (หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง) ขณะเดียวกัน สภาองค์กรชุมชนภาคอีสานอีสานร่วมออกแถลงการณ์หนุนการทวงคืนป่าห้วยเม็ก
    (รูป 2 โรงงาน)

    15 กันยายน 2560 บริษัทฯ ออกแถลงการณ์ "พร้อมจะคืนป่าห้วยเม็ก" และต่อมาได้ประกาศยกเลิกการเช่าที่ดิน และยกเลิกการลงทุนในพื้นที่

    28 กันยายน 2560 ชาวบ้านร่วมกับส่วนราชการและท้องถิ่น ทหาร พระสงฆ์ นักเรียน สภาองค์กรชุมชนภาคอีสาน ฯลฯ ร่วมกันปลูกต้นไม้ต่างๆ กว่า 5,000 ต้นในป่าห้วยเม็ก เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าที่ถูกถากถางทำลาย

    นอกจากนี้สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านดง วางแผนการสำรวจจับพิกัด GPS เพื่อทำแผนที่ GIS แผนที่การใช้ประโยชน์ และจะดำเนินการยกร่างธรรมนูญตำบล เพื่อผลักดันเข้าสู่ข้อบัญญัติของท้องถิ่น เพื่อดูแลรักษาพื้นที่สาธารณะ พื้นที่ป่าแห่งอื่นๆ ให้ครอบคลุมทั้งตำบล...

    ถือเป็นการใช้สิทธิและหน้าที่ตาม พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนฯ เพื่อปกป้องสิทธิชุมชน รักษาป่า และพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน...!!

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น