เปิดตัว มิชลินไกด์กรุงเทพฯ “17 ร้านอาหารดัง” คว้าดาว

  • Sunday, December 10, 2017 - 00:00


    ในที่สุด กรุงเทพมหานคร ก็ได้รับการยกย่องให้เป็น "เมืองหลวงอาหารแห่งเอเชีย" อย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ มิชลิน ไกด์ แบรนด์ด้านอาหารชั้นนำของโลก เปิดตัวคู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักผ่านคู่มือ “มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ” หรือ “MICHELIN Guide Bangkok” ฉบับปฐมฤกษ์ ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยมีร้านอาหารในกรุงเทพมหานครผ่านการคัดเลือกรวมทั้งสิ้น 98 ร้าน

    นอกจากนี้ยังมีการประกาศรางวัลมอบดาวมิชลินให้ร้านอาหารต่างๆ จำนวน 17 ร้าน เชื่อว่าดาวมิชลินเหล่านี้จะเป็นสัญลักษณ์สำคัญเชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสความมีชีวิตชีวาอาหารในเมืองหลวงของไทยเพิ่มขึ้นได้อย่างแน่นอน

    นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวในงานเปิดตัวว่า ถือเป็นครั้งแรกสำหรับร้านอาหารที่ได้รับรางวัลมิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ โดยมีจำนวนทั้งหมด 98 ร้าน ซึ่งมีทั้งร้านอาหารในระดับหรูหราและร้านอาหารริมทาง หรือ Street Food มี 19 ร้านที่ได้รับการคัดเลือก และ 1 ใน 19 ร้าน ก็สามารถคว้ารางวัล 1 ดาวมิชลิน ซึ่งเป็นร้านอาหารคุณภาพราคาคุ้มค่าไม่เกิน 1,000 บาท ที่นักท่องเที่ยวทั่วไปสามารถหารับประทานได้

    สำหรับร้านอาหาร 1 ดาวมิชลิน หมายถึงร้านอาหารคุณภาพสูงที่ควรค่าแก่การหยุดแวะชิม จำนวน 14 ร้าน ซึ่งหนึ่งในร้านอาหารที่ถือเป็นไฮไลต์ของงาน คือร้านอาหารริมทางเจ๊ไฝ ย่านประตูผี ที่มีเอกลักษณ์อยู่ที่การปรุงอาหารตามสั่งด้วยเตาถ่าน สืบทอดกิจการมาจากรุ่นพ่อที่ทำกิจการยาวนานมากว่า 70 ปี ถือเป็นร้านอาหารริมทางแห่งเดียวในโลกที่ได้รับรางวัลนี้

    ส่วนร้านอาหารในกรุงเทพฯ ที่ได้รับ 2 ดาวมิชลิน เป็นร้านอาหารยอดเยี่ยมที่ควรค่าแก่การขับรถออกนอกเส้นทางเพื่อแวะชิมจำนวน 3 ร้าน และรางวัลบิบ กูร์มองด์ ร้านอาหารที่ได้รางวัลยอดนิยมในหมู่เชฟ จำนวน 35 ร้าน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับอาหารในกรุงเทพฯ ส่วนรางวัล 3 ดาว หรือสุดยอดร้านอาหารที่ควรค่าการเดินทางไกลเพื่อไปชิมสักครั้ง ยังไม่มีร้านใดได้รับรางวัล

    นอกจากนี้ คู่มือ “มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ” ฉบับปฐมฤกษ์ ยังได้คัดเลือกร้านอาหารริมทางจำนวนถึง 28 ร้านลงตีพิมพ์ในเล่ม สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายที่น่าประทับใจของร้านอาหารริมทางในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของนักเดินทางจากทั่วโลก

    ผู้ว่าการ ททท. กล่าวต่อว่า การได้รับรางวัลครั้งนี้ ททท.มุ่งหวังที่จะให้ประเทศไทยมีเสน่ห์ในการท่องเที่ยว ทำให้คนบ้านเราได้รับการบริการที่ดีด้านอาหาร พร้อมทั้งทำให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องการเข้ามาสัมผัสรสชาติอาหารผ่านคู่มือมิชลินไกด์ฉบับนี้ ที่ช่วยให้เศรษฐกิจไทยคึกคักมากขึ้น ตามนโยบายของรัฐบาล

    “หลังจากนี้ทุกร้านที่ได้รับรางวัลหรืออยู่ในคู่มือมิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ จะต้องรักษาคุณภาพของร้านอาหารตัวเองต่อไป ส่วนในอนาคตคาดว่าจะขยายมิชลินไกด์ไปยังจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลัก เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต ซึ่งถือเป็นการยกระดับอาหารในประเทศไทยสู่ระดับสากลได้อีกด้วย” ผู้ว่าการ ททท. กล่าว

    นายไมเคิล เอลลิส ผู้อำนวยการฝ่ายจัดทำคู่มือมิชลินไกด์ทั่วโลก กล่าวว่า ใช้เวลาสำรวจร้านอาหารในไทยนับหลายร้อยร้านเป็นเวลาเกือบ 1 ปี กว่าจะได้รายชื่อ 98 ร้าน ที่ได้รับการบรรจุในมิชลินไกด์ไทยแลนด์ฉบับแรก ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ในการประเมินของมิชลินมี 5 เรื่อง ได้แก่ คุณภาพของวัตถุดิบ ความชำนาญและเทคนิคในการประกอบอาหารลักษณะเฉพาะตัวของเชฟที่สื่อผ่านอาหารที่ปรุงขึ้น ความคุ้มค่าสมราคา ความเสมอต้นเสมอปลายของคุณภาพและรสชาติอาหาร โดยในระดับ 2 ดาวมิชลิน ซึ่งเป็นขั้นสูงสุด ที่ไทยได้รับในครั้งนี้จำนวน 3 ร้าน จากทั่วโลกที่มีจำกัดเพียงราว 400 ร้านเท่านั้น แสดงให้เห็นถึงการเลือกเฟ้นร้านอาหารที่ตรงกับการประเมินอย่างเข้มงวดจริงๆ และต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพเพื่อรักษาดาวไว้แบบปีต่อปี

    "สาเหตุที่ร้านในกรุงเทพฯ ยังไม่มี 3 ดาวมิชลิน อาจเป็นเพราะเพิ่งจัดในปีแรก อีกทั้งที่ผ่านมาร้านอาหารที่ได้ 3 ดาวจะต้องมีการพัฒนาและหาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควรจึงได้ยกระดับ 3 ดาว ดังนั้นในปีถัดๆ ไป ผมเชื่อว่าร้านอาหารต่างๆ ที่มีเสน่ห์ในกรุงเทพฯ จะทำได้อย่างแน่นอน เพราะมีหลายร้านที่มีศักยภาพ" ผู้อำนวยการฝ่ายจัดทำคู่มือมิชลินไกด์ทั่วโลก กล่าว

    ด้าน "เจ๊ไฝ-สุภิญญา จันสุตะ" วัย 72 ปี เจ้าของร้าน "เจ๊ไฝ" อาหารริมทางย่านประตูผี ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น "ร้านมิชลิน 1 ดาว" ประจำกรุงเทพฯ กล่าวว่า ดีใจ และภูมิใจมากสำหรับดาวมิชลิน 1 ดาว ที่ผ่านมามีลูกค้าเข้ามารับประทานอาหารจำนวนมาก และชมว่าอร่อยเกือบทุกเมนู เนื่องจากเป็นอาหารที่ทำด้วยประสบการณ์ที่สะสมจากพ่อแม่มายาวนาน

    ส่วนอาหารที่ทำให้ได้รับรางวัลครั้งนี้ คิดว่าเป็นเมนูไข่เจียวปู ที่จานละ 800-1,000 บาท ขณะที่ราคาอาหารในร้านเริ่มต้นที่ราดหน้าหมูและไก่ จานละ 200 บาท จนราคาแพงสุด 10,000 บาท คือราดหน้าเป๋าฮื้อ ซึ่งก็มีลูกค้าสั่งทุกวัน ส่วนคำถามที่ว่าอาหารแพงไปหรือไม่ อยากให้มาดูอาหารแต่ละจานที่สั่งออกมา ซึ่งผ่านการควบคุมทุกขั้นตอน จะทำให้ทราบว่าคุ้มราคา เพราะใช้วัตถุดิบเกรดเอ โดยเฉพาะอาหารทะเลที่สั่งตรงจากแหล่งผลิตสดๆ ใหม่ๆ ทุกวัน

    “เคล็ดลับที่ทำอาหารอร่อย ต้องอารมณ์ดี และทำทุกเมนูด้วยใจ เสิร์ฟด้วยความรัก ถึงแม้จะมีพนักงานเพียง 4 คน โดยมีลูกสาวเป็นลูกมือ ก็พร้อมจะทำงานต่อไปไม่ขยายสาขา พร้อมรักษาวิถีการทำอาหารไทยสไตล์ซีฟู้ด เพื่อทำให้คนทั่วโลกประทับใจ โดยปัจจุบันมีลูกค้าเข้าร้านประมาณ 200 คน และอาจเพิ่มได้มากกว่านั้น แต่ไม่รับทัวร์ ที่ผ่านมามีบุคคลสำคัญระดับนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และคนดังต่างๆ มาใช้บริการอย่างไม่ขาดสาย” เจ๊ไฝกล่าวทิ้งท้าย

    ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลรายชื่อร้านอาหารทั้งหมดที่ได้รับคัดและจัดอันดับอยู่ในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ ประจำปี 2561 ได้ทางเว็บไซต์ www.guide.michelin.com โดยสามารถเลือกให้แสดงผลได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หรือติดต่อสอบถามที่ 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย

    สรณะ รายงาน

    สุดยอดร้านดัง โดย“มิชลินไกด์”

    คู่มือ “มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ” ประจำปี 2561 ซึ่งเป็นฉบับปฐมฤกษ์นี้ มีร้านอาหารที่ผ่านการคัดสรรให้ได้รับรางวัล 2 ดาวมิชลิน จำนวน 3 ร้าน ได้แก่ 1.ร้าน Gaggan (กากั้น) ซึ่ง “กากั้น อนันต์” (Gaggan Anand) เชฟเจ้าของร้านเป็นผู้เนรมิตและนำเสนออาหารอินเดียในมิติที่ไม่ค่อยปรากฏให้เห็น แต่ละเมนูล้วนมีเอกลักษณ์โดดเด่นและแปลกใหม่สร้างสรรค์ ทว่าลงตัวทั้งเนื้อสัมผัส รสชาติ และระดับของเครื่องเทศที่พอดี 2.Le Normandie (เลอ นอร์มังดี) ร้านอาหารซึ่งเปิดให้บริการในโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล มาตั้งแต่ปี 2501 โดยนำเสนออาหารฝรั่งเศสชั้นสูงที่ปรุงขึ้นอย่างลงตัวด้วยวัตถุดิบชั้นยอด เทคนิคขั้นสูง ตลอดจนความกลมกลืนของรสชาติและรสสัมผัส และ 3.ร้าน Mezzaluna (เมซซาลูน่า) ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 65 ของโรงแรมเลอบัว โดยทีมเชฟยอดฝีมือรังสรรค์อาหารสไตล์ยุโรปที่มีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น โดยนำเสนอเป็นเซตเมนูให้เลือกทั้งแบบ 5 และ 7 คอร์ส

    ขณะเดียวกันยังมีร้านอาหาร 14 ร้านได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลิน โดย 7 ร้านในจำนวนนี้เป็นร้านอาหารไทยจากฝีมือการปรุงของเชฟชาวไทย สะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพของอาหารในท้องถิ่นได้อย่างดี อาทิ ร้านชิม บาย สยาม วิสดอม (Chim by Siam Wisdom) นำเสนอสำรับไทยที่ผสานความโบราณและความทันสมัย ตลอดจนความเป็นไทยและเทศเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว, ร้านโบ.ลาน, ร้านเสน่ห์จันทร์ ที่นำเสนออาหารไทยต้นตำรับและเมนูที่หาทานยาก อาทิ แกงรัญจวน และร้าน สระบัว บาย กิน กิน (Sra Bua by Kiin Kiin) ซึ่งเชฟปรุงอาหารโดยยังคงรักษาความเป็นไทยในรสชาติและวัตถุดิบ แต่มีการตีความใหม่และรังสรรค์ให้กลายเป็นอาหารสุดครีเอตที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมทั้งร้านอาหารริมทางหนึ่งเดียวที่ได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลิน ร้านเจ๊ไฝ ย่านประตูผี ที่ปรุงอาหารด้วยเตาถ่านในครัวเปิดขนาดเล็ก โดยสืบทอดกิจการที่รุ่นพ่อได้ริเริ่มขึ้นเมื่อ 70 ปีก่อน และโชว์ฝีมือระดับตำนานด้วยการปรุงเมนูเด็ดอย่างไข่เจียวปู ปูผัดผงกะหรี่ และโจ๊กแห้ง

    สำหรับร้านอาหารนานาชาติที่ผ่านการคัดสรรจากคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ’ ให้ได้รับรางวัล 1 ดาวมิชลิน ได้แก่ Ginza Sushi Ichi (กินซ่า ซูชิ อิชิ) ร้านซูชิระดับพรีเมียม ที่ใช้วัตถุดิบสั่งตรงมาจากตลาดในกรุงโตเกียวทุกวัน, Sühring (เซือริ่ง) ร้านอาหารที่เชฟสองพี่น้อง ‘มาธิอัส’ (Mathias) และ ‘โธมัส เซือริ่ง’ (Thomas Sühring) พิถีพิถันรังสรรค์เมนูอาหารเยอรมันสไตล์โมเดิร์นในแบบฉบับของตนเองที่โชว์ทั้งลูกเล่น ความคลาสสิก และความใส่ใจในการปรุง รวมถึงร้าน L’Atelier de Joël Robuchon (ลัตเตอลิเยร์ เดอ โจเอล โรบูชง), J’AIME by Jean-Michel Lorain (แฌม บาย ฌอง-มิเชล โลรองต์), Elements (เอเลเมนท์) และ Savelberg (ซาเวลเบิร์ก) ซึ่งล้วนเป็นร้านที่นำเสนออาหารฝรั่งเศสร่วมสมัย

    ในส่วนของรางวัลยอดนิยมในหมู่เชฟและร้านอาหารอย่างรางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ (Bib Gourmand) ซึ่งมอบให้กับร้านอาหารที่นำเสนออาหารคุณภาพในราคาคุ้มค่าไม่เกิน 1,000 บาท มีร้านอาหารได้รับรางวัลประเภทนี้จำนวนทั้งสิ้น 35 ร้าน อาทิ ร้านบ้านใหญ่ผัดไทย หนึ่งในร้านผัดไทยที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ หรือ ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่สวนมะลิ ร้านก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ที่เสิร์ฟความอร่อยให้ลูกค้าติดใจมายาวนาน และร้านเจ๊โอว ที่นำเสนออาหารไทยและอาหารทะเลสไตล์พื้นบ้าน โดยมีลูกค้าต่อคิวรอหน้าร้านเป็นแถวยาวเหยียดแทบทุกวัน รวมทั้งบ้านใน ร้านอาหารในบรรยากาศบ้านไม้ทรงไทยโบราณที่งดงามล้อมรอบด้วยสวนสวยร่มรื่น ซึ่งให้บริการอาหารไทยต้นตำรับรสชาติกลมกล่อม และร้าน Soul Food Mahanakorn (โซล ฟู้ด มหานคร) ที่นำเสนออาหารไทยสไตล์โมเดิร์น

    นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารริมทางที่น่าสนใจอีก 28 ร้าน อาทิ ร้านก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่สวนมะลิ (สาขาสี่แยกโรงพยาบาลกลาง) ถนนหลวง, ร้านลิ้มเหล่าโหงว (สาขาเยาวราช) ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา ถนนทรงสวัสดิ์, ร้านแอน ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ ถนนหลวง, ร้านเย็นตาโฟคอนแวนต์ ถนนคอนแวนต์ เขตบางรัก, ร้านโจ๊กปรินซ์ ถนนเจริญกรุง, ร้านก๋วยจั๊บอ้วนโภชนา ถนนเยาวราช, ร้านนายหมงหอยทอด ถนนพลับพลาไชย, ร้านเจริญแสงสีลม ข้าวขาหมู ถนนสีลม, ร้านตั้งซุ่ยเฮงโภชนา (สาขาพระราม 4) บะหมี่เป็ดและห่านหม้อดิน ถนนพระราม 4 ย่านสะพานเหลือง, ร้านเฮียหวานข้าวต้มปลา ถนนจันทน์, ร้านโกอ่างข้าวมันไก่ประตูน้ำ (สาขาประตูน้ำ) ถนนราชดำริ, ร้านทิพย์สมัยผัดไทย (สาขาประตูผี) ถนนมหาไชย, ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูรุ่งเรือง สุขุมวิท 26, ร้านบ้านใหญ่ผัดไทย ซอยอินทามาระ 47, ร้านจ๊ากกี่ ราดหน้าเนื้อเส้นหมี่ ถนนราชวิถี และร้านเอลวิส สุกี้ (สาขาซอยยศเส) ถนนพลับพลาไชย.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น