"ไพรินทร์ ชูโชติถาวร” รับภารกิจสางปัญหากระทรวงคมนาคม

  • Monday, December 11, 2017 - 00:00


    หลังจากมีการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งล่าสุดภายใต้การบริหารงานของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หรือ "ครม.ประยุทธ์ 5" ได้มีการปรับเปลี่ยนอยู่หลายตำแหน่ง ทั้งรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยในหลายกระทรวง หนึ่งในนั้นมีการปรับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม จากนายพิชิต อัคราทิตย์ มาเป็น "นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร" อดีตผู้บริหารระดับสูงจาก บมจ.ปตท.

    แน่นอนการเข้ามารับตำแหน่งในครั้งนี้ ไม่ใช่การมานั่งพัก เพราะภารกิจที่นายไพรินทร์ได้รับนั้นถือเป็นเรื่องที่ใหญ่และยากมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะการเข้ามาแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจภายใต้สังกัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งแต่ละแห่งมีปัญหาสะสมกันมาอย่างยาวนาน

    0 ไม่หนักใจที่ต้องมารับตำแหน่ง

    "รมช.คมนาคม เดินทางเข้ามาทำงานวันแรกที่กระทรวงคมนาคม ในวันที่ 1 ธ.ค.2560 ที่ผ่านมา โดยความรู้สึกแรกของนายไพรินทร์นั้น ตอบว่า "รู้สึกสบายใจ" เพราะกระทรวงคมนาคมมีผู้บริหารที่เข้มแข็ง คิดว่าไม่มีอะไรที่เป็นปัญหาที่เราแก้ไม่ได้ ถ้าเรามีความตั้งใจจริง ผมจะใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญการบริหารงานจาก ปตท.ที่เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีการลงทุนมากและใหญ่ที่สุดในตอนนี้ ก็คิดว่าจะเป็นส่วนที่จะทำประโยชน์และแก้ปัญหาที่ติดขัดให้กับกระทรวงคมนาคม ทั้งด้านเทคนิค กฎหมาย และพื้นที่เชิงพาณิชย์ ซึ่ง 3 เรื่องนี้จะเป็นปัญหาของโครงการก่อสร้าง

    "กระทรวงคมนาคมเป็นกระทรวงที่มีโครงการโครงสร้างพื้นฐานมากที่ต้องเร่งผลักดันให้สอดรับกับนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะไทยแลนด์ 4.0 และการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เช่น ทางอากาศน่าจะเป็นการเร่งพัฒนาสุวรรณภูมิเฟส 2 ในส่วนของถนนจะเป็นมอเตอร์เวย์ จะต้องสร้างเส้นทางใหม่เพิ่ม ด้านระบบรางมีรถไฟจะมีทางคู่และรถไฟความเร็วสูง ส่วนทางน้ำมีการพัฒนาท่าเรือ เช่น มาบตาพุด ซึ่งที่ผ่านมาแนวทางการบริหารงานด้านรถ เรือ ราง ต่างๆ เป็นสิ่งที่กระทรวงทำอยู่ และทำได้ดีอยู่แล้ว เพียงแต่จะต้องให้มีการเร่งรัดให้สอดคล้องกับแนวคิดที่รัฐบาลคิด เพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็ว"

    นอกจากนี้ ยังมีเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลต้องการให้ดำเนินการ คือ การผลักดันโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศให้รับกับไทยแลนด์ 4.0 และอีอีซี หรือชื่อเดิมคืออีสเทิร์นซีบอร์ด จริงๆ เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว ผมก็มีส่วนร่วมตอนที่ผมเป็นวิศวกรทีมชุดแรกๆ ที่ไปบุกเบิกนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและเวนคืนที่ดิน

    “30 ปีผ่านไป นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดติด 1 ใน 10 ของโลก และเป็นตัวที่สร้างจีดีพีให้กับประเทศ 20-3% ทางนายกรัฐมนตรีเลือกที่จะนำอีสเทิร์นซีบอร์ดมาสนับสนุนใหม่ภายใต้ชื่ออีอีซี คิดว่าเป็นแนวคิดที่ดีมาก ถ้าทำสำเร็จจะเป็นตัวหลักในการดันจีดีพีของประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีกระดับหนึ่ง อย่างที่เราเคยทำสำเร็จมาแล้วจากอีสเทิร์นซีบอร์ด ในฐานะวิศวกรคนไทยคนหนึ่ง ผมภูมิใจที่ได้เห็นพื้นที่อุตสาหกรรมหนักแห่งหนึ่งที่คนไทยทำเอง และทำได้ดีมาก ถ้าเทียบกับนานาประเทศ ฉะนั้นมหัศจรรย์แบบนั้นถ้าเราพยายามอีกครั้งหนึ่งผมเชื่อว่าเราทำได้ และพื้นที่ตรงนั้นจะเป็นอุตสาหกรรมไฮเทคสำหรับอนาคต”

    0 หน่วยงานที่ต้องกำกับดูแล

    กำกับดูแลพร้อมกับเร่งรัดโครงการในส่วนของทางบก ทางราง และทางน้ำ ประกอบด้วย 1.กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เรื่อง ปฏิรูปเส้นทางรถเมล์และปรับบทบาทกรมการขนส่งทางบกให้เป็นเรกูเลเตอร์ 2.การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เร่งรัดเรื่องการระดมทุนกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFF) วงเงิน 44,819 ล้านบาท สร้างทางด่วน 2 สาย คือ สายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนตะวันตก กับทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ช่วง N2-N3

    3.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.เร่งจัดซื้อรถเมล์ NGV ล็อตแรก 489 คัน วงเงิน 4,020 ล้านบาท ให้แล้วเสร็จภายปี 2561 4.บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) 5.กรมเจ้าท่า (จท.) เร่งรัดการพัฒนาเรือครุยส์ที่ จ.กระบี่ และ จ.ภูเก็ต รวมถึงพัฒนาเส้นทางเดินเรือเฟอร์รีเชื่อมทะเลอ่าวไทยสำหรับรองรับรถยนต์ จากปัจจุบันรองรับได้เฉพาะผู้โดยสาร และให้เร่งสะสางปัญหา IUU 6.การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ให้เร่งลงทุนโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 วงเงินกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

    7.การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด โดยเร่งรัดการลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา และรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-หัวหิน อีกทั้งให้เร่งรถไฟทางคู่เฟส 2 จำนวน 9 เส้นทาง ให้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเซ็นสัญญาเฟสแรก 5 เส้นทางให้แล้วเสร็จภายในเดือน ธ.ค.นี้

    นอกจากนี้ แล้วต้องเข้ามาดูเรื่องแผนฟื้นฟู 3 หน่วยงาน ได้แก่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) การรถไฟฯ และ ขสมก. ให้เป็นไปตามนโยบายของคณะกรรมการนโยบายกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.)

    0 แก้หนี้สินแสนล้านของ ขสมก.

    นายไพรินทร์ได้มอบนโยบายให้ ขสมก.รีบไปดำเนินการสรุปแผนฟื้นฟูองค์กรเพื่อล้างหนี้สินจำนวนแสนล้านบาท หลังจากนี้ต้องรีบสรุปแผนเพื่อเสนอกระทรวงคมนาคมและที่ประชุม คนร. เร็วที่สุดในเดือน ม.ค.นี้ ก่อนส่งเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

    อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นตนได้แนะนำว่าการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ไม่ใช่ทางออกของปัญหา โดย ขสมก.ต้องพิจารณาว่าจะไปขึ้นกับที่ใด กระทรวงคมนาคมหรือหน่วยงานกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อีกทั้งหากฟื้นฟูองค์กรแล้ว ขสมก.จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

    ส่วนนโยบายเร่งด่วนในการจัดหารถเมล์ใหม่โดยเฉพาะรถเอ็นจีวี 489 คัน ซึ่งหลังจากมีการเชิญเอกชนเข้ามาร่วมประมูลขายรถ มีเอกชนสนใจ 1 ราย และทราบว่าในสัปดาห์นี้คณะกรรมการ ขสมก.จะประชุมพิจารณาเรื่องดังกล่าว ซึ่งจะต้องติดตามต่อไปว่าคณะกรรมการ ขสมก.จะสรุปเรื่องการเสนอราคาของเอกชนและเปิดประมูลต่ออย่างไร แต่เชื่อว่าการเปิดประมูลรอบนี้น่าจะได้ผลสำเร็จ แต่เบื้องต้นได้ขอให้คณะกรรมการ ขสมก.ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างอย่างเคร่งครัด ขณะที่เป้าหมายจัดหารถใหม่เข้ามาให้บริการยังคงเป็นไปตามที่กระทรวงคมนาคมกำหนดไว้ว่า เปิดภาคเรียนของปีการศึกษา 2561 ขสมก.จะต้องมีรถใหม่เพื่อให้บริการเด็กนักเรียนใน กทม.และพื้นที่ใกล้เคียง

    0 เร่งลดอุบัติเหตุบนท้องถนน

    นายไพรินทร์ยังกล่าวความในใจถึงเรื่องหนึ่งที่อยากจะทำเป็นพิเศษว่า ในฐานะที่เป็นคนไทย ผมไม่สบายใจจากสถิติที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีคนตายบนถนนติดอันดับโลก ถ้าอยากจะทำโดยส่วนตัวเรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยากทำ ถ้าเราทำคนตายน้อยลงใน 1 คน จะเป็นกุศลมากมาย และเราจะเห็นว่าตัวเลขดูเหมือนแย่ลงด้วย เป็นเรื่องที่กระทรวงคมนาคมปฏิเสธไม่ได้ เพราะเป็นความรับผิดชอบโดยตรง โดยส่วนตัวเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก และอยากจะเข้ามาช่วยแก้ให้มันดีขึ้น

    “ตอนผมเป็นผู้บริหาร ปตท. ซึ่งเป็นหน่วยที่ใช้การขนส่งเยอะ ทั้งระบบท่อ ถนน ราง ในการขนถ่านหิน น้ำมัน ก๊าซ พบว่าอุบัติเหตุทางถนนเยอะมาก ได้ประกาศเป็นนโยบายซีโร่แอคซิเดนท์ ปตท.ได้มีการลงทุนและทำอะไรมากมาย เช่น ติดระบบกล้องในรถเก๋ง เราพบว่า 90% เกิดจากคนขับ ไม่ว่าหลับใน เล่นมือถือขณะขับรถ เมื่อตัวเลขออกมาแบบนั้น ต้องแก้ต้นเหตุได้ ทำพื้นที่จอดสำหรับนอนตามถนนหลวงเป็นระยะๆ และร่วมกับบริษัทเอกชน เช่น ปูนซิเมนต์ช่วยกันยกระดับความปลอดภัยทางถนน ซึ่งรัฐและเอกชนต้องร่วมมือกันทำ ถ้าตั้งใจทำจะประสบความสำเร็จ สุดท้ายคนไทยต้องมาทำเรื่องจิตสำนึก”

    นายไพรินทร์กล่าวว่า เวลาของรัฐบาลเหลืออีก 1 ปีนับจากนี้ ที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมทำงานไปได้มากแล้ว เรามาถึงเตรียมเตะลูกโทษ ไม่ต้องเตะแล้ว ให้ชู้ตลูกเข้าโกไปเลย ให้ประชาชนได้ใช้โครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ ให้ประเทศก้าวหน้าไปอีกขั้น ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญมากของกระทรวงคมนาคม ใน 3 เดือนนี้โครงการต่างๆ จะมีความก้าวหน้ามากขึ้นไปอีก ตอนนี้สถานการณ์เศรษฐกิจไทยเราอยู่ในช่วงฟื้นตัวขาขึ้น ทั้งจีดีพีก็ดี ในการแข่งขันของประเทศก็ดี ช่วงนี้เป็นจังหวะเหมาะสมมากจะออกแรงผลักดันโครงสร้างพื้นฐานออกไปให้ลุล่วงตามแผนที่วางไว้.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น