อำลา-อาลัย นิตยสาร “ดิฉัน”

  • Monday, December 11, 2017 - 00:00


    เห็นข่าว นิตยสารดิฉัน จำต้อง ปิดตัว ไปอีกราย...อดไม่ได้ต้องใจหาย ใจหล่นลงไปอยู่แถวๆ ตาตุ่มอีกจนได้ เหมือนอย่างที่เคยหล่นๆ มาแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ไม่ว่าครั้งได้ข่าวหนังสือพิมพ์ บ้านเมือง นิตยสาร ขวัญเรือน หรืออะไรต่อมิอะไรอีกไม่รู้กี่เล่ม กี่ฉบับ มีอันต้องร่วงผล็อย ร่วงผล็อย ไปจากแผง ชนิดแทบไม่ต่างอะไรไปจาก ลิ่วล้อในหนังจีน ประมาณนั้น
    --------------------------------------------------
    แม้ไม่ถึงกับได้เป็น แฟน นิตยสารเล่มนี้ซักเท่าไหร่...อาจด้วยเหตุเพราะเป็น ผู้ซาย ที่ออกจะหยาบกระด้างอยู่พอสมควร แถมสกปรก รกรุงรัง ไม่ได้วิลิศมาหรา หะรูหะรา ตามแนว ตามสไตล์ ของนิตยสารเล่มนี้ แต่ก็พอคุ้นเคยกับการอุบัติขึ้นมาและการดำรงอยู่ ของนิตยสาร ดิฉัน มาบ้างตามสมควร เรียกว่า...ตั้งแต่ยุคมิสเตอร์ พอล สิทธิอำนวย ยังเป็นเจ้าข้าว เจ้าของโน่นเลย เคยไปนั่งพูด นั่งเถียง กับอดีตเจ้าของนิตยสารรายนี้ เมื่อครั้งที่อยู่ตึก อยู่อาคารอะไรก็จำไม่ได้ซะแล้ว และช่วงนั้นนั่นเอง ที่มีโอกาสได้เจอกับคุณ ปีย์ มาลากุล ที่ค่อยๆ เข้ามา ช้อน นิตยสารฉบับนี้ไปเป็นของตัวเอง ได้แบบนิ่มๆ และประณีตเอามากๆ...
    --------------------------------------------------
    และนับจากนั้น...ดูเหมือนว่าคุณ ปีย์ ท่านจะสามารถเปล่งศักยภาพของนิตยสารเล่มนี้ ได้ดีกว่าครั้งที่อยู่ในมือมิสเตอร์ พอล ประมาณสิบเท่า ร้อยเท่า เห็นจะได้ คือไม่ใช่แค่เฉพาะฟาดกำไรจากการผลิตนิตยสารเล่มนี้ แบบชนิดพลั่กๆๆ กลายเป็นขุมเงิน ขุมทอง บ่อเงิน บ่อทอง เป็นห่านที่ไข่ออกมาเป็นทองคำทำนองนั้น แต่ท่านยังสามารถใช้ศักยภาพด้านอื่นๆ ที่ไม่ใช่เฉพาะแค่เงินๆ ทองๆ ใช้ความหะรูหะรา ความวิลิศมาหรา ความมีรสนิยมวิไล นำไปสู่การเชื่อมต่อ เชื่อมโยง กับอะไรต่อมิอะไรได้อีกเยอะแยะมากมาย จนในหมู่ ชาวยุทธ์ นั้น...ชื่อของ ปีย์ มาลากุล เป็นอะไรที่โดดเด่น มากด้วยบารมีไม่น้อยกว่า ตงฟางปุ๊กป้าย หรือ บูรพาไม่แพ้ อะไรประมาณนั้น...
    ----------------------------------------------------
    แม้ว่าในช่วงหลังๆ ตงฟางปุ๊กป้าย อาจจะเปะๆ ปะๆ ป่ายไป ป่ายมา ไปซักหน่อย แต่การที่ยังมีนิตยสาร ดิฉัน เป็นฐานที่มั่นอยู่ในมือ ก็ยังทำให้สถานะและเครือข่ายของท่าน ไม่ได้ถึงกับ แบบบ์บ์บ์แห้งง์ง์ง์ มากมายซักเท่าไหร่ และอาจเป็นด้วยเหตุนี้ หรือไม่ อย่างไร ก็มิอาจทราบได้ เมื่อมีข่าวช่วงตั้งแต่ช่วง 2 ปีที่แล้ว หรือช่วงปี พ.ศ.2558 ว่านิตยสารเล่มนี้อาจต้องปิดตัวเองลงไปตามกาลเวลา หรือตามข้อเท็จจริงใดๆ ก็ตามแต่ คุณ ปีย์ ท่านเคยออกมาพูดแบบเสียงดัง ฟังชัด กับหนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ เอาไว้ประมาณว่า เป็นเรื่องไม่จริง เพราะท่านกะจะทำนิตยสารเล่มนี้ ไปจนตาย นั่นแล...
    ------------------------------------------------------
    แต่สุดท้าย...แม้คุณ ปีย์ ท่านยังไม่ได้ตายตามกำหนดการ แต่นิตยสาร ดิฉัน ดันมีอันต้องตายไปก่อนอย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ ด้วยเหตุเพราะกาลเวลา ข้อเท็จจริง หรืออะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ แต่ที่คงมีส่วนอยู่ไม่น้อย ก็คือการปรากฏตัวของ Disruptive Technology ทั้งหลาย ไม่ว่าคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต มือถือ สังคมโซเชียล มีเดีย ฯลฯ ที่กลายเป็นตัวบั่นทอน ทำลาย การดำรง คงอยู่ ของนิตยสารเล่มนี้ ไม่ว่ามากหรือน้อย หรือไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อันส่งผลให้ ตงฟางปุ๊กป้าย ต้องยอมรับสภาพ ความพ่ายแพ้ ไปจนได้...
    -----------------------------------------------------
    อย่างไรก็ตาม...สิ่งที่นิตยสาร ดิฉัน และคุณ ปีย์ มาลากุล ได้มอบไว้ให้สังคม ประเทศชาติ น่าจะมีอยู่เยอะแยะมากมายชนิดแทบจาระไนไม่หมด ทั้งในแง่คุณประโยชน์ของนิตยสาร และคุณประโยชน์ของตัวคุณ ปีย์ เอง ที่อาศัยเคล็ดวิชา เหยียบหิมะไร้รอย หรือเคล็ดวิชา ย้ายเงาสลับร่าง สร้างคุณูปการให้ชาติบ้านเมืองมิใช่น้อย โดยเฉพาะในช่วงระยะ หัวเลี้ยว-หัวต่อ ทั้งหลาย แต่ก็นั่นแหละ...ไม่ว่าเก่งปานใด สุดยอดปานใด สุดท้ายด้วยกาลเวลา ข้อเท็จจริง ด้วยการอุบัติขึ้นมาของ Disruptive Technology อันมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ นิตยสาร ดิฉัน จึงหนีไม่พ้นต้องร่วงผล็อยๆ ไม่ต่างไปจากสื่อสิ่งพิมพ์อื่นๆ ต้องกลายเป็น ลิ่วล้อในหนังจีน ไปอีกราย...
    ----------------------------------------------------
    ด้วยเหตุนี้...ใครก็ตามที่คิดจะวิ่งเข้าหา วิ่งไล่กวด เทคโนโลยีทั้งหลาย เพื่อหวังจะเป็น ไทยแลนด์ 4.0 กันให้จงได้ คงต้องหยิบเอาสิ่งเหล่านี้มาคิดๆ เอาไว้มั่ง คือแทนที่จะวิ่งเข้าหาแบบไม่รู้เรื่อง รู้ราวอะไรกะเค้าเลย เห็นเขาวิ่ง เลยอยากจะวิ่งตาม ไม่ได้สำรวจ ตรวจสอบ ถึงสิ่งที่ได้มาและสิ่งที่จะเสียไป ไม่ได้คาดคำนวณถึงความเหมาะ-ไม่เหมาะของกาลเวลาให้ถ้วนถี่ ไม่ได้คำนึงความพร้อม-ไม่พร้อมของตัวเอง ว่าควรกะระยะห่าง ระยะเคียง เอาไว้แบบไหน ช่วงไหน โอกาสที่จะถูก Disruptive Technology หันกลับมา ถีบ ตัวเอง ถีบสังคมทั้งสังคม ให้บรรดาสิ่งต่างๆ ที่เคยมีคุณูปการ มีประโยชน์ต่อสังคม ต่อชาติบ้านเมือง ให้ต้องร่วงผล็อยๆ กันไปเป็นรายๆ ย่อมต้องมีโอกาสเป็นไปได้ยิ่งขึ้นเท่านั้น...
    ---------------------------------------------------------
    ก็เอาเป็นว่า...คงไม่มีอะไรมากไปกว่าความใจหาย ใจแป้ว ที่ได้เห็นนิตยสาร ดิฉัน ซึ่งอุตส่าห์ยืนหยัดอยู่มายาวนานถึง 37 ปี จำต้องปิดตัวเองลงไปอย่างน่าเสียดาย เลยคงต้องขออนุญาตพูดถึง รำลึกถึง เอาไว้บ้าง ส่วนคุณ ปีย์ มาลากุล นั้น คงไม่ต้องเสียเวลาไปเป็นห่วง เป็นใย อะไรท่านมากมาย เพราะท่านคงเหลือ อ่างทองคำ ไม่รู้จะกี่อ่างต่อกี่อ่าง ที่สามารถเอาไว้ใช้ล้างมือได้สบายๆ ส่วนความเป็น ไทยแลนด์ 4.0 นั้น จะน่าห่วง ไม่น่าห่วง ขนาดไหน คงต้องเก็บไปคิดเป็นการบ้านกันเอาเองก็แล้วกัน..
    ----------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Susan Spano ... Souvenirs are perishable; fortunately, memories are not.-ของที่ระลึกมักมีวันต้องแตกสลาย แต่โชคดี...ที่ความทรงจำ ไม่ได้เป็นเช่นนั้น...
    ----------------------------------------------------

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น