ชงติดกล้องหน้ารถลดอุบัติเหตุ

  • Tuesday, December 12, 2017 - 00:00

    ประโยชน์3เด้งพร้อมหนุนออกสติกเกอร์"Photo in Car"

    เมืองไทยขึ้นแท่นอันดับ 1 อัตราตายบนท้องถนนมากสุดในโลก แพทย์ ตำรวจ ประสานเสียงหนุนมาตรการ “กล้องหน้ารถ” เกิดประโยชน์ 3 เด้ง ปกป้องตัวเอง ช่วยเหลือคนอื่น ป้องปรามเหตุ เชื่อช่วยสร้างความปลอดภัยบนถนน ชงออกสติกเกอร์ “photo in car”

    ในการสัมมนาวิชาการระดับชาติ เรื่อง “ความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 13” ภายใต้แนวคิด ลงทุนเพื่อความปลอดภัยทางถนนที่ยั่งยืน (Invest for Sustainable Road Safety) เมื่อเร็วๆ นี้ มีการเสวนาย่อย เรื่อง “social media กล้องหน้ารถ สมาร์ทโฟน ใช้อย่างไรเพื่อความปลอดภัยทางถนน” โดย นพ.แท้จริง ศิริพานิช เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ กล่าวว่า ปี 2559 ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนถนนราว 22,000 ราย เฉลี่ยวันละ 50-60 ราย มีผู้ที่ไปเข้ารับการรักษาที่ รพ.จากกรณีรถชนประมาณ 1 ล้านคน กลายเป็นผู้พิการราว 6 หมื่นคนต่อปี และเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 เว็บไซต์เวิลด์แอตลาสได้เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีอัตราตายบนท้องถนนอยู่ในอันดับ 1 ของโลก จากเดิมที่อยู่ในอันดับ 2 ลองจากประเทศลิเบีย ขณะที่รายงานล่าสุดกลับไม่มีชื่อประเทศลิเบียติดใน 30 อันดับแรก เนื่องจากมีการส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบพบว่าภายในประเทศมีการสู้รบ จึงมีคนตายบนถนนมาก ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขับขี่รถ จึงไม่นับรวมในกรณีนี้ เมื่อประเทศลิเบียหลุด ประเทศไทยที่อยู่อันดับ 2 จึงขยับขึ้นเป็นอันดับ 1 มีอัตราการตาย 36.2 ต่อแสนประชากร แต่องค์การอนามัยโลกหรือฮูยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ

    นพ.แท้จริงกล่าวอีกว่า “การแก้ปัญหาเพื่อสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน มาตรการต่างๆ ที่ไทยดำเนินการมาเป็น 20 ปี เช่น การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะคนไทยรู้ข้อกฎหมายว่าแบบไหนผิด แต่ก็ยังทำผิดด้วยความย่ามใจ และเมื่อรัฐบาลประกาศนโยบายไทยแลนด์ 4.0 คำตอบในการลดอุบัติเหตุบนถนนคือ การติดกล้องหน้ารถให้ได้ 70-80% ของรถในประเทศไทย โดยจะเป็นการส่งผลทางอ้อม ทำให้ผู้ขับขี่ไม่กล้าที่จะกระทำผิดบนถนน เพราะรู้ว่ามีกล้องหน้ารถคันอื่นจับภาพอยู่ แม้จะไม่โดนเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจจับ แต่จะโดนสังคมออนไลน์ประณาม ซึ่งหนักกว่า เพราะจะมีการสืบสางประวัติถึงตระกูล ฉะนั้นหากรถในไทยมีกล้องทุกคัน เชื่อว่าพฤติกรรมคนที่ทำไม่ดีบนถนนจะลดลง

    นพ.แท้จริงกล่าวอีกว่า การผลักดันเรื่องการติดกล้องหน้ารถ เพราะเป็นทางออกในการแก้ปัญหาอุบัติเหตุบนถนน มูลนิธิฯ เคยทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ท่านเห็นด้วยและให้เป็นนโยบาย โดยสั่งการใน 2 เรื่อง คือ มอบกระทรวงการคลังพิจารณาระบบภาษีที่จะช่วยให้คนไทยติดกล้องหน้ารถได้ และมอบ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในการหาวิธีให้ถือเป็นนโยบายลดอุบัติเหตุ ซึ่งนายกฯ สั่งการตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2559 จนถึงปัจจุบันยังไม่มีใครสนองนโยบายนายกฯ เลย

    ด้าน พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 กล่าวว่า เมื่อเกิดเหตุบนท้องถนน ภาพและเสียงจากกล้องหน้ารถสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลได้ โดยแบ่งเป็น 2 กรณี คือ หลักฐานจากคู่กรณีและจากพยานบุคคลอื่น นอกจากนี้ การติดกล้องยังก่อให้เกิดประโยชน์ 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.ปกป้องตัวเองและครอบครัว เพราะพยานหลักฐานนี้โกหกไม่ได้และเชื่อถือได้มากกว่าคน 2.ช่วยเหลือคนอื่นๆ ในสังคมกรณีที่เกิดอุบัติเหตุบนถนน หากผู้ขับขี่ติดกล้องและบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ สามารถนำมาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นการปกป้องคนดี ไม่ให้เป็นจำเลย โดยเฉพาะปัจจุบันมีการชนแล้วหนีจำนวนมาก หากไม่มีหลักฐานก็เอาผิดไม่ได้ ทำให้คนชั่วลอยนวล และ 3.เมื่อรถทุกคันติดกล้องก็จะเป็นการป้องปรามไม่ให้คนทำผิด เพราะรู้ว่าหากทำ กล้องก็จะถ่ายไว้ จึงควรมีส่งเสริมให้ติดสติกเกอร์ photo in car เหมือนกับที่มี baby in car เพื่อให้คนรู้ว่ารถคันนี้มีกล้องติดไว้ ทำให้คนไม่กล้าทำผิด เป็นการกระตุ้นเตือน กระตุกความคิดผู้ที่คิดจะทำผิด.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น