ตั้งศึกษาพิเศษ5ภาค นำร่องสู่รร.นิติบุคคล อิสระจัดวิชาการเอง

  • Wednesday, December 13, 2017 - 00:00

    ภาคีเครือข่ายการศึกษาไทยเสนอการจัดการศึกษาในเขตการศึกษาพิเศษ บอร์ดอิสระฯ เอาด้วย ยึดหลักให้ รร.บริหารอย่างคล่องตัว สอดคล้องกับปฏิรูปการศึกษา นำร่อง 5 ภูมิภาค ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 61 “หมอจรัส” เผยแผนปฏิรูป เตรียมคลอด กม.เกี่ยวข้องและกิจกรรมต่างๆ ที่นำไปสู่การปฏิรูปการศึกษา

    นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการเรื่องการสนับสนุนการบุกเบิกการจัดการศึกษาในเขตการศึกษาพิเศษ ตามที่นายสมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ในฐานะภาคีเครือข่ายการศึกษาไทย เสนอการนำร่องใช้รูปแบบของการจัดการศึกษาที่มีความอิสระ คล่องตัว โดยมีแนวคิดหลักคือ ให้โรงเรียนมีความคล่องตัวในการจัดการมากขึ้น มีการบริหารจัดการทั้งระบบการเงิน การบริหารบุคคล และการบริหารทางวิชาการ สามารถดำเนินการได้เอง และต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับปฏิรูปการศึกษาในด้านต่างๆ เช่น การจัดการเรียนการสอนที่ใช้สมรรถนะเป็นฐาน การใช้ดิจิตอล การพัฒนาครู เป็นต้น ซึ่งการจัดการศึกษาในเขตการศึกษาพิเศษ โดยจะดำเนินการนำร่อง 5 ภูมิภาค ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 ทั้งนี้ การจัดการศึกษาในเขตการศึกษาพิเศษ จะเป็นการตอบโจทย์การปฏิรูปการศึกษาอย่างชัดเจน คือปฏิรูประดับล่างขึ้นบน ซึ่งจะไม่ใช่รูปแบบเดียว แต่ต้องมีความหลากหลายในการบริหารมากขึ้น

    “และจากการสัมมนาระดมความคิด คณะกรรมการอิสระฯ ได้เตรียมแผนปฏิรูปการศึกษา ที่การดำเนินการภาย 2 ปี อย่างเรื่องการรวบรวมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ต่างๆ เพื่อนำไปสู่การยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ, พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาค, พ.ร.บ.การปฐมวัยการศึกษา, พ.ร.บ.การอุดมศึกษา และ พ.ร.บ.การบริหารจัดการโรงเรียน รวมถึงจะมีกิจกรรมต่างๆ ที่นำไปสู่การปฏิรูปการศึกษา เช่น การจัดองค์กรระดับชาติ เพื่อประสานงานสำหรับการดูแลเด็กเล็กที่มีหลายกระทรวงดำเนินการอยู่ หรือการปฏิรูปอุดมศึกษาให้เป็น 4.0 การปฏิรูปอาชีวะ 4.0 การศึกษาเพื่อสร้างคุณธรรมจริยธรรม สร้างสมรรถนะการศึกษาที่ใช้ปฏิวัติดิจิตอลเป็นเครื่องมือในการปฏิรูป อีกทั้งการปฏิรูปครู ทั้งกระบวนการผลิตครู การใช้ครู และการรักษาครู เป็นต้น” ประธานคณะกรรมการอิสระฯ

    ด้านนายชัยพฤกษ์ เสรีรัตน์ เลขาธิการสภาการศึกษา (เลขาฯ สกศ.) กล่าวว่า สำหรับประเด็นการจัดการศึกษาในเขตการศึกษาพิเศษ จะมีรูปแบบที่ไม่เน้นปฏิรูปโครงสร้างโรงเรียน แต่เน้นปฏิรูปโครงสร้างวิชาการ ปรับเรื่องสื่อการเรียนการสอน และอำนาจขึ้นอยู่กับโรงเรียนและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) รวมถึงมีความแตกต่างกับโรงเรียนนิติบุคคล เป็นระบบการจัดการศึกษาเขตพื้นที่ มีลักษณะคล้ายการศึกษาพิเศษในปัจจุบัน โดยจะเลือกโรงเรียนในบางแห่งของภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ คัดเลือกโรงเรียนทั่วไปขนาดกลาง ที่เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษา จำนวน 1 แห่ง โดยโรงเรียนที่ได้รับคัดเลือกจะมีความอิสระในการบริหารจัดการศึกษา อย่างไรก็ตาม การดำเนินการในโครงการต่างๆ จะเป็นรูปแบบการวิจัย ซึ่งหน้าที่ของคณะกรรมการอิสระฯ จะคิดในหลักการและมีหน่วยงานต่างๆ.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น