ขึ้นภาษีบุหรี่ลดนักสูบได้เแค่ครึ่ง

  • Wednesday, December 13, 2017 - 00:00

    นักวิชาการสกัดขี้ยาชี้ไม่คุ้มค่ารักษาโรคจากอมควัน

    นักวิชาการฯ ชี้ กรณีสหภาพยาสูบ กว่า 1.4 หมื่นคน ฟ้องศาลปกครองให้คำนวณภาษีแบบเดิม ยัน มีเหตุผล เหตุการเพิ่มภาษียาสูบจะลดนักสูบได้เกินครึ่งเเท่านั้น ไม่คุ้มค่ารักษาจากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ แถมเปิดช่องบุหรี่ต่างชาติได้ที ลดราคา แย่งตลาด เผยหลักภาษีไทยยังมีช่องโหว่ คิดตามราคา แต่อุตฯ บุหรี่ แจ้งราคาต่ำกว่าความเป็นจริง

    จากกรณีมีการล่ารายชื่อพนักงานยาสูบ เกษตรกรผู้สูบใบยาสูบ ผู้ประกอบการบุหรี่ที่ได้ผลกระทบ จำนวน 14,676 คน เพื่อยื่นฟ้องต่อกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีกระทรงการคลัง ต่อศาลปกครองสูงสุด ให้มีการเพิกถอนการคำนวณเพิ่มอัตราภาษียาสูบ ตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ.2560 ให้มีการคำนวณภาษีแบบเดิม รวมทั้งให้มีการทุเลาการบังคับใช้ประกาศกระทรวงก่อนศาลมีการพิพากษา

    ล่าสุด วันที่ 12 ธ.ค. นักวิชาการด้านควบคุมการบริโภคยาสูบ กล่าวว่า ตามหลักการการขึ้นภาษียาสูบเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดจำนวนนักสูบทั้งรายใหม่และรายเก่า และจากการวิจัยพบว่าการรณรงค์ลดจำนวนนักสูบ การห้ามโฆษณา ห้ามลดแลกแจกแถมต่างๆ สามารถลดจำนวนได้เกินครึ่งมาจากการเพิ่มภาษี แต่ทั้งนี้ก็พบว่าในการเพิ่มภาษีของไทยมีจุดอ่อนเพราะใช้การคำนวณตามมูลค่า ทำให้บริษัทอุตสาหกรรมยาสูบมีการแจ้งราคาต้นทุนที่ต่ำกว่าความเป็นจริง และปัญหายาเส้นที่แทบไม่ได้เก็บภาษีเลย ซึ่งตามที่กรมสรรพสามิตมีการคำนวณการเพิ่มภาษีของบุหรี่นั้น แบ่งออกเป็น 1.คิดราคาตามมูลค่าต่อมวล มวลละ 1.20 บาท หรือ 1 ซองจะคิดภาษี 24 บาท 2.ถ้าบุหรี่ราคาซองละ 60 บาท จะมีการคำนวณภาษี 20% หรือประมาณ 12 บาท และ 3.หากขายเกินราคา 60 บาทขึ้นไป จะมีการคำนวณภาษี 40% โดยการคำนวณดังกล่าวตามโครงสร้างที่ ครม.กำหนดไว้คือ 2 ปี หลังจากนั้นจะมีการปรับเป็นระดับเดียวคือมีการคำนวณภาษีเป็น 40% ทั้งหมด

    นักวิชาการรายเดิมกล่าวว่า การเพิ่มภาษีดังกล่าวก็ทำให้เกิดผลกระทบเช่นเดียวกัน เพราะเดิมทีบุหรี่ที่มีขายในท้องตลาด ไทยแบ่งราคาเป็น 3 ระดับ คือ1.ระดับ 40-50 บาทต่อซอง ซึ่งคิดเป็น 40% ครองตลาดส่วนใหญ่ของไทย 2.ระดับ 50-60 บาท ที่เป็นที่นิยมของคนในระดับกลาง และ 3.ระดับ 68-72 บาท ซึ่งส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้เป็นบุหรี่นำเข้าจากต่างประเทศ ดังนั้นเมื่อมีการปรับขึ้นภาษี จะทำให้ 2 ระดับแรกที่มาจากบริษัทอุตสาหกรรมของประเทศไทยมีราคาสูงขึ้น เช่นจากราคาซองละ 40-50 บาท ขึ้นราคาเป็นซองละประมาณ 60 บาท ในขณะที่บริษัทต่างประเทศมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าของประเทศไทยสามารถลดราคาให้ต่ำลงได้เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ราคาต่อซองจาก 68-72 บาท ลดเหลือประมาณซองละ 60 บาท ทำให้สามารถลดนักสูบในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยลง แต่คนในระดับกลางกลับหันไปบริโภคบุหรี่ที่นำเข้าจากต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งในเรื่องนี้ทำให้โรงงานอุตสาหกรรมยาสูบในประเทศเกิดผลกระทบ

    เมื่อถามว่าในการเพิ่มภาษีดังกล่าวจะส่งผลให้บริษัทต่างประเทศเติบโตในประเทศมากขึ้น จนไม่สามารถลดจำนวนผู้สูบได้ตามหลักการของกฎหมายในการเพิ่มภาษีหรือไม่ นักวิชาการฯ กล่าวว่า บริษัทต่างประเทศสามารถดำเนินการลดราคาในการนำเข้าบุหรี่ในไทยได้ ไม่สามารถปรับแก้กฎหมายได้ เพราะจะผิดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ในแง่ของการแข่งขันชัดเจนว่ากระทบต่อโรงงานภายในประเทศเพราะสามารถแย่งรายได้จากการจำหน่ายบุหรี่ที่ผลิตภายในประเทศไปได้อีก 30% แต่ในแง่ของสุขภาพว่าจะเป็นการเพิ่มหรือลดจำนวนนักสูบหน้าใหม่หรือไม่ เพราะไปลดการสูบในสินค้าภายในประเทศ แต่เพิ่มการสูบสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ก็ต้องรอผลติดตาม หากน้อยลงก็แปลว่ามาถูกทาง ส่วนในกรณีที่มีการฟ้องร้องโดยอ้างว่า การเพิ่มภาษีดังกล่าวกระทบผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมบุหรี่ และโรงงานยาสูบที่อาจขาดทุนไม่มีเงินสนับสนุนองค์กรต่างๆ นั้น ในเรื่องนี้ก็ขัดต่อข้อกฎหมาย เพราะตามกฎหมายใหม่ไม่สามารถให้เงินสนับสนุนได้ มีความผิดตามกฎหมายอยู่แล้ว

    นอกจากนี้ในแง่ของสุขภาพ จากการวิจัยที่มีการวิเคราะห์พบว่าเงินภาษีที่ได้จากการควบคุมยาสูบของทุกประเทศไม่คุ้มกับงบประมาณทางด้านสาธารสุขที่เสียไปในการรักษาโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ ในประเทศไทยจากการวิเคราะห์ในปี พ.ศ.2552 พบว่าได้เงินที่เก็บจากภาษียาสูบประมาณ 44,000 ล้านบาท ในขณะที่เสียไปในการรักษา การนอนโรงพยาบาล เงินรายได้ที่เสียไปในระหว่างที่รักษา และการตาย รวมแล้วประมาณ 78,000 ล้านบาท และในการเสียชีวิตของคนไทยประมาณ 57,651 คนจากโรคที่เกิดการสูบบุหรี่ พบว่ามีอายุสั้นลงเฉลี่ย 12 ปี และป่วยกระเสาะกระแสะเฉลี่ย 2 ปีครึ่ง.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น