ทรัมป์สั่งลุยส่งอเมริกันไปดวงจันทร์อีก

  • Wednesday, December 13, 2017 - 00:00


    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถือตุ๊กตามนุษย์อวกาศหลังลงนามคำสั่งนโยบายด้านอวกาศฉบับที่ 1 ภาพ AFP

    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งให้องค์การนาซารื้อฟื้นโครงการส่งมนุษย์อวกาศชาวอเมริกันกลับไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้งในรอบ 45 ปี เพื่อเตรียมการสำหรับการเดินทางสู่ดาวอังคารในอนาคต

    ในแผนการที่ทะเยอทะยานล่าสุดนี้ ทรัมป์ประกาศว่า สหรัฐจะไม่เพียงไปปักธงและทิ้งรอยเท้าไว้บนพื้นผิวของดวงจันทร์เท่านั้น "เราจะตั้งรากฐานไว้ที่นั่นสำหรับภารกิจเดินทางสู่ดาวอังคารในท้ายที่สุด และสักวันอาจรวมถึงการเดินทางไปยังโลกอื่นๆ อันไกลโพ้น" ทรัมป์กล่าวในพิธีลงนามคำสั่งนโยบายด้านอวกาศฉบับใหม่ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม 2560

    รายงานของเอเอฟพีกล่าวว่า คำสั่งฉบับนี้ต้องการให้องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งสหรัฐ (นาซา) เพิ่มความพยายามในการส่งมนุษย์ไปยังอวกาศห้วงลึก ซึ่งเป็นนโยบายที่นักการเมืองทั้งสองฟากฝั่งต่างเห็นด้วย แต่คำสั่งของทรัมป์ยังไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับประเด็นสำคัญที่อุปสรรคชิ้นโตของการสำรวจอวกาศ นั่นคือ งบประมาณ และช่วงเวลา

    พวกผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายอวกาศเห็นตรงกันว่า ความพยายามส่งมนุษย์ไปดาวอังคาร ซึ่งอยู่ห่างจากโลก 140 ล้านไมล์ (225 ล้านกิโลเมตร) จะต้องใช้ความกล้าหาญชาญชัยทางเทคนิคอย่างมโหฬารและงบประมาณอีกมหาศาล

    นีล อาร์มสตรอง มนุษย์อวกาศชาวอเมริกัน เป็นมนุษย์คนแรกที่เหยียบดวงจันทร์เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2512 แต่ครั้งสุดท้ายที่มนุษย์อวกาศชาวอเมริกันไปเหยียบดาวบริวารของดาวเคราะห์โลกดวงนี้คือเมื่อปี พ.ศ.2515 หรือ 45 ปีที่แล้ว

    ทรัมป์ยังได้ประกาศในพิธีลงนามคำสั่ง ซึ่งมีแฮร์ริสัน ชมิตต์ มนุษย์อวกาศหนึ่งในคณะสุดท้ายที่ไปเหยียบดวงจันทร์ เข้าร่วมด้วย ว่าชมิตต์จะไม่เป็นมนุษย์อวกาศคนสุดท้ายที่ไปเหยียบดวงจันทร์

    รายงานกล่าวด้วยว่า ในพิธีนี้ บัซ อัลดริน มนุษย์คนที่ 2 ที่ฝากรอยเท้าบนดวงจันทร์ต่อจากอาร์ม สตรอง ก็อยู่ในพิธีนี้ด้วยเช่นกัน แต่ทรัมป์ไม่ได้เอ่ยถึงเขาเลยระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์

    ทรัมป์ และรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ซึ่งเป็นประธานสภาอวกาศแห่งชาติที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ว่าสหรัฐจะกลับไปสำรวจดวงจันทร์อีกครั้ง แต่พวกเขาเปิดเผยรายละเอียดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

    ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช จากพรรครีพับลิกันเช่นเดียวกับทรัมป์ ก็เคยปฏิญาณไว้เมื่อปี 2548 ว่าจะส่งคนอเมริกันกลับไปดวงจันทร์อีกครั้งภายในปลายทศวรรษ 2020 โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการกลุ่มดาว ที่คาดการณ์ว่าจะใช้งบถึง 1 แสนล้านดอลลาร์ แต่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ได้ยกเลิกโครงการนี้ในปี 2552 เนื่องจากเปลืองงบและเป็นภารกิจซ้ำ โดยกำหนดเป้าหมายใหม่ให้เน้นภารกิจไปดาวอังคารภายในทศวรรษ 2030 แทน

    ทรัมป์กล่าวว่า เป้าหมายของภารกิจดวงจันทร์ใหม่นี้ จะรวมถึงการสำรวจและใช้พื้นผิวของดวงจันทร์ในระยะยาว

    ทำเนียบขาวยังยอมรับถึงความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะร่วมมือกับประเทศอื่นและภาคเอกชนในภารกิจดวงจันทร์ และสำรวจดาวอังคารกับจุดหมายอื่นๆ ในระบบสุริยะด้วย.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น