เมื่ออียูกลับมามองไทย

  • Wednesday, December 13, 2017 - 00:00


    โหมโรงกันข้ามทวีปเลยทีเดียว

    European Union in Thailand หรือ อียูประจำประเทศไทย เผยแพร่ข่าวสาร ไปเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า....

    คณะรัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรป (อียู) ตกลงที่จะปรับความสัมพันธ์ด้านการเมืองกับประเทศไทย

    รวมไปถึงด้านสิทธิมนุษยชน เสรีภาพขั้นพื้นฐาน

    และแผนการดำเนินงานสู่ประชาธิปไตย

    มีรายละเอียดทั้งหมด ๑๔ ข้อ ยาวหน่อยแต่ก็ลองอ่านดู เพราะแต่ละข้อมีความสัมพันธ์กัน

    ๑.คณะรัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรป ยังคงยืนยันถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสหภาพยุโรปและประเทศไทย คณะรัฐมนตรีเล็งเห็นถึงคุณค่าของบทบาทที่ประเทศไทยมีในฐานะประเทศผู้ประสานการเจรจาและสนับสนุนการขยายความร่วมมือระหว่างกลุ่มประเทศ อียู-อาเซียน (EU-ASEAN Dialogue Relations) ในปัจจุบัน

    ๒.คณะรัฐมนตรีขอย้ำถึงข้อเรียกร้องให้ประเทศไทยมีการคืนสู่กระบวนการทางด้านประชาธิปไตยอย่างเร่งด่วนที่สุด โดยผ่านการเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือและมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย รวมถึงความเคารพต่อสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน

    ๓.คณะรัฐมนตรียังคงมีความกังวลเกี่ยวกับสิทธิทางการเมือง สิทธิพลเมือง และเสรีภาพ ซึ่งได้ถูกลิดรอนไปอย่างรุนแรงในประเทศไทยหลังจากการรัฐประหารเมื่อปี พ.ศ.2557 เสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมยังคงถูกจำกัดอยู่เป็นอย่างมาก ผ่านกฎหมายและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หลายฉบับ นอกจากนี้นักเคลื่อนไหวภาคประชาสังคมและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนยังคงเผชิญกับการคุกคามทางกฎหมาย

    คณะรัฐมนตรีตอกย้ำถึงความสำคัญของเสรีภาพขั้นพื้นฐานดังกล่าวที่ต้องได้รับการฟื้นฟูขณะที่ประเทศไทยดำเนินการไปสู่ประชาธิปไตย และขอย้ำถึงความสำคัญของเสรีภาพขั้นพื้นฐานดังกล่าว ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับบทบาทของภาคประชาสังคมในระบอบประชาธิปไตยที่มีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้สหภาพยุโรปจะยังคงสนับสนุนองค์กรภาคประชาสังคมและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนต่อไป

    ๔.คณะรัฐมนตรีส่งเสริมให้ผู้มีอำนาจของไทยดำเนินการตามข้อเสนอแนะที่ประเทศไทยได้ให้คำมั่นระหว่างการทบทวนรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนภายใต้กลไก UPR (Universal Periodic Review) ครั้งที่สองของประเทศไทย (พฤษภาคม 2016)

    ๕.คณะรัฐมนตรีพึงสังเกตว่าการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่เมื่อวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ.2560 ซึ่งระบุว่าการเลือกตั้งทั่วไปจะเกิดขึ้นภายใน 150 วันหลังจากมีการประกาศใช้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่จำเป็น 4 ฉบับ

    นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังตั้งข้อสังเกตว่าการเตรียมความพร้อมในทางนิติบัญญัติเพื่อจัดการเลือกตั้งกำลังมีความคืบหน้าในบริบทนี้

    คณะรัฐมนตรียอมรับแถลงการณ์ของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2560 ซึ่งระบุว่าการเลือกตั้งทั่วไปจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2561

    คณะรัฐมนตรีเรียกร้องให้มีการประกาศใช้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เหลืออยู่อย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และให้เคารพกำหนดการการจัดการเลือกตั้งตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ

    ๖.คณะรัฐมนตรีตั้งข้อสังเกตถึงการตัดสินใจของผู้นำทางทหารในการลดการดำเนินคดีต่อพลเรือนในศาลทหารหลายคดีลง ตั้งแต่วันที่ 12 กันยายน พ.ศ.2559 ทั้งการกระทำความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง และความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ คณะรัฐมนตรีเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจของไทยไม่ดำเนินคดีต่อพลเรือนในศาลทหาร ซึ่งรวมถึงความผิดเกี่ยวกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 12 กันยายน พ.ศ.2559

    ๗.คณะรัฐมนตรีทบทวนผลสรุปการประชุมเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.2557 ที่ระบุว่าสหภาพยุโรปตัดสินใจที่จะทบทวนความสัมพันธ์กับประเทศไทย และอาจจะพิจารณาดำเนินการมาตรการอื่นๆ ต่อไปตามสถานการณ์ เมื่อพิจารณาจากความคืบหน้าที่กล่าวไปข้างต้น คณะรัฐมนตรีจึงเห็นว่ามีความเหมาะสมที่จะเริ่มกลับมาปรับความสัมพันธ์ด้านการเมืองกับประเทศไทยอย่างช้าๆ

    ๘.ดังนั้น คณะรัฐมนตรีตัดสินใจที่จะกลับเข้าสู่การติดต่อทางการเมืองในทุกระดับกับประเทศไทย เพื่ออำนวยความสะดวกการเจรจาในประเด็นที่มีความสำคัญร่วมกัน อันรวมถึงด้านสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน และแผนการดำเนินงานสู่ประชาธิปไตย สหภาพยุโรปและประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปจะใช้จากการเจรจาติดต่อดังกล่าวอย่างเต็มที่เพื่อหยิบยกประเด็นข้อกังวลเหล่านี้

    ๙.คณะรัฐมนตรีอยากเห็นความก้าวหน้าในความสัมพันธ์ที่เพิ่มขึ้นกับประเทศไทย หลังจากการจัดการเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือและมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายและการปรับปรุงของสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน สหภาพยุโรปหวังให้ผู้มีอำนาจของไทยจะดำเนินการให้ประเทศไทยมีสภาพแวดล้อมทางการเมืองที่ฝ่ายค้านและภาคประชาสังคมสามารถทำงานได้อย่างเสรี

    ๑๐.ในบริบทนี้ คณะรัฐมนตรีขอให้คณะกรรมาธิการยุโรปสำรวจความเป็นไปได้ในการกลับมาเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างยุโรป-ไทย (EU-Thailand Free Trade Agreement)

    ๑๑.การลงนามในกรอบข้อตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือ (Partnership and Cooperation Agreement-PCA) และการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับประเทศไทย จะสามารถดำเนินการได้กับรัฐบาลพลเรือนที่ได้รับการเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่

    ๑๒.คณะรัฐมนตรีย้ำอีกครั้งว่าจะยังคงพิจารณาทบทวนความสัมพันธ์กับประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับประเด็นในด้านต่อไปนี้:

    -การยกเลิกข้อจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพสื่อ ตลอดจนเสรีภาพในการชุมนุมและการรวมกลุ่ม การยกเลิกข้อจำกัดเกี่ยวกับกิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมืองและองค์กรภาคประชาสังคม รวมถึงการเคารพและสนับสนุนการทำงานของนักปกป้องสิทธิมนุษยชน

    -การจัดการเลือกตั้งที่น่าเชื่อถือและมีส่วนร่วมจากทุกฝ่าย อันสอดคล้องกับมาตรฐานสากลซึ่งนำไปสู่สถาบันทางประชาธิปไตยที่ทำงานได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ

    -การเข้าประจำตำแหน่งของรัฐบาลพลเรือนที่ได้รับการเลือกแบบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่

    ๑๓.สหภาพยุโรปพร้อมที่จะช่วยเหลือประเทศไทยให้บรรลุวัตถุประสงค์เหล่านี้ด้วยเจตนารมณ์ของความร่วมมือและความเป็นหุ้นส่วน

    ๑๔.คณะรัฐมนตรีขอให้ผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปและคณะกรรมาธิการยุโรป ร่วมกันติดตามสังเกตการณ์และแจ้งให้คณะรัฐมนตรีทราบเกี่ยวกับความคืบหน้าที่เกิดขึ้น

    เหตุใด "ลุงตู่" เมื่อได้รับข้อความแล้ว ในช่วงแรกแสดงความเห็นเพียงสั้นๆ ว่า

    "ก็ดีแล้วนี่"

    เพราะในมุมมองรัฐบาล คสช. นี่อาจเพิ่มข้อจำกัดการทำงานมากกว่าเดิม

    โดยเฉพาะเงื่อนเวลาตามโรดแมป จะยืดหยุ่นน้อยลง

    อย่างไรก็ตาม หากพิจารณามติคณะรัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรป อย่างละเอียดจะพบว่าหลายข้อมีประโยชน์ต่อประเทศไทย

    โดยเฉพาะการปรับความสัมพันธ์ด้านการเมืองกับไทย ที่จะนำไปสู่ความตกลงด้านการค้า ที่จะเดินหน้าได้ราบเรียบขึ้น

    ไม่ว่าจะเป็นการลงนามในกรอบข้อตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือ (Partnership and Cooperation Agreement-PCA )

    การเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA)

    แต่ต้องยืนอยู่บนเงื่อนไขสำคัญที่ไทยต้องทำให้ได้...นั่นคือ การเลือกตั้งทั่วไปจะต้องมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๑

    การที่ คณะรัฐมนตรีต่างประเทศสหภาพยุโรป เน้นประเด็นนี้ และระบุเอาไว้ชัดเจนว่า....

    ยอมรับแถลงการณ์ระบุวันเลือกตั้งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ที่ผ่านมา นั่นเป็นการเตือนให้รัฐบาล คสช.เดินตามโรดแมปเดิมที่ประกาศไว้

    ถามว่าดีต่อประเทศไทยหรือไม่?

    การยอมรับรัฐบาล คสช.และสิ่งที่รัฐบาล คสช.ทำ ถือเป็นการเปลี่ยนทัศนคติที่อียูมีต่อไทย ไม่แข็งกร้าวเหมือนช่วงที่มีการทำรัฐประหารใหม่ๆ

    นั่นเป็นผลจาก หลายประเด็นมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี และมีความเป็นสากลขึ้น

    พูดง่ายๆ ครั้งนี้ อียูตะล่อมให้ไทยเดินตามโรดแมป

    ไม่แข็งกร้าว ชื่นชมเล็กน้อย

    หยอดคำหวาน ปรับความสัมพันธ์ด้านการเมืองกับประเทศไทยอย่างช้าๆ

    นับเป็นบรรยากาศที่ดี

    แล้ว คสช.คิดอย่างไร

    "ลุงตู่" บอกว่า

    "เขาไม่ได้กำหนดเป็นเงื่อนไขอะไรออกมาว่าต้องอย่างนั้นอย่างนี้ เขาเพียงแต่ทราบว่าเรามีโรดแมปการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน ปี ๒๕๖๑ ที่ผมได้ประกาศไป ผมไม่เคยฝืนโรดแมป แต่ผมอธิบายเพิ่มเติมไป ซึ่งเขาถามผมมาว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ ผมก็บอกว่าติดอยู่ที่กฎหมายลูก ซึ่งรัฐธรรมนูญเขียนเอาไว้ เมื่อกฎหมายลูกเสร็จเมื่อไร ก็สามารถประกาศวันเลือกตั้งได้ตามโรดแมป ฉะนั้นจะเลื่อนเข้าหรือเลื่อนออก ก็ยังเป็นไปตามโรดแมป"

    ฉะนั้นเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน ทุกอย่างยังเดินตามโรปแมป แค่รอกฎหมายลูกเสร็จ

    ส่วนการปลดล็อก จะปลดเป็นขั้นๆ ไป

    หากมีความผิดพลาดก็อยู่ในความรับผิดชอบของ คสช.

    ถ้าพรรคการเมืองไม่ผสมโรงให้วุ่นวาย เหมือนที่นักการเมืองในพรรคเพื่อไทยกำลังเรียกราคาตัวเองอยู่

    ปลายปีหน้าได้เลือกตั้งแน่นอน.

    ผักกาดหอม

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น