สนช.จ่อเคาะ รีเซต-ไม่รีเซต 'บิ๊กกุ้ย- 7 ป.ป.ช.' อยู่หรือไป  

  • Wednesday, December 13, 2017 - 15:08

    ปฏิเสธไม่ได้ว่าการตรวจสอบเรื่อง นาฬิกา-แหวนเพชรหรู ของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ-รมว.กลาโหม สาเหตุที่ทำให้คนไม่ค่อยเชื่อมั่นว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะทำเรื่องนี้แบบจริงจัง ไม่ใช่แค่ขึงขังตามกระแส เป็นเพราะคนมองกันว่ากัปตันทีม ป.ป.ช. คือ บิ๊กกุ้ย-พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. มีสายสัมพันธ์อันดีและใกล้ชิดกับบิ๊กป้อม เห็นได้จากที่ คสช.ดันให้ขึ้นมาเป็นรักษาการ ผบ.ตร.แทน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว นานหลายเดือน รวมถึงยังตั้งให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (พลเอกประวิตร)

     ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ภาพของ พล.ต.อ.วัชรพล แม้สมัยรับราชการตำรวจจะไม่มีเรื่องเสียหาย แต่ก็ถูกคนมองว่าเป็นประธาน ป.ป.ช.ที่ใกล้ชิดกับแกนนำ คสช. ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่ พล.ต.อ.วัชรพล และ ป.ป.ช.ก็ต้องทำงานพิสูจน์ตัวเองต่อไป
           
    ขณะเดียวกันจุดใหญ่สำคัญในเรื่อง บิ๊กกุ้ย-ป.ป.ช. ที่กำลังจะเป็นประเด็นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก็คือเรื่องการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปรามปรามการทุจริตแห่งชาติของ สนช. ที่ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ป.ป.ช.ที่มี พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ เป็นประธาน

    เพราะตอนนี้ใกล้ถึงเดดไลน์ที่ สนช.ต้องผ่านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวภายในไม่เกิน 29 ธ.ค.นี้ หลัง สนช.รับหลักการวาระแรกมาเมื่อ 2 พ.ย.60 พร้อมกับการตั้งคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ 35 คน ที่มองกันว่ามี สนช.ในเครือข่ายของบิ๊กป้อมเข้ามาอยู่จำนวนไม่น้อย บนการจับตามองว่า กมธ.ตลอดจนที่ประชุม สนช.จะ หัก กับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) อีกครั้งด้วยการ ล้มรีเซต ของ กรธ.
           
    เพราะ กมธ.วิสามัญฯ วางคิวไว้แล้วว่าจะส่งร่างดังกล่าวให้วิป สนช.ในวันอังคารที่ 19 ธ.ค.เพื่อให้วิป สนช.นำร่าง พ.ร.บ.ป.ป.ช.ให้ที่ประชุม สนช.พิจารณาในวาระสองและสามช่วงวันที่ 21-22 ธ.ค.นี้ เว้นแต่มีเหตุสุดวิสัยก็อาจขยับไปอีกหนึ่งสัปดาห์ แต่ก็ต้องทำให้ทันก่อน 29 ธ.ค.
           
    เมื่อปฏิทินวางไว้เช่นนี้ ทำให้ในปลายสัปดาห์นี้ กมธ.ก็จะพิจารณาเคาะให้เสร็จหมดทุกมาตรา เพื่อจะได้มีเวลาตรวจทานก่อนส่งให้วิป สนช.ในอังคารหน้า ดังนั้นเรื่อง รีเซต ป.ป.ช. ก็จะโหวตหาข้อสรุปในชั้น กมธ.สัปดาห์นี้
    ปม รีเซต ป.ป.ช. นั้น กรธ.เสนอร่างมาให้ สนช. โดยให้กรรมการ ป.ป.ช.ที่มีคุณสมบัติไม่ครบตามรัฐธรรมนูญหรือมีคุณสมบัติต้องห้ามต้องพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งหากมีการรีเซตจริง ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันอาจต้องหลุดจากเก้าอี้ร่วม 7 คน อันประกอบด้วย
             
    1.พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ที่มีคุณสมบัติต้องห้ามชัดเจน เพราะพ้นจากตำแหน่งทางการเมืองคือ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (พลเอกประวิตร) ไม่ถึงสิบปี 2.ปรีชา เลิศกมลมาศ 3.พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง 4.ณรงค์ รัฐอมฤต 5.สุภา ปิยะจิตติ 6.วิทยา อาคมพิทักษ์ และ 7.พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์
           
    แต่ก็มีข่าวว่าแกนนำ สนช.ที่มีบทบาทสูงไม่ค่อยเห็นด้วยกับการรีเซต จึงพยายามให้ กมธ.ใช้เสียงข้างมากล้มเรื่องนี้ในร่าง พ.ร.บ.ป.ป.ช.ที่อยู่ในบทเฉพาะกาลให้ได้ เพราะมั่นใจว่าหากสุดท้าย กมธ.ชงมาว่าไม่ให้มีการรีเซต โดยให้ ป.ป.ช.แต่ละคนอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามวาระของตัวเอง ก็เชื่อว่าในการพิจารณาเรื่องนี้ในวาระสอง เสียงส่วนใหญ่ใน สนช.ก็น่าจะเอาด้วย หรือต่อให้ กมธ.ไม่ชงรีเซตเข้ามา เพราะไม่อยากเปลืองตัวโดนกระแสวิจารณ์จากสังคมว่าเขียนเรื่องนี้เพื่อช่วย ป.ป.ช.เสียงข้างมาก 7 คน แต่ก็เริ่มมีการจับตามองว่าสุดท้ายก็จะมีการไปคุมเสียงในตอนโหวตวาระสอง เพื่อพลิกให้ไม่ต้องมีการรีเซต ป.ป.ช.ได้อยู่ดี  

    ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.พยายามสู้มาตลอดไม่ให้ตัวเองโดนรีเซต โดยทำความเห็นแย้งในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมาตั้งแต่ในชั้น กรธ.ว่าควรให้ ป.ป.ช.อยู่ปฏิบัติหน้าที่จนครบวาระ ด้วยเหตุผลตามบันทึกในเอกสารอย่างเป็นทางการว่า
          
    “ป.ป.ช.เข้ามาตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ซึ่งเป็นกระบวนการโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว การตีความบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญและกฎหมายโดยให้พ้นจากตำแหน่ง เพราะเหตุที่ขาดคุณสมบัติของผู้เข้ารับการสรรหาตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้น จึงไม่ใช่การตีความตามหลักกฎหมาย

    ในกรณีที่มีคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันได้รับการสรรหามาโดยใช้คุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญบทกฎหมายเก่าและใหม่ในเรื่องเดียวกัน แต่กำหนดรายละเอียดไว้แตกต่างกัน การตีความจึงต้องนำบทกฎหมายในขณะเกิดเหตุมาใช้พิจารณา ซึ่งในกรณีดังกล่าวได้มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 1/2560 ที่วินิจฉัยกรณีของร่าง พ.ร.บ.ผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. .... ไว้แล้ว

    ดังนั้นควรให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนวันที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีผลใช้บังคับยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อความมีประสิทธิภาพในการปราบปรามการทุจริต”
          
      ข้อต่อสู้ของ บิ๊กกุ้ย-พล.ต.อ.วัชรพล และ ป.ป.ช.อีก 6 คนจะสำเร็จหรือไม่ กมธ.รวมไปถึงที่ประชุมใหญ่ สนช.จะต่อวีซ่าให้ทั้งหมดได้อยู่ต่อหรือต้องโดนรีเซตต้องรอติดตาม แต่สุดท้ายหาก สนช.ล้มรีเซตและบิ๊กกุ้ยกับพวกได้อยู่ต่อ โดยเหตุผลฟังไม่ขึ้น เชื่อได้ว่าทั้ง สนช.และ พล.ต.อ.วัชรพลกับพวกโดนวิจารณ์หนักแน่. 

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น