คาดแก้คำสั่งคสช.สัปดาห์หน้า

  • Thursday, December 14, 2017 - 00:00

    "หมอธี"ลั่นจำเป็นต้องปรับแก้เพื่อความสงบ/ไม่ให้กระทบถึงรร.-เด็ก

    คาดเสนอแก้คำสั่ง คสช. ที่ 19/2560 ได้ในสัปดาห์หน้า “ธีระเกียรติ” เผย ขอหารือ รับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย ชี้อาจจะต้องมีการปรับแก้จำนวน ผอ.สพท.ที่เข้ามาเป็นกรรมการให้เทียบเท่ากับผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อเป็นการคานอำนาจ ลั่นจำเป็นต้องดำเนินการปรับแก้ระเบียบ เพื่อให้เกิดความสงบ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดความเสียหายต่อการศึกษา งานติดขัดล่าช้าไปไม่ถึงโรงเรียน

    นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการเสนอแก้ไขคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 19/2560 ว่า ขณะนี้ตนยังไม่ได้ลงนามเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า คสช. เพราะต้องหารือให้ลงตัวและเข้าที่เข้าทางก่อน เนื่องจากมีบางประเด็นที่ยังต้องหารือกับนายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ ก.ค.ศ.) ให้ชัดเจน โดยตนรับฟังความเห็นจากทุกฝ่าย และขอเวลาภายในสัปดาห์นี้น่าจะปรับแก้เสร็จ คาดว่าจะสามารถนำเสนอได้ภายในสัปดาห์หน้า

    เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้สังคมมีข้อสงสัยว่าการเสนอแก้ ม.44 โดยตั้งคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) เป็น 2 คณะ คือ คณะกรรมการบูรณาการด้านการศึกษา และคณะกรรมการการบริหารงานบุคคล พร้อมทั้งคืนอำนาจการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามมาตรา 53 (3) และ (4) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจากศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ให้กลับไปเป็นของผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) และ ผอ.โรงเรียนตามเดิม จะส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาของเด็กอย่างไร นพ.ธีระเกียรติกล่าวว่า เรื่องนี้ตนก็ตั้งคำถามว่า ส่งผลถึงเด็กอย่างไร รวมถึงประเด็นที่มีการเสนอตั้ง กศจ.บริหารงานบุคคล ที่มี ผอ.สพท.ทุกคนในจังหวัดร่วมเป็นกรรมการ ซึ่งหลังจากที่ตนรับฟังจากหลายฝ่ายอาจจะต้องมีการปรับแก้จำนวน ผอ.สพท.ที่เข้ามาเป็นกรรมการให้เทียบเท่ากับผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อเป็นการคานอำนาจอย่างที่พูดกัน โดยกำลังพิจารณาจำนวนที่เหมาะสม แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ส่วนเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายเป็นอำนาจการบริหารงานบุคคลที่มีระเบียบปฏิบัติไม่ใช่เกิดจากการโหวต และการตั้ง ผอ.สพท.ก็เพื่อให้เข้ามามีส่วนร่วม แต่ก็ไม่อยากให้เข้ามาแล้วทำให้บ้านเมืองเสียหาย

    “เรื่องนี้อาจจะไม่สะท้อนถึงคุณภาพการศึกษาโดยตรง แต่ถ้าไม่แก้ไขก็สามารถทำให้เกิดความเสียหายได้ เพราะทำให้งานล่าช้า เตะถ่วงไว้เรื่องต่างๆ ก็ไปไม่ถึงโรงเรียน ขอให้เข้าใจว่าผมพยายามแก้ปัญหา ถ้าปรับแล้วทำให้เรื่องนี้สงบ เราก็สามารถเดินหน้านโยบายต่อไปได้ ส่วนที่เกรงว่าทาง ผอ.สพท.สงบ แต่ ศธจ.อาจไม่สงบนั้น เรื่องนี้ตนได้พูดคุยและทำความเข้าใจกับ ศธจ.แล้ว เชื่อว่าน่าจะคุยกันรู้เรื่อง” รมว.ศธ.กล่าว.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น