มองให้ไกลกว่าหัวแม่ตีน

  • Friday, December 15, 2017 - 00:00


    การที่กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป หรืออียู คิดหันมาคบกับไทยให้สนิทชิดเชื้อยิ่งขึ้นๆ นั้น นอกจากถือเป็นเรื่องดี ยังถือเป็นเรื่องน่าสบายใจอยู่ตามสมควร อย่าไปคิดมาก คิดเล็ก คิดน้อย แบบที่บางรายคิดๆ กันไปเอง ว่าคุณยู หรืออียู ท่านต้องการจะเร่งให้ไทยปลดล้ง ปลดล็อก อะไรต่อมิอะไรไปตามเรื่อง ตามราว ทั้งๆ ที่ออกจะเป็นคนละเรื่อง คนละราว แต่ยังอุตส่าห์เอาผสมปนเปให้กลายเป็น คนละเรื่องเดียวกัน ไปจนได้...
    ------------------------------------------------------
    คือถ้าติดตาม สังเกต กันบ้างซักนิด จะเห็นว่าคุณยู หรืออียูนั้น ท่านพยายามปรับตัว ปรับท่าที ต่อการกำหนดวิเทโศบายทางการเมือง เศรษฐกิจ เพื่อสร้าง ความเป็นตัวของตัวเอง เพิ่มขึ้นตามลำดับ ตั้งแต่ผู้นำเยอรมนี นาง อังเกลา แมร์เคิล ท่านพูดไว้เมื่อการประชุม G-7 ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาแล้วว่า... เราชาวยุโรป จะต้องหันมากำหนดชะตากรรมของตัวเราเองอย่างเป็นจริง เป็นจัง ด้วยมือของเราเอง แถมเพิ่มเติมไว้ด้วยว่า จริงอยู่ ที่เราเป็นเพื่อนกับสหรัฐ เป็นมิตรที่ดีกับอังกฤษ แต่ด้วยสัมพันธภาพแห่งความเป็นเพื่อนที่ดีเช่นนี้ ก็เป็นไปได้ที่อาจหมายรวมไปถึงรัสเซียและประเทศอื่นๆ โดยจุดสำคัญที่สุดคือ เราต้องรับรู้ว่า เรากำลังสู้เพื่ออนาคตของเรา เพื่อกำหนดชะตากรรมของมวลสมาชิกชาวยุโรป...
    -------------------------------------------------------
    คือขนาดรัสเซีย...ที่คุณพ่ออเมริกาแซงก์ชั่น และพยายามยกระดับการแซงก์ชั่นให้หนักขึ้นไปอีก คุณยูหรืออียูท่านยังเริ่มคิดจะหันไปคบให้สนิทชิดเชื้อยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม แล้วสำมะหาอะไรกับ เผด็จการละมุนภัณฑ์ อย่างไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮา ที่ย่อมต้องได้รับอานิสงส์จากการปรับตัว ปรับท่าที ของอียูตามไปด้วย อย่างมิอาจปฏิเสธได้ และการคบกับอียูนั้น ก็ไม่ได้ถึงกับ อันตราย อะไรมากมาย แม้ยังมีติ่งๆ ในเรื่องเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน หรืออะไรต่อมิอะไรตามแบบ ตามสไตล์ของอียูเขา แต่โดยแบบ โดยสไตล์ที่ว่านี้ ก็ยังไม่ถึงกับเป็นอะไรที่ ขวางโลก ยังคลอไปกับกระแสโลก ยังคำนึงถึง ความเป็นชุมชนโลก ไม่ได้มุ่งแต่จะเอารัด เอาเปรียบ ช่วงชิงความได้เปรียบ แบบชนิดไม่คิดหน้า-คิดหลัง ไม่สนใจความถูกต้อง ตามครรลองคลองธรรมใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย...
    ---------------------------------------------------------
    แต่กับคุณพ่ออเมริกานี่สิ...อันนี้ คงต้องยอมรับว่า ยิ่งใกล้ชิด...ยิ่งอันตราย!!! เพราะไม่ได้คิดจะสนใจโลก ไม่ได้ตระหนักถึงความผิด-ความถูก ความชอบธรรมใดๆ ในโลกอีกต่อไปแล้ว เอาแต่ America First ลูกเดียวเท่านั้น ซึ่งก็เลยมีส่วนทำให้ยุโรปแทบทั้งยุโรป ต่างออกอาการ รับไม่ได้ ไปด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าในกรณีโลกร้อน กรณีปัญหานิวเคลียร์อิหร่าน กรณีการปิดกั้นทางเลือกของยุโรปในธุรกิจด้านพลังงาน ไปจนถึงกรณีไม่สนใจต่อกระบวนการสันติภาพในตะวันออกกลาง ประกาศยกกรุงเยรูซาเลมให้เป็นของอิสราเอลเอาดื้อๆ อะไรต่อมิอะไรเหล่านี้นั่นเอง...ที่ทำให้ยุโรป หรืออียู เขาต้องหันมาปรับท่าทีตัวเอง กำหนดชะตากรรมของตนเอง อันก่อให้เกิดอานิสงส์ต่อประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของเราไปโดยอัตโนมัติ...
    ----------------------------------------------------------
    ดังนั้น...การที่อียูคิดจะหันมาใกล้ชิดกับเราเพิ่มขึ้น จึงเป็นสิ่งที่พอสบายใจได้ ไม่น่าจะเกี่ยวอะไรกับปลดล็อก-ไม่ปลดล็อก และยิ่งไม่ได้เกี่ยวกับ “บิ๊กป้อม” ใส่นาฬิกายี่ห้อใดโดยเด็ดขาด แต่การที่เรามีโอกาสหันไปใกล้ชิดกับคุณพ่ออเมริกาเพิ่มขึ้นๆ นี่สิ อันนี้...คงต้องคิดหน้า-คิดหลัง เอาไว้บ้าง ยิ่งได้เห็นท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ท่านออกมาพูดด้วยความภาคภูมิใจ หรือด้วยความรู้สึกอะไรก็แล้วแต่ ว่าประเทศไทยได้ทำอะไรเยอะแยะมากมายตามที่อเมริกาต้องการ ในกรณีบอยคอตเกาหลีเหนือ ทำมากกว่าที่สหประชาชาติกำหนดเอาไว้อีกซะล่วย อันนี้นี่แหละ...ฟังแล้วเสียวเข้าไปถึงรูตูด เพราะอย่างที่ว่าไว้แล้วว่า การคบอเมริกาในช่วงหลังๆ นี้ โอกาสที่จะมีแต่เสียกับเสีย แทบไม่ได้อะไรขึ้นมาเลย นับวันย่อมเป็นไปได้สูงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ...
    -------------------------------------------------------
    เพราะอเมริกาทุกวันนี้...ได้กลายเป็นประเทศที่ วอนทั้งโลกโขกหัวเธอ หนักขึ้นทุกที เป็นประเทศที่อาจใกล้ถึงกาล อวสานอเมริกา อีกไม่ช้า-ไม่นาน ไม่ว่ายุโรป โลกอิสลาม รัสเซีย จีน อิหร่าน ฯลฯ ต่าง ไม่เอาด้วย อย่างเห็นได้โดยชัดเจน แม้แต่กระทั่งอเมริกันชนด้วยกันเอง ก็ยังไม่เอาด้วยกับรัฐบาล ชนิด ทรัมป์บ้า ทำท่าว่าจะไปแหล่-มิไปแหล่ หรือยังไงๆ ก็น่าจะไปก่อน บิ๊กตู่ อยู่แล้วแน่ๆ การมีโอกาสได้กลับไปสนิทชิดเชื้อกับอเมริกา จึงถือเป็น อันตราย ซะยิ่งกว่าการมีโอกาสได้กลับไปสนิทชิดเชื้อกับอียู ไม่รู้กี่สิบ กี่ร้อยเท่า โดยเฉพาะถ้าไม่กะระยะห่าง ระยะเคียงเอาไว้ให้ดี เห็นเขากลับมาดีด้วย เลยผวาเข้าจูบปาก แบบไม่ได้คิดหน้า-คิดหลัง อะไรประมาณนั้น...
    ----------------------------------------------------------
    อีกทั้งไม่ใช่ ตัวอเมริกา เองเท่านั้น...ที่เป็นอันตราย แม้กระทั่ง เงินดอลลาร์ ของอเมริกันช่วงหลังๆ นี้ ก็อาจเป็นอันตรายตามไปด้วย โดยเฉพาะเมื่อรัสเซีย-จีน-อินเดีย-บราซิล-และแอฟริกาใต้ เขาอาศัยช่วงจังหวะที่ใกล้ๆ จะอวสานอเมริกานี่เองคิดจะกำหนด มาตรฐานราคาทองคำ ขึ้นมาใหม่ภายในกลุ่มประเทศ BRICS แถมยังหันมาเร่งเปลี่ยนระบบการซื้อ-ขายพลังงานด้วยเงินตราสกุลอื่นๆ ที่ไม่ใช่เงินดอลลาร์ แม้กระทั่งเงิน บิทคอยน์ (Bitcoin) หรือเงินดิจิตอลประเภท Crypto-currency ทั้งหลาย ยังถูกหยิบมาใช้เป็นเครื่องมือในการ ปิดล้อมเงินดอลลาร์ ชนิดกะจะให้อเมริกา แห้งตาย ไปเองให้จงได้ ขณะที่คุณพ่ออเมริกาท่านยังขยันที่จะ วอนทั้งโลกโขกหัวเธอ ต่อไปเรื่อยๆ...
    ------------------------------------------------------------
    พูดง่ายๆ ว่า...ในเมื่อโลกมันไม่ได้เหมียนน์น์น์เดิมอีกต่อไปแล้ว ประเทศประชาธิปไตยก็พร้อมที่จะหันมาคบหาเผด็จการแบบไม่คิดติดใจ เอาความ แบบเดิมๆ ซักเท่าไหร่ บรรดาเผด็จการทั้งหลาย...ก็อย่าถึงกับมองอะไรแบบจูราสสิกพาร์คโดยไม่คิดเปลี่ยนแปลง หันมาทำความเข้าใจกับความเป็นไปของโลกให้ถนัดชัดเจน ว่ามันกำลังไปในแนวไหน ทิศไหน อย่างน้อย...ก็จะไม่ได้ต้องเสียเวลาวิ่งไปซื้อ ถ่านหิน จากอเมริกา ร่วมลงทุนโรงไฟฟ้าถ่านหินกับญี่ปุ่น หันมาเดินตามคุณพี่จีนปิดโรงไฟฟ้าถ่านหิน เปิดโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน เดินตามรอย อารยธรรมแห่งนิเวศ มุ่งสู่ความเป็น สังคมพอเพียง น่าจะเข้าท่ากว่า ปลอดภัยกว่า เป็นไหนๆ...
    ------------------------------------------------------------
    ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก “Epictetus” (อีกครั้ง...และอีกครั้ง)... “Fortify yourself with contentment, for this an impregnable fortress.- จงสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ตัวท่านด้วยความสันโดษ (พอเพียง) เพราะนี่คือป้อมปราการที่ไม่มีผู้ใดจะตีแตก...”
    ----------------------------------------------------------

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น