เตือนบุหรี่ไฟฟ้าพิษแรง สารก่อมะเร็งมากกว่า แบบมวนจุดสูบ15เท่า

  • Friday, December 15, 2017 - 00:00


    กรมการแพทย์ เตือนอันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้า พิษสารก่อมะเร็งรุนแรงกว่าบุหรี่ปกติธรรมดา 15 เท่า การซื้อขายในประเทศไทยถือว่าผิดกฎหมาย แนะการวางแผนเลิกบุหรี่โดยใช้หลัก 4 ล เลือกวัน ลั่นวาจา ลาอุปกรณ์ ลงมือเลิก

    วันที่14 ธ.ค. นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า จากกรณีมีข่าวจับกุมผู้มีบุหรี่ไฟฟ้าในครอบครองนั้น พบว่าในปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้าเป็นที่นิยมในกลุ่มวัยรุ่น เป็นอุปกรณ์ที่ส่งผ่านสารนิโคตินเข้าสู่ร่างกายในรูปแบบละอองฝอยโดยไม่ต้องมีการเผาไหม้หรือการลุกไหม้ โดยมีความเข้าใจว่าปลอดภัยกว่าบุหรี่ปกติ ซึ่งจริงๆ แล้วการใช้บุหรี่ไฟฟ้า มีสารพิษต่างๆ เทียบเท่ากับการสูบบุหรี่ปกติทั่วไป นิโคตินจะเข้าไปกระตุ้นสมอง กระตุ้นหัวใจทำให้เส้นเลือดหดตัว ความดันสูงขึ้น นอกจากนี้สารนิโคตินในกระแสเลือดของแม่มีผลต่อทารกในครรภ์ ส่งผลต่อสมองและระบบประสาทการได้ยินและอาจทำให้ทารกตัวเล็กกว่าปกติ และควันหรือไอจากบุหรี่ไฟฟ้าทำให้เกิดมะเร็งได้เพราะมีสารฟอร์มาลดีไฮด์สูงถึง 15 เท่าของบุหรี่ทั่วไปและในหลายประเทศการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าถือว่าผิดกฎหมายรวมถึงประเทศไทยด้วย

    นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กล่าวว่า ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าส่วนใหญ่ เป็นทั้งผู้ที่เคยสูบบุหรี่แบบปกติทั่วไป ผู้ที่เริ่มต้นหรือทดลองสูบบุหรี่ รวมถึงกลุ่มผู้ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ แต่ยังไม่มีหลักฐานหรือข้อสรุปทางการแพทย์ที่ชัดเจนว่าบุหรี่ไฟฟ้าช่วยให้เลิกสูบบุหรี่ได้จริง แนะนำผู้ที่ต้องการเลิกสูบบุหรี่ให้วางแผนเลิกบุหรี่โดยใช้หลัก 4 ล ดังนี้

    "เลือกวัน" คือกำหนดวันที่จะเลิกบุหรี่ ยิ่งเร็วยิ่งดี (ภายใน 2 สัปดาห์หลังตัดสินใจ) "ลั่นวาจา" โดยการบอกมิตรรักและคนในครอบครัวถึงความตั้งใจในการเลิกบุหรี่ เพื่อขอกำลังใจและแรงสนับสนุน "ลาอุปกรณ์" กำจัดบุหรี่และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในการสูบทั้งหมด คิดก่อน "ลงมือ" มีการวางแผนรับมือกับอาการถอนนิโคตินที่จะเกิดขึ้น ในช่วง 2-3 วันแรกหลังหยุดสูบบุหรี่

    ทั้งนี้ สามารถขอรับคำปรึกษาการเลิกบุหรี่ได้ที่คลินิกเลิกบุหรี่ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี จังหวัดปทุมธานี โทร 0-2531-0080-4 ต่อ 435 และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลา ปัตตานี และโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น