บทบาท สนช. กับการคัดกรอง 7 ว่าที่ กกต.

  • Friday, December 15, 2017 - 00:00


    ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ยังไม่มีการลงมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามที่คณะกรรมการสรรหาได้สรรหามาแล้ว 5 คน และจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา 2 คน รวมเป็น 7 คน เนื่องจากสาเหตุว่ายังมี สนช.เกรงว่าจะเกิดปัญหาข้อกฎหมายขึ้นในการลงมติเลือกผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็น กกต.จากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา หลังมีข้อถกเถียงกันว่า การเลือกว่าที่ กกต.ของศาลฎีกา ที่ลงมติเลือก นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรีและปกรณ์ มหรรณพ สองผู้พิพากษาศาลฎีกา อาจไม่ถูกต้อง เนื่องจากไม่ได้เป็นการเลือกโดยเปิดเผย

    ที่ประชุม สนช.จึงมีมติให้ประธาน สนช.ทำหนังสือถึงศาลฎีกาเพื่อขอคำชี้แจงกระบวนการลงมติของที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจำนวนสองนัด คือวันที่ 17 พ.ย. และ 6 ธ.ค. ที่เลือกนายฉัตรไชยและนายปกรณ์ ว่ามีขั้นตอนอย่างไร ในการออกเสียงลงมติ จากนั้นจะนำคำชี้แจงดังกล่าวมาหารือในที่ประชุม สนช.อีกครั้ง ที่คาดว่าจะใช้เวลาอีกหนึ่งสัปดาห์ในการรอคำตอบจากศาลฎีกา จากนั้นที่ประชุม สนช.จึงจะนำคำชี้แจงดังกล่าวมาหารือเพื่อนำไปสู่การพิจารณาว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป

    กระบวนการดังกล่าวของ สนช. ว่าไปแล้วก็คือการพยายามจะหาทางออกในเรื่องนี้เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงเบื้องต้นเสียก่อนว่า กระบวนการของศาลฎีกาทำถูกต้องหรือไม่ จากนั้นจึงจะมาพิจารณาอีกครั้ง

    ที่ก็น่าจับตามองว่าสุดท้าย สนช.จะเป็นผู้หาทางออกในเรื่องนี้อย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคตตามมา ก็ถือเป็นการใช้สิทธิของ สนช. ที่ก็ต้องรอดูเช่นกันว่า ทางศาลฎีกาจะมีคำชี้แจงเรื่องนี้อย่างไร และเมื่อชี้แจงแล้ว เสียงส่วนใหญ่ใน สนช.จะว่าอย่างไร จะเดินหน้าต่อไปหรือจะหาทางออกอย่างไร หากสุดท้าย ทางศาลฎีกายืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดถูกต้อง เช่นจะมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่

    ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญ มาตรา 224 บัญญัติให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่และอํานาจ ดังต่อไปนี้

    (1) จัดหรือดําเนินการให้มีการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร การเลือกสมาชิกวุฒิสภา การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น และการออกเสียงประชามติ

    (2) ควบคุมดูแลการเลือกตั้งและการเลือกตาม (1) ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และควบคุมดูแลการออกเสียงประชามติให้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อการนี้ ให้มีอํานาจสืบสวน หรือไต่สวนได้ตามที่จําเป็นหรือที่เห็นสมควร

    (3) เมื่อผลการสืบสวนหรือไต่สวนตาม (2) หรือเมื่อพบเห็นการกระทําที่มีเหตุอันควรสงสัยว่า การเลือกตั้งหรือการเลือกตาม (1) มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือการออกเสียงประชามติ เป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ให้มีอํานาจสั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกการเลือกตั้ง หรือการเลือก หรือการออกเสียงประชามติ และสั่งให้ดําเนินการเลือกตั้ง เลือก หรือออกเสียงประชามติใหม่ ในหน่วยเลือกตั้งบางหน่วย หรือทุกหน่วย

    (4) สั่งระงับการใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือผู้สมัครรับเลือกตาม (1) ไว้เป็นการชั่วคราวเป็นระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปี เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้นั้นกระทําการหรือรู้เห็นกับการกระทําของบุคคลอื่น ที่มีลักษณะเป็นการทุจริต หรือทําให้การเลือกตั้งหรือการเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม

    (5) ดูแลการดําเนินงานของพรรคการเมืองให้เป็นไปตามกฎหมาย (6) หน้าที่และอํานาจอื่นตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ในการสืบสวนหรือไต่สวนตาม (2) คณะกรรมการการเลือกตั้งจะมอบหมายให้กรรมการการเลือกตั้งแต่ละคนดําเนินการ หรือมอบหมายให้คณะบุคคลดําเนินการภายใต้การกํากับของกรรมการการเลือกตั้ง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนดก็ได้ (3) ให้กรรมการการเลือกตั้งแต่ละคนซึ่งพบเห็นการกระทําความผิดมีอํานาจ กระทําได้สําหรับหน่วยเลือกตั้งหรือเขตเลือกตั้งที่พบเห็นการกระทําความผิด ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกําหนด

    ขณะที่ พ.ร.บ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง ฉบับปัจจุบัน มาตรา 22 บัญญัติถึงหน้าที่และอํานาจตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอํานาจ ดังต่อไปนี้ด้วย

    (1) หน้าที่และอํานาจที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้และกฎหมายอื่น (2) ออกข้อกําหนด ระเบียบ หรือประกาศตามที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้และกฎหมายอื่น (3) วินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งเกี่ยวกับข้อกําหนด ระเบียบ หรือประกาศของคณะกรรมการ

    (4) วางระเบียบเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ปฏิบัติงานของสํานักงาน ข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ในการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งการสืบสวนและไต่สวน และการอื่นใดที่จําเป็น เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง

    ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญให้อำนาจ สนช.ในการลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบรายชื่อว่าที่ กกต.ทั้งหมดได้ โดยเสียงเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบต้องได้คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง และหาก สนช.ไม่เห็นชอบ ก็ต้องเริ่มต้นรับสมัคร-คัดเลือกกันใหม่ แต่ก็จะไม่มีผลกระทบต่อการจัดเลือกตั้งเพราะ กกต.ที่รักษาการอยู่ตอนนี้ ก็สามารถทำหน้าที่ดังกล่าวได้

    บทบาทของ สนช.จึงมีส่วนสำคัญในการกลั่นกรอง ตรวจสอบ รายชื่อว่าที่ กกต.ทั้งหมด เพื่อให้ได้ กกต.ที่เข้ามาโดยถูกต้องตามขั้นตอนทางกฎหมาย และเป็น กกต.ที่ทำหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง เป็นกลางทางการเมือง.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น