คอร์สสอนทำอาหาร ฝึกพัฒนาการเด็ก สานสัมพันธ์ครอบครัว

  • Saturday, December 16, 2017 - 00:00


    ทั้งแปลกและน่ารักจนไม่อยากกิน กระทั่งเอื้อมมือไปแตะเพราะกลัวพัง สำหรับ “บ้านขนมปังขิง” รับเทศกาลคริสต์มาส ที่ตกแต่งด้วยแอคเซสเซอรี่ทานได้ อาทิ ซานตาคลอส ต้นคริสต์มาส ทำด้วยไข่ขาวและน้ำตาลไอซิ่ง

    เชฟเชน-ประเสริฐ คะเชนรัมย์ ตำแหน่ง Pastry Chef จากโรงแรม “เดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท” ซึ่งเปิดคอร์สสอนทำอาหารสำหรับเด็กๆ บอกว่า “ประโยชน์ที่เด็กจะได้จากกิจกรรมนี้ ได้ทั้งสานสัมพันธ์ครอบครัว และยังเป็นการฝึกพัฒนาการด้านการทำอาหารให้เด็กด้วยในตัว" ยกตัวอย่าง บ้านขนมปังขิง เด็กจะได้ตกแต่งบ้านขนมปังไอเดียของตัวเอง เช่น การที่เด็กนำซานตาคลอส (ทำจากน้ำตาลไอซิ่งผสมไข่ขาว) วางไว้บนหลังคา ซึ่งเมื่อคุณแม่เห็นก็จะบอกลูกว่าให้วางไว้ข้างล่างน่ารักกว่า เป็นการให้พ่อแม่ที่มาร่วมกิจกรรมคอยดูแล แนะนำลูกๆ ทำให้ได้พูดคุยกัน เนื่องจากเชฟมีหน้าที่ให้คำแนะนำวิธีประกอบบ้านขนมปัง ส่วนสไตล์การตกแต่งขนมเป็นไอเดียของเด็ก ที่สำคัญกิจกรรมนี้ดีกว่าปล่อยให้ลูกเล่นเกมอยู่บ้านโดยไม่เงยหน้าคุยกับพ่อแม่

    เกี่ยวกับของหวานสุดน่ารักนี้ เป็นคลาสสอนการเรียนทำขนมปังขิงให้กับผู้ปกครองและน้องๆ หนูๆ อายุระหว่าง 6-12 ปี สนนราคาอยู่ที่ 1,690 บาท (สำหรับเด็กและพ่อแม่รวม 1 คู่) โดยเปิดสอนในวันเสาร์ที่ 9, 16 และ 23 ธันวาคมนี้ รวมระยะเวลา 2 ชั่วโมง (10.30-12.00 น.) นอกเหนือจากความอร่อยและสนุกสนานจากการตกแต่งบ้านขนมปังให้สวยงามตามสไตล์ของเด็กแล้ว เมนูขนมหวานที่ว่าจะมีประวัติยาวนานแค่ไหน อีกทั้งเป็นกิจกรรมที่สร้างความสุขให้กับครอบครัวได้อย่างไร เชฟเชนมีข้อมูลมาบอกกัน

    เชฟประเสริฐเล่าให้ฟังว่า ประวัติของขนมปังขิงมีมากว่า 350 ปี แรกเริ่มเดิมทีชาวอียิปต์ทำของหวานชนิดนี้เพื่อแจกในงานศพ กระทั่งประเทศฝรั่งเศสได้รับวัฒนธรรมการบริโภคขนมปังขิงในเวลาต่อมา และได้พลิกแพลงโดยใส่น้ำผึ้งลงไป โดยนักบวชหญิงชาวเมืองน้ำหอมได้ทำขนมปังขิงเพื่อแจกคนจนและเก็บไว้เป็นอาหารยามขาดแคลน กระทั่งขนมดังกล่าวกลายเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลคริสมาสต์ทุกวันนี้ ซึ่งส่วนผสมหลักมีขิงแห้งบดละเอียดผสมอยู่ในแป้งขนมปัง จึงกลายเป็นชื่อเรียกตั้งแต่นั้นมา

    “วิธีทำขนมปังขิง อันดับแรกให้น้ำผึ้งผสมกับน้ำตาลกลูโคสและน้ำตาลทราย จากนั้นเคี้ยวไปเรื่อยๆ จนออกสีน้ำตาลอ่อน และพักทิ้งไว้ให้เย็น ต่อด้วยการชั่งแป้งขนมปัง (มีขิงแห้งบดเป็นส่วนผสม) ใส่เบกกิ้งโซดา, ผงอบเชย จากนั้นนำน้ำผึ้งและน้ำตาลที่เคี้ยวรวมกันไว้เทใส่ในเครื่องตีขนมปังประมาณ 15-20 นาที พอแป้งได้ที่ให้นำไปแช่ตู้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อให้แป้งคลายตัว จากนั้นมารีดให้เป็นแผ่น และนำแป้งขนมปังเทใส่ถาดที่ปูกระดาษรองแป้ง จากนั้นนำเข้าเตาอบด้วยไฟ 180 องศา ประมาณ 12-15 นาที ขนมปังที่อบเสร็จแล้วมีลักษณะกรอบ เพื่อให้ง่ายต่อการประกอบเป็นบ้านขนมปังขิง จากนั้นเชฟจะตัดขนมปังให้เป็นแผ่นสำหรับเป็นหลังคาบ้านและหน้าต่าง ตามด้วยขั้นตอนการผสมน้ำตาลไอซิ่งกับไข่ขาว เพื่อใช้เป็นกาวสำหรับยึดต่อตัวบ้านกับหลังคาในขั้นตอนการประกอบขนมปังตามจินตนาการของเด็กครับ”

    ในส่วนของคลาสสอนทำขนมปังขิง เชฟเชนเล่าว่า เปิดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 แล้ว ที่สำคัญได้การตอบรับที่ดี กระทั่งปัจจุบันอยู่ที่ 12-19 คู่ เพื่อให้ได้รับความรู้และมีสมาธิในการทำอาหารที่ดี โดยเฉพาะเด็กอายุ 6-12 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่สามารถตอบรับคำสั่งหรือคำแนะนำจากเชฟได้ดีค่ะ เนื่องจากเป็นวัยที่กำลังเรียนรู้

    คอร์สทำอาหารนั้น นอกจากเป็นการใช้เวลาด้วยกันแล้ว เด็กๆ ยังสามารถนำความรู้เรื่องอาหารไปทำขนมปังที่บ้าน เพื่อมอบให้เพื่อนๆ หรือคุณพ่อคุณแม่ได้ ที่ผ่านมามีเด็กบางคนที่มาเรียนบอกว่าอยากทำขนมเค้กเองที่บ้าน และก็อยากให้มีคอร์สสอนทำช็อกโกแลตลาวา พูดง่ายๆ ว่าการทำอาหารของเด็กเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความอบอุ่นให้กับครอบครัว และฝึกพัฒนาการเด็กเรื่องความคิดสร้างสรรค์ไปสู่เรื่องอื่นๆ คือเด็กจะรู้จักคิดเป็น ทำเป็น มันได้ทั้ง 2 เรื่องครับ”

    เชฟเชนบอกอีกว่า ที่ผ่านมาเด็กๆ แฮปปี้กับกิจกรรมทำขนมปังขิง เนื่องจากได้นำอาหารที่ทำด้วยตัวเองไปอวดคนที่บ้าน และแม้ว่าจะมีครอบครัวชาวไทยน้อยกว่าชาวต่างชาติที่มาพำนัก และเลือกใช้เวลาร่วมกับลูกหลานด้วยกิจกรรมทำอาหารที่ทางโรงแรมจัดขึ้น แต่อย่างไรในปีถัดไปก็คาดว่าจะเพิ่มคลาสในการเรียนให้มากกว่า 3 วัน และเพิ่มลูกเล่นให้มีตัวสโนว์แมน, ซานตาคลอสแบกเป้ตัวโตๆ เพื่อประกอบบ้านขนมปัง

    “เหตุผลว่าทำไมต้องดีไซน์รูปทรงให้เป็นรูปทรงบ้าน เนื่องจากช่วงหลังมานี้ ขนมหวานดังกล่าวถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์ของวันคริสต์มาส ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลของขวัญ ดังนั้นทุกคนจึงนึกถึงบ้านและการอยู่กับครอบครัว รูปทรงจึงเป็นบ้านอย่างที่เห็น สิ่งสำคัญคือการเรียนทำขนมปังขิงไม่ได้ยากจนเกินไป ประกอบกับทางโรงแรมไม่ได้จำกัดเรื่องการตกแต่งที่ต้องเหมือนต้นฉบับทุกอย่าง แต่จุดประสงค์คือต้องการให้อาหารเป็นสายสัมพันธ์ครอบครัวระหว่างพ่อแม่ลูกครับ ดังนั้นน้องทุกคนสามารถมาเรียนทำขนมปังได้”.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น