เครือข่ายมหาวิทยาลัยปลอดเหล้า80สถาบัน แนะใช้พลังโซเชียลหยุดร้านเหล้า

  • Saturday, December 16, 2017 - 00:00


    แม้รัฐบาลจะออกประกาศคุมเข้มร้านเหล้ารอบมหาวิทยาลัย เพื่อลดปัญหาการมอมเมาเยาวชนและอาชญากรรมต่างๆ เพื่อหวังให้นักศึกษาได้ใช้เวลาเรียนและทำกิจกรรมสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ และที่ผ่านมารัฐบาลได้พยายามแก้ปัญหาอย่างจริงจัง แต่ก็ยังมีผู้ประกอบการบางส่วนยังเปิดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่โซนนิงอย่างไม่เกรงกลัวใคร

    เมื่อเร็วๆ นี้ ที่โรงแรมเอบีน่าเฮ้าส์ เครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัยปลอดเหล้า 80 สถาบัน และภาคีเครือข่ายงดเหล้า จัดเวทีวิพากษ์ประเด็นร้อน “บทเรียนสังคมไทย...เมื่อห้างใหญ่จับมือทุนน้ำเมาเขย่าโซนนิง” ภายในงานมีเครือข่ายภาคประชาชน นักวิชาการ อาจารย์ นักศึกษา เข้าร่วมจำนวนมาก

    นายฐิติชัย ดุ้งกลาง แกนนำเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า จากกรณีที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายใหม่และตั้งอยู่ในพื้นที่โซนนิงใกล้สถานศึกษา ตามคำสั่ง คสช.22/2558 ที่กำหนดห้ามไม่ให้ออกใบอนุญาตขายเหล้าให้รายใหม่ ตามหลักการร้านใหม่ต้องไม่เพิ่ม ร้านเดิมต้องทำตามกฎหมาย

    โดยมีข่าวมาแล้วระยะหนึ่งว่า ห้างแห่งนั้นได้พยายามวิ่งเต้นขอแก้ไขลดเขตโซนนิงใกล้มหาวิทยาลัย เพื่อให้ร้านค้าภายในห้างสามารถขายเหล้า-เบียร์ได้ และก่อนหน้านี้ได้มีการเผยแพร่กำหนดการจัดลานเบียร์ยี่ห้อดัง และพบว่ามีบางร้านในห้างแอบขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฝ่าฝืนกฎหมายกันจำนวนหนึ่ง ทั้งที่ยังไม่มีการออกใบอนุญาตให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากสรรพสามิตซึ่งผิดกฎหมายชัดเจน

    “เครือข่ายเยาวชนฯ ยอมไม่ได้ที่จะปล่อยให้ห้างยักษ์ใหญ่แห่งนี้มาแก้ไขกฎหมายเพื่อขายเหล้า-เบียร์ โดยก่อนหน้านี้ได้ไปยื่นหนังสือคัดค้านและให้ข้อมูลกับทางกรมพินิจและคุ้มครองเด็กฯ คณะกรรมาธิการการศึกษาและการกีฬา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กระทรวงมหาดไทย รวมถึงนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ไว้แล้ว และกำลังติดตามความคืบหน้าในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เราอยากเห็นห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ในจังหวัดนครราชสีมาแสดงจุดยืนที่จะยุติเรื่องนี้ หยุดวิ่งเต้น เราอยากเห็นห้างดังกล่าวเป็นพื้นที่ต้นแบบ สร้างพื้นที่สีขาวและปลอดภัยสำหรับเด็ก เยาวชน ครอบครัว” นายฐิติชัยกล่าว

    ดร.ดำเกิง โถทอง อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ในฐานะที่ปรึกษาเครือข่ายมหาวิทยาลัยปลอดเหล้าอีสานล่าง กล่าวว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแบบนี้ เครื่องมือสำคัญที่จะต่อสู้ รับมือกับทุนใหญ่แบบนี้ คือการใช้พลังโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นจุดแข็งที่สำคัญ โดยเฉพาะสื่อดิจิตอล สื่อออนไลน์ จะเป็นพลังสำคัญในการต่อสู้คัดค้านห้างยักษ์ใหญ่ให้หยุดความพยายามในครั้งนี้

    “เราต้องทำให้สังคมเห็นถึงผลกระทบ ปัญหาจากภัยน้ำเมาที่จะตามมา ทุกวันนี้รอบสถานศึกษาถูกร้านเหล้า ผับ บาร์เข้ายึดครอง สูบเม็ดเงินจากกระเป๋านักศึกษา สร้างผลกระทบมายาวนาน แทบไม่มีรัฐบาลไหนกล้าจัดการ แต่รัฐบาลนี้ได้ให้เครื่องมือที่สำคัญมากในการป้องกันแก้ไขปัญหา คือโซนนิง เราจึงควรช่วยกันปกป้องกฎหมายนี้มิให้นายทุนหรือใครมาทำลาย และการใช้พลังโซเชียล คนเล็กคนน้อย คนในชุมชน เป็นเครื่องมือสื่อสารต่อสู้กับยักษ์ใหญ่ ใช้โซเชียลให้เกิดการกระจายข้อมูลอย่างมีพลัง เกิดการรับรู้ ตระหนักในวงกว้าง ขับเคลื่อนไปสู่กระแสสังคม ภารกิจสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการเฝ้าระวังแจ้งเหตุ เมื่อพบเห็นการทำผิดกฎหมายของร้านเหล้าเหล่านี้ควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมพินิจและคุ้มครองเด็กฯ ฝ่ายปกครองหรือทหารในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายนำไปสู่การปิดถาวร นอกจากจะเป็นการลดจำนวนร้านลงแล้ว ยังช่วยป้องปรามมิให้ร้านที่มีอยู่ทำผิดกฎหมายในทางหนึ่งด้วย” ดร.ดำเกิงระบุ

    นายอาคม อ่วมสำอางค์ ผู้แทนกรมสรรพสามิต กล่าวว่า หากพบว่ามีการขายเหล้า-เบียร์ของผู้ประกอบการรายใหม่ในพื้นที่เขตโซนนิง ซึ่งขัดกับคำสั่งของ คสช.22/2558 ทางเครือข่ายฯ สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ทันทีและมีโทษหนักถึงจำคุก และตามกฎหมายกรมสรรพสามิตยืนยันว่าไม่สามารถออกใบอนุญาตให้รายใหม่ได้อยู่แล้ว เพราะอยู่ในพื้นที่เขตโซนนิง ถือว่าเป็นพื้นที่ต้องห้าม ทั้งนี้ ห้างสรรพสินค้า หรือธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ประกอบการทุกๆ ราย ควรทำตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

    ด้านนายคำรณ ชูเดชา ผู้ประสานงานเครือข่ายเฝ้าระวังธุรกิจสุรา กล่าวว่า ภาคประชาชน นักวิชาการ อาจารย์ นักศึกษา ในนามเครือข่ายมหาวิทยาลัยปลอดเหล้า 80 สถาบัน กว่า 100 คน ได้ระดมความคิดเห็นกันในวันนี้ ขอแสดงจุดยืนและมีข้อเสนอต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดังนี้

    ข้อ 1 เครือข่ายฯ คัดค้านอย่างเต็มที่ต่อความพยายามวิ่งเต้นขอแก้ไขโซนนิงของห้างสรรพสินค้าในจังหวัดนครราชสีมา เพียงหวังให้เกิดการมอมเมา ค้าขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่สุ่มเสี่ยงกับนักศึกษา และขอให้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้ที่ฝ่าฝืนขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ห้างดังกล่าวอย่างเสมอภาค

    ข้อ 2 เครือข่ายฯ ขอแสดงจุดยืนในการปกป้องกฎหมาย เจตนารมณ์ ตามคำสั่ง คสช.22/2558 ที่จัดสภาพแวดล้อมเพื่อลดและควบคุมร้านเหล้ารอบสถานศึกษา ร้านใหม่ไม่เพิ่ม ร้านเดิมทำตามกฎหมาย และขอบคุณรัฐบาลที่ได้ให้ความสำคัญในปัญหาร้านเหล้ารอบสถานศึกษา

    ข้อ 3 เครือข่ายฯ ขอเป็นกำลังใจกับสถาบันการศึกษาและภาคีภาคประชาชนในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาในการปกป้อง คัดค้านการแก้ไขเขตโซนนิงร้านเหล้ารอบสถานศึกษา และข้อ 4 เครือข่ายฯ จะเร่งสื่อสารขอบเขตรัศมีและเฝ้าระวังการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่โซนนิงอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างการรับรู้ให้ประชาชน

    หากทุกคนช่วยกันโดยอาศัยพลังโซเชียลเป็นสื่อกลาง ก็เชื่อว่าภาครัฐจะเข้าไปจัดการอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกัน ทุนยักษ์ใหญ่ต้องยั้งคิดและล้มเลิกแนวคิดดังกล่าวไป เพราะผลประโยชน์ที่ได้รับอาจไม่คุ้มกับภาพลักษณ์และชื่อเสียงที่ต้องเสียหายยากจะกู้คืน.

    เผยคนไทยเกือบ7พันคน
    ตายจากควันบุหรี่มือสอง

    นายแพทย์แดเนียล เคอร์เทซ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่า การตายจากสาเหตุได้รับควันบุหรี่มือสองนั้นสามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยทำให้ “บ้านและสถานที่ทำงานปลอดบุหรี่” อย่างเด็ดขาด จะช่วยลดพิษภัยจากควันบุหรี่มือสองในผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ และไม่เป็นแบบอย่างการสูบให้กลุ่มเยาวชน ทั้งลดทอนค่านิยมการสูบบุหรี่ในสังคมลงได้ด้วย

    การบังคับใช้กฎหมายควบคุมยาสูบอย่างเข้มแข็งของรัฐบาล ทำให้ควันบุหรี่ในพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ปิดลดลงอย่างชัดเจน หากร่วมกันทำให้บ้านและที่ทำงานปลอดควันบุหรี่มือสอง จะยิ่งทำให้เด็ก เยาวชน รวมถึงกลุ่มผู้หญิง คนไม่สูบบุหรี่อยู่ในสภาพแวดล้อมปลอดภัย แต่กระนั้น อันตรายของควันบุหรี่มือสองก็ยังเป็นภัยต่อเยาวชนไทย เพราะการสำรวจขององค์การอนามัยโลก ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ในปี 2558 พบว่าเด็กนักเรียนไทย 1 ใน 3 ได้รับควันบุหรี่มือสองจากที่บ้าน และยังมีการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2557 มีคนไทยประมาณ 15.2 ล้านคน ต้องรับควันบุหรี่มือสองในบ้านของตนเอง ส่วนสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ร่วมกับ สสส. และมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่และเครือข่าย จับมือกันทำโครงการ “บ้านปลอดบุหรี่” (Smoke Free Home) เพื่อรณรงค์เชิงรุกให้ประชาชนตระหนักถึงพิษภัยของควันบุหรี่มือสอง

    "พิษภัยจากควันบุหรี่มือสองคร่าชีวิตคนไทยถึง 6,500 คนต่อปี ด้วยโรคมะเร็ง หัวใจล้มเหลว และโรคทางเดินหายใจเรื้อรัง ในสถานที่ทุกแห่งที่มีควันบุหรี่มือสอง แม้ลอยอวลเพียงเล็กน้อยก็มีอันตรายต่อสุขภาพ ทางเดียวที่จะปกป้องผู้ไม่สูบบุหรี่ได้ดีที่สุดคือ กำจัดการสูบบุหรี่ในทุกสถานที่ โดยเฉพาะที่บ้าน สถานที่ทำงาน และสถานที่สาธารณะ" ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทยกล่าว

    ทางด้าน ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่และภาคี สสส. กล่าวว่า ในปีนี้ประเทศไทยบังคับใช้พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 ซึ่งสอดคล้องกับกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก (WHO FCTC) กำหนดมาตรการลดการใช้ยาสูบและสูดดมควันบุหรี่มือสอง ให้คนไทยทุกคนต้องรับผิดชอบ ปกป้องสุขภาพของตนเองและครอบครัวจากบุหรี่มือสอง โดยทำให้บ้านและยานพาหนะเป็นที่ที่ปลอดบุหรี่ สอนให้เด็กอยู่ให้พ้นจากควันบุหรี่มือสอง และต้องเป็นตัวอย่างที่ดีในการไม่สูบบุหรี่ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบทุกประเภท

    ทั้งนี้ เป็นที่แน่ชัดว่าการใช้ยาสูบเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการตายทั้งที่ป้องกันได้ การเสียชีวิตมากกว่า 51,000 คนต่อปี เป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากโรคที่บุหรี่เป็นต้นเหตุสูงถึง 7.5 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 0.8 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในแต่ละปี สำหรับทั่วโลก ประชากรราว 7 ล้านคนต่อปี เสียชีวิตจากการใช้ยาสูบ และอีกกว่า 890,000 คน ต้องสิ้นลมด้วยควันบุหรี่มือสอง.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น