'ประชารัฐ' ลีลานำ 'พรรคทหาร'

  • Saturday, December 16, 2017 - 00:01


    'ประชารัฐ' ลีลานำ 'พรรคทหาร'

    การไปไหน-มาไหน ที่เรียก "พักผ่อนยาวๆ" นึกว่าจะดี

    เอาเข้าจริง.......

    มันไม่ดีเลย

    เพราะทำให้ "สันหลังยาว" ซึ่งเหตุมันเกิดขึ้นแล้วกับตัวผม

    คือพอได้เที่ยว ใจมันแตกน่ะ!

    งานการไม่อยากทำ อยากเพริดไปเรื่อยๆ ไปทุกที่ เท่าที่ตีนมันจะพาหัวใจเตลิด

    ติดอยู่นิดเดียว ตรงเรื่องที่อยากลืม ดันจำแม่น อย่างคำขวัญยุค "จอมพลสฤษดิ์"

    ตั้ง ๖๐ ปีมาแล้ว แทนที่จะลืม กลับฝังหัว

    "งานคือเงิน เงินคืนงาน บันดาลสุข"

    คำไทยๆ ความหมายชัด อ่านปุ๊บ ไม่ต้องหลับตาก็เห็นภาพ-เข้าใจปั๊บ

    ยุคนั้น หันไปทางไหน จะถูกคำขวัญนี้ "ทิ่มลูกตา" จากผ้าใบบังแดดตามตลาด-ร้านค้ามีทั่ว

    ก็เลยต้องหยุดเตลิด กลับมาทำงาน-ทำการแลกเงิน

    ไม่งั้นละก็ .....

    ยกพื้นที่สัมปทานตรงนี้ ให้คุณ "ผักกาดหอม" ไปเลย ผมจะได้ยาวโลด!

    ยุคนี้ ยุคปฏิวัติเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนกัน คือจอมพลสฤษดิ์นั้น "พูดน้อย-ต่อยหนัก"

    พูดแต่ละคำ-แต่ละครั้ง คือประกาศิต รูปธรรมต้องเกิด

    ส่วนพลเอกประยุทธ์ "น้ำมาก-เนื้อน้อย"

    จำเรียงถ้อยไปได้ทุกเรื่อง แต่งานเต็มไปด้วยนามธรรม จับต้องได้ "ทางใจ"

    "องค์รัฏฐาธิปัตย์" นั้น สั่งได้ และชอบสั่ง (ตะพึด)

    แต่ฝ่ายปฏิบัติ "ลุยตาม" ไม่ได้ ด้วยระบบ-ระเบียบราชการเดิม กับกฎกติกาที่ คสช.เติมเข้าไปเป็นรากไทรพันโบสถ์ นัยว่า ปิดรูโกง

    แต่กลับ "มัดมือ-มัดตีน"...........

    ให้ทั้งคน-ทั้งระบบงานเดินไม่ได้ และไม่อยากเดิน จะกระดิกทางไหน มันผิดกฎระเบียบไปซะทั้งนั้น ใครก็ไม่อยากเป็นจำเลยภายหลัง

    สไตล์ "อำนาจรวมศูนย์บริสุทธิ์" อยู่ที่ทหารฝ่ายเดียว แทนที่จะทำให้ทุกอย่างเดินเร็ว

    กลับสร้างระบบ "สังคะยืด" ย้อนยุค ให้เกิดในแทบทุกหน่วยงานรัฐ

    ไม่ต้องดูอะไรมาก........

    เอาที่ทิ่มตา-แทงใจชาวบ้าน แค่ประมูลรถเมล์ ขสมก. รัฐบาลทหารเข้ามา เรื่องขี้หมาแค่นี้ นึกกันว่า "รัฐบาลทหารปราบโกง" เข้ามา ทุกอย่างจะเรียบวุธ

    แต่ก็ล้ม "โกงทับ-ทับโกง" กันอยู่นี่แหละ!

    ทำท่าว่า ครบเทอมรัฐบาลเผด็จการ ตูดชาวบ้านก็ยังไม่มีโอกาสได้สัมผัสเบาะรถเมล์ใหม่?

    แล้วจะเที่ยวคุยทำโน่น-ทำนี่อยู่นั่นแหละ

    พูดให้น้อย-ทำให้มาก อย่างป๋าเปรม ชาวบ้านเขาจะเชื่อถือมากกว่า พูดมาก แต่เนื้องานโหรงเหรง

    อย่าทำให้อำนาจ "รัฏฐาธิปัตย์" สูญเปล่า...........

    อย่าสิ้นเปลืองความเป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์ไปปลี้ๆ เปล่าๆ กับบท "ไม้กันหมา" ให้คนใส่นาฬิกาสวยอยู่เลย

    หันมาสำรวจ "เรื่องที่พูด" กับ "เนื้องานที่ปรากฏ" ในรอบ ๓ ปี ดีกว่า ว่ามันได้สัดส่วนกันมั้ย?

    ถ้าได้ ก็บอกมา........

    จะได้ช่วยกันโพนทะนาให้ชาวบ้านเห็น และใครบิดเบือน ใส่ฟืน-ใส่ไฟ จะได้ช่วยถองให้

    แต่ถ้าที่พูดกับที่ทำยังไม่สมดุล ก็รีบปรับสมดุล คือพูดให้น้อย แล้วหันไปเร่งเอาเนื้องานตามที่สั่งให้มันเห็นผล

    ปฏิวัติปุ๊บ จะปฏิรูประบบราชการ ปฏิรูปตำรวจ ล้างคอร์รัปชัน

    แล้วสำรวจดูซิ?

    วันนี้ มีระบบราชการไหนบ้างที่ปฏิรูปแล้วเห็นผล?

    ปฏิรูปตำรวจ ตอนปฏิวัติอาจพูดไม่ชัด อนุญาตให้พูดใหม่อีกครั้งว่า

    "ชาตินี้ หรือ ชาติหน้า?"

    คอร์รัปชัน นั่นเหมือนกัน เข้าปีที่ ๔ ของรัฐบาลอำนาจเบ็ดเสร็จ

    ลองสำรวจแล้วตอบด้วย "จิตใต้สำนึก" ซิว่า ที่เขานินทากันอยู่ตอนนี้ มันต้นรากเดิม

    หรือที่เห็นเขียวๆ คือ "สปอร์" ที่แตกงอก?

    ผมเข้าใจ งานล้างชั่วให้ชาติ มันต้องใช้เวลา แต่ ๓ ปีกว่า มันควรเห็นหน่อแนวว่า "ทำจริง" เป็นรูป-เป็นร่างมากกว่านี้

    ไม่งั้น.......

    ต่อให้อาจารย์มีชัยแกะสลัก "บทเฉพาะกาล" เพิ่มเติมในรัฐธรรมนูญ เพื่อเกื้อกูลอำนาจอยู่เพื่อ "สานงานต่อ" อีกซักขนาดไหน

    ก็ไร้ผล!

    ลองประชาชนสิ้นศรัทธา ที่สัญญาไม่ทำ แต่ละคำก็เอาแต่ป้องป้อม

    ต้องการให้คนอื่นทุกคนฟังตัวเองพูด

    ในขณะเดียวกัน.....

    ตัวเอง "ไม่ฟัง" คนอื่นเขาพูดเลย นั้น

    แบบนี้ นึกหรือว่า สูตรเลือกตั้งบวกบทเฉพาะกาลตามรัฐธรรมนูญ กับบทพระเอกยี่เกอ้อนแม่ยก

    จะอุ้มสมคนชื่อ "พลเอกประยุทธ์" เป็นนายกรัฐมนตรี "รัฐบาลเลือกตั้ง" ได้?

    พูดกันตามเหตุผล.........

    สิ้นเทอมรัฐบาลเผด็จการทหารนี้แล้ว ยังไงๆ ควรต้องมีคนชื่อ "ประยุทธ์" เป็นนายกฯ ต่ออีกสมัยหนึ่ง

    เพราะภารกิจ คืองานที่พลเอกประยุทธ์เริ่มไว้ตั้งแต่ ๒๒ พ.ค.๕๗ เป็นช่วงปรับหน้าดิน หว่านเมล็ดพันธุ์ใหม่ให้สังคมชาติ

    ในเมื่อภารกิจยังไม่บรรลุผล.........

    พลเอกประยุทธ์ จะไปทางไหนไม่ได้!

    ท่านต้องรับผิดชอบงานที่ตัวเองทำค้างไว้จนกว่าจะบรรลุผล ถ้าทิ้งไปครึ่งๆ กลางๆ ถือว่า

    "จงใจ" ละทิ้งหน้าที่!

    ทหาร "ละทิ้งหน้าที่" ผิดฉกรรจ์ทั้งเกียรติยศ ทั้งจิตวิญญาณขนาดไหน คนที่ไม่ใช่ "ทหารพ่อค้า" ย่อมเข้าใจ

    พลเอกประยุทธ์ ไม่ใช่ทหารพ่อค้า นาฬิกาก็โหลยโท่ย......

    ๓ ปี ในตำแหน่ง พิสูจน์ได้ระดับหนึ่ง ท่านมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีจิตวิญญาณ มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่

    ที่สำคัญ มีความซื่อสัตย์ มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

    ด้วยเหตุผลนั้น พลเอกประยุทธ์ควรต้องเป็น "ผู้นำรัฐบาล" ต่อเนื่องอีกสมัยหนึ่ง

    เพื่อรับผิดชอบ ในงานที่ลงมือทำไว้ตามโครงการให้เดินหน้าปรากฏเป็นรูปธรรม

    จนแน่ใจได้ว่า ที่เพาะไว้ งอกแน่ ใครมาเป็นรัฐบาลต่อ ต้องรดน้ำ-พรวนดินให้โต จะล้มไม่ได้

    นั่นแหละ จากนั้น อยากไปไหน...ก็ไป อยากอยู่ต่อ...ก็อยู่!

    ถ้าสะบัดตูดทิ้งไป

    ในขณะที่เอาเงินหลวงลงทุนไปกับโครงการมากมายหลายแสนล้านล้าน เหมือนหว่านเมล็ดพืชพันธุ์ แล้วไม่อินังขังขอบ

    จะฉิบหายยกใหญ่!

    เพราะคนที่เข้ามาเป็นรัฐบาลใหม่ เขาโละทิ้งโครงการทั้งหมดแน่

    นั่นเท่ากับ "เงิน-เวลา-โอกาส" ๔ ปี ที่ทหารเข้ามาปกครองประเทศ "สูญเปล่า"

    จาก คสช.ผู้เข้ามา "ควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ" จะถูกขยี้ขยำ-ขากถุย

    ทั้งจากอำนาจใหม่และจากชาวบ้านที่เจ็บใจ!

    และอาจต้องถูกไล่ล่าด้วยกฎหมาย "ไม่มีอายุความ" ที่รัฐบาล คสช.เองนั่นแหละออกไว้ ย้อนเป็นบ่วงคล้องคอ เป็นการแก้แค้น

    นอกจากเหตุผลดังที่ว่า........

    ด้วยรัฐธรรมนูญบวกความต้องการประชาชนส่วนใหญ่ ก็ยังอยากให้พลเอกประยุทธ์เป็นรัฐบาลต่ออีกสักสมัย

    เป็นไฟต์ "ล้างตา" ก็ไม่ผิด!

    คือ สมัยแรก ถือว่า "หักร้างถางพง" สมัยที่สอง พืชผลต้องงอก ต้องผลิดอก-ออกผล ได้กิน ได้ขาย มีกำรี้-กำไรกันบ้าง

    เมื่อดูทั้งเหตุผล ทั้งบทเฉพาะกาล และทั้งเสียงเรียกร้องชาวบ้าน ถึงนายกฯ ประยุทธ์จะปากแข็ง ไม่อยากเล่นการเมือง

    แต่ "ตูดนิ่ม" ป๋อย!

    ปากไม่ แต่ใจอยาก เพียงแต่ไม่ได้อยากด้วยตัณหาโมหะ เป็นอยากจากต้องการสานงานในภารกิจที่คั่งค้าง

    ทั้งเรื่องสาธารณูปโภคระบบขนส่งพื้นฐาน ทั้งเรื่องโครงการอีอีซี เรื่องราคาพืชผลทางเกษตร

    นั่นคือ..........

    จากที่นายกฯ ลงใต้-ขึ้นอีสาน ดั้นด้นเหนือ ช่วงนี้ จะปฏิเสธอะไรก็ปฏิเสธไป

    แต่ความจริงคือความจริง ว่า นายกฯ ลุงตู่ส่งสัญญาณ "เอาแน่"!

    ในคำว่า "เอาแน่" นั้น ขยายความได้ว่า........

    "รัฐบาลทหาร" มีแนวคิด "ตั้งพรรคการเมือง" เพื่อลงเลือกตั้งปลายปี ๖๑ แน่

    ทหาร เก่งในเขตแดนประสิทธิภาพทหาร ขืนใช้ทหารซ่าในเขตแดนประสิทธิภาพนักเลือกตั้ง

    จะเหมือน "นักเลงผิดซอย"!

    การเป็นนักเลงผิดซอยนั้น "จุกขั้นอาเจียน" แทบทุกราย เห็นมาตั้งแต่ยุค สฤษดิ์-ถนอม-สุจินดา แล้ว

    ดังนั้น ผมประเมินว่า คนหน้าแป้นพรรครัฐบาลทหาร "น่าจะเป็นพลเรือน"

    ดูตามลีลา รัฐบาลขับเน้น "ประชารัฐ" ให้เข้าถึงมุ้ง-ถึงครัวชาวบ้านเข้มข้น

    หัวขบวนพรรครัฐบาล ให้จับตาที่ "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์"!

    แต่ถ้า "จับข้อมือ" ต้องโน่น.......

    "พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ" คนมีนาฬิกาสวย ที่จะพาซวยยกแก๊งคนนั้น!

    ใจเสแสร้งผมน่ะนะ บอกตรงๆ อยากให้พลเอกประวิตร เป็นนายกฯ ให้มันรู้แล้ว-รู้แรดกันไปเลย

    สังเกตมานาน พี่ใหญ่ อยากเป็น...อยากเป็น

    ทุกเรื่อง น้องเล็กรู้ใจพี่ใหญ่หมด

    ยกเว้น เรื่องนี้เรื่องเดียว น้องเล็ก (ทำเหมือน) ไม่รู้ใจพี่ใหญ่เอาซะเลย!?

    พรรคใหม่ เพื่อรัฐบาลใหม่ พูดถึงด้านเสี่ยงทาย พลเอกประยุทธ์จะได้กลับมาเป็นนายกฯ หรือไม่?

    ขึ้นอยู่กับพี่ใหญ่นี่แหละ ว่าพลเอกประยุทธ์จะเอาขึ้นหิ้ง

    หรือจะเอา "สวมคอ" ต่อไป?

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น