"คู่สร้างคู่สม"เปิดใจอำลาสื่อกระดาษ

  • Saturday, December 16, 2017 - 10:07

    ผมทำงานกับคุณดำรง พุฒตาล ตอนนิตยสาร "คู่สร้างคู่สม" ออกวางตลาดเป็นปีที่ 2 แล้ว จึงอาจเรียกว่าเป็นนักเขียนรุ่นรองจากรุ่นบุกเบิกอย่าง เฒ่ากระทง อุตตราษาฒ ฝาชีทอง อาจารย์พวา และ เฒ่าพาจร ซึ่งตอนนั้นมี คุณตุ๋ย โรลลิ่ง เป็นบรรณาธิการฝ่ายศิลปกรรม มี คุณขนิษฐา น้องสาวคุณดำรงช่วยทำงานอยู่ที่ออฟฟิศในซอย 8 ถนนสุขุมวิท

    เรื่องชุดแรกของผมที่ได้ลงตีพิมพ์ในหนังสือ "คู่สร้างคู่สม" คือ ชุด "คู่ทุบคู่ถอง" มีผมกับ "แม่แต๋น" เป็นตัวเอกของเรื่อง มีคุณแอ๊ด เดลินิวส์เป็นคนเขียนภาพการ์ตูนประกอบ ซึ่งผลปรากฏว่าท่านผู้อ่านให้การต้อนรับเป็นอย่างดี เพราะเป็นเรื่องแนวขำๆ ที่ทำให้ผมเขียนสไตล์อย่างนี้มาจนถึงปัจจุบัน พร้อมนั้นชื่อของ "แม่แต๋น" ก็เป็นที่รู้จักของบรรดาแฟนๆ ท่านผู้อ่านมาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้เช่นกัน

    บรรยากาศในสมัยนั้นราว พ.ศ.2523 ก็สัก 37 ปีที่ผ่านมา พวกเราทำงานกันสนุกมาก ทุกคนกำลังหนุ่มสาวและมีไฟแรง เลยทำให้งานของเราเป็นที่ยอมรับของท่านผู้อ่านเป็นอย่างมาก

    เห็นได้จากยอดพิมพ์ฉบับแรก ซึ่งวางตลาดวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2523 ที่พุ่งโด่งขึ้นถึง หนึ่งแสนเล่ม (ต้องพิมพ์ซ้ำถึง 3 ครั้ง ซึ่งในสมัยนั้นไม่เคยมีนิตยสารเล่มใดเคยทำได้มาก่อน) ทำเอาเหล่านิตยสารยักษ์ใหญ่ต้องหันมาให้ความสนใจกันเป็นแถว เพราะนี่คือปรากฏการณ์ใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน ขนาดคุณดำรงยังยืนงงอยู่หลายวัน เพราะไม่นึกว่าจะได้รับการต้อนรับดีขนาดนี้ "คู่สร้างคู่สม" จึงเป็นหนังสือที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่เล่มแรก ทำให้ทุกคนมีกำลังใจที่จะทำงานกันต่อไปอย่างสุดความสามารถ และที่สำคัญคือทุกคนต้องการจะลบคำสบประมาทที่มีบางคนบอกว่าเป็นหนังสือผัวๆ เมียๆ ที่ไม่มีสาระอะไรเลย

    เรื่องนี้คุณดำรงซีเรียสมาก และพยายามจะพิสูจน์ให้ได้ว่าเรามีอะไรที่เหนือกว่าคำสบประมาทเหล่านั้นเยอะ

    ข้อแรก ที่เราแน่ใจว่ามีมากกว่าหนังสือทั่วไปอย่างแน่นอน คือ ศักยภาพของบุคลากรที่ทำงานอยู่ที่นี่

    "คู่สร้างคู่สม" เป็นหนังสือที่ทีมงานมีวุฒิการศึกษาและความรู้ความสามารถโดดเด่นเป็นที่พิสูจน์ได้ว่าไม่ได้โม้

    เรามีบุคลากรระดับปริญญาเอก ปริญญาโท รองศาสตราจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ วิศวกร นักกฎหมาย ฯลฯ มาช่วยกันทำงานอย่างเป็นทีม ทำหนังสือคุณภาพขายในราคาเริ่มตั้งแต่แค่เพียง 8 บาท จนปัจจุบัน 30 บาท

    และบุคคลที่ผมว่ามานี้มิใช่แค่คนเดียวแล้วก็นำมาอ้างให้เข้าใจกันผิดนะครับ

    อย่างผู้ที่จบปริญญาเอกมาก็มีมากกว่า 5 คน เช่น ดร.อัมพร สุขเกษม, ดร.จันทร์วิภา ดิลกสัมพันธ์, ดร.ชัยชนะ โพธิวาระ (ผมเอง), ศ.โอภาวดี เข็มทอง, ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล, ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ฯลฯ ที่ช่วยกันทำงาน ที่ช่วยกันเขียนบทความประมาณว่าที่นี่มีดอกเตอร์มากกว่าบางคณะวิชาในบางมหาวิทยาลัยเสียอีก จนมีบางคนบอกว่าทีมงานของเรามีศักยภาพพอที่จะตั้งมหาวิทยาลัยได้อย่างสบายๆ เลย เฉพาะคุณดำรงเองก็ได้รับปริญญาเอกกิตติมศักดิ์ดุษฎีบัณฑิตถึง 3 สถาบัน โดยยังไม่นับรวมที่จะได้อีกในปีหน้า

    นี่คือเรื่องจริง

    และนี่ยังไม่ได้รวมนักเขียนสมัครเล่นที่เป็นผู้อ่านที่เป็นดอกเตอร์อีกเป็นสิบๆ

    เมื่อเป็นอย่างนี้เราจึงสามารถสรรค์สร้างเรื่องดีๆ ให้ท่านผู้อ่านได้ไม่ยาก วิทยาการหรือนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นที่ไหนบนโลกใบนี้ เหล่าแฟนๆ ของ "คส.คส." ก็มักจะได้รู้ก่อนที่อื่นเสมอเพราะเหล่าดอกเตอร์ของเราจะรู้ก่อนใคร และไม่ว่าองค์ความรู้นั้นจะเป็นภาษาอะไรก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อทีมงานของเราเลย เพราะเรามีผู้ที่เรียนจบภาษาฝรั่งเศส ภาษาอังกฤษโดยตรงประจำอยู่กองบรรณาธิการ

    สอง นักเขียน "คู่สร้างคู่สม" มีมากที่สุด

    นี่ก็เป็นความจริงอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งหนังสืออื่นๆ ทำไม่ได้ คือ

    เรามีทีมนักเขียนและทีมผู้อ่านที่เป็นนักเขียนสมัครเล่นอาศัยอยู่ทุกหนทุกแห่งทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนเล็กใหญ่เพียงใดก็ตามจะมีคนของเราอยู่ที่นั่นเสมอ

    และเมื่อมีเรื่องที่น่าสนใจ เรื่องก็จะถูกส่งมาอย่างรวดเร็วและตีพิมพ์ให้แฟนๆ ได้อ่านกัน ดังนั้นบางเรื่องมาจากขั้วโลก บางเรื่องมาจากเมืองที่ผู้คนทั่วไปไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนในชีวิต แต่หนังสือของเราก็จะมีเสมอ!

    "ทำได้ไงอ่ะ"

    ก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย แค่เปิดใจกว้าง เท่านั้นทุกอย่างก็สำเร็จ

    "ไม่เข้าใจ"

    ผมจะอธิบายให้ฟังครับ

    ตามปกติหนังสือแทบทุกเล่มในเมืองไทยจะมีทีมนักเขียนกลุ่มหนึ่งคอยทำงานให้เป็นประจำ หนังสือออกมาไม่รู้กี่ปีต่อกี่ปีก็มีกลุ่มนักเขียนชุดเดิมนี่แหละเขียนอยู่อย่างนั้น หากคนอื่นเขียนส่งมา เขาก็จะตำหนิว่าไม่ใช่
    นักเขียน หรือเป็นนักเขียนที่ไม่มีคนรู้จักจึงมักโยนทิ้งไป ทำให้เรื่องที่เขียนวนๆ เวียนๆ อยู่ที่เดิม เพราะ 4-5 คนที่ว่านี้ถึงจะเก่งยังไงก็คงไม่ได้ไปทุกหนทุกแห่งทั่วโลกหรอก ดังนั้นพอออกหนังสือนานๆ ไปจึงไม่มีเรื่องใหม่ๆ เกิดขึ้น

    ที่เรื่องมันวนๆ จนไม่ไปไหนก็เนื่องจากความใจแคบหรือความคิดล้าหลังของทีมงานที่ไม่ยอมเปิดใจรับเอาสิ่งที่ดีกว่า

    แต่คุณดำรงไม่คิดอย่างนั้นครับ

    ลูกพี่ผมคิดว่าทุกคนสามารถแชร์สิ่งดีๆ ให้กันได้หมด ดังนั้น เราจึงรับข้อเขียนของบรรดาแฟน ๆ ทั่วโลกมาลงให้อ่านกัน พอเปิดใจกว้างอย่างนี้ เราก็มีเรื่องแปลกๆ ใหม่ๆ จากทุกมุมโลกมาให้อ่านทุกฉบับ "คส.คส." จึงเป็นหนังสือที่มีเรื่องดีๆ ลงตีพิมพ์ก่อนฉบับอื่นเสมอ และเรื่องก็หลายหลากมากมายที่สุด

    สาม เรานำเสมอเรื่องที่มีคุณค่ามากกว่าหนังสือที่เรียกตัวเองว่า...ไฮโซ...เสียด้วยซ้ำ

    อาจเป็นเพราะหนังสือฉบับนี้เรื่องมีชื่อว่า "คู่สร้างคู่สม" กระมัง คนที่ไม่เคยอ่านจึงคาดว่าน่าจะเป็นหนังสือผัวๆ เมียๆ ที่ออกแนวบ้านๆ ไม่ได้สาระอะไร บางคนไม่กล้าซื้อ บางคนไม่กล้าถือให้ใครเห็น เพราะกลัวใครต่อใครจะหาว่าเป็นพวกน้ำเน่า

    สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความเข้าใจผิดอย่างสิ้นเชิงเลยครับ เปรียบไปก็คล้ายกับการคิดว่าถ้าใครชื่อเพราะก็น่าจะเป็นคนทันสมัย ในขณะที่ใครชื่อธรรมดาๆ ก็หาว่าเป็นบ้านนอกหรือเชยอะไรทำนองนี้

    จริงๆ แล้วต้องขอบอกว่าจะตัดสินใจอะไรก็ขอให้มีข้อมูลหรือรู้จริงก่อน เพราะจะว่าไปแล้วการใช้ความรู้สึกตัดสินนั้นมันผิดพลาดเยอะมากนะครับ เพราะ "คส.คส." ไม่ใช่หนังสือน้ำเน่าที่เอาแต่เรื่องผัวเมียมานินทา ความจริงเป็นหนังสือถือวิชาการที่ให้ความรู้และประสบการณ์กว้างไกลมาก

    เรื่องที่นำเสนอส่วนใหญ่จะเป็นองค์ความรู้ต่างๆ และนวัตกรรมทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีเรื่องต่างประเทศที่หาอ่านที่ไหนไม่ค่อยได้ รวมไปถึงเรื่องราชวงศ์ต่างแดนและบุคคลชั้นสูงที่แม้แต่หนังสือไฮโซก็ยังตามเราไม่ทัน อย่างเรื่องของ "หม่อมชลิตา" ที่ผู้อ่านติดหนึบทุกฉบับตอนนี้ สามารถบอกได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าหาอ่านในหนังสือฉบับอื่นไม่ได้หรอก หรือถึงมีก็ไม่ละเอียดลออขนาดนี้ เพราะเราลงทุนบินไปทำเรื่องถึงประเทศอาร์เจนตินาที่เธออยู่ ขอฟันธง

    ต้องขอบคุณคุณดำรงที่มีวิธีคิดแตกต่างจากเจ้าของหนังสือทั่วๆ ไป นอกจากนี้ยังมีความตั้งใจที่จะทำงานให้ออกมาดีตลอดเวลา หลักฐานที่เห็นได้ชัดๆ คือเวลาไปต่างประเทศกับผมทีไร คุณดำรงจะขลุกอยู่แต่ในร้านหนังสือเพื่อหาข้อมูลดีๆ มาเขียนให้แฟนๆ ได้อ่านกัน ในขณะที่ผมนอนหลับกรนครืดๆ สบายใจปล่อยให้ลูกพี่ทำงานหนักอยู่คนเดียว

    โชคดีอีกอย่างหนึ่งคือ คุณดำรงเป็นคนดังไปทำงานที่โน่นที่นี่บ่อยมาก เช่นช่วยงานกระทรวงการต่างประเทศ และเป็นแขกรับเชิญของสายการบินต่างๆ จนได้เดินทางไปประเทศต่างๆ ทั่วโลก มีโอกาสเข้าถึงข้อมูลหลากหลายในระดับปฐมภูมิ ทำให้มีข้อมูลชัดเจนและมีภาพประกอบที่ถ่ายมากะมือ ไม่ใช่ไปแปลจากชาวบ้านแล้วหยิบเอาภาพประกอบเขามาด้วย!

    และเมื่อเร็วๆ นี้ มหาเศรษฐีโลก บิล เกตส์ ก็ได้ทำให้ชาว "คู่สร้างคู่สม" รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่นายบิล เกตส์ ได้เผยแพร่คลิปเรื่องราวของ ดร.กฤษณา ไกรสินธุ์ ให้คนทั่วโลกได้รู้จักชีวิตและผลงานอันโดดเด่นน่ายกย่องของเธอ

    คุณดำรง พุฒตาลของเราเป็นคนที่ทำให้คนไทยได้รู้จักอาจารย์กฤษณาผ่านหนังสือ "คู่สร้างคู่สม" ฉบับ 1 พฤษภาคม 2560 ถือเป็นสื่อแรกของเมืองไทย

    และคุณดำรงนี่แหละเป็นผู้ให้สมญานาม ดร.กฤษณา ว่า เภสัชกรยิปซีไทย ผู้ซึ่งผิดหวังจากระบบราชการไทยจึงได้ไปตระเวนผลิตยาต้านไวรัสเอดส์ โดยท่านได้เร่ร่อนไปเกือบทั่วในทวีปแอฟริกา จนได้รับการยกย่องไปทั่วยุโรปอเมริกาและทั่วโลก

    สิ่งที่พวกเราภูมิใจคือ แต่เดิมในประเทศไทยไม่มีใครรู้จัก ดร.กฤษณามาก่อนเลย จนกระทั่งคุณดำรงได้ไปประเทศอียิปต์ ซึ่งอยู่ในทวีปแอฟริกาเหนือ และได้ทราบเรื่องราวผลงานของ ดร.กฤษณา จากท่านเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงไคโร ในขณะนั้นคือ คุณจริยวัฒน์ สันตะบุตร จึงทำให้คุณดำรงได้พยายามตามหาตัวจนได้พบและให้ทีมงานไปสัมภาษณ์ ดร.กฤษณาถึง 2 ครั้งเพื่อนำมาลงใน "คู่สร้างคู่สม" ฉบับดังกล่าว หลังจากนั้นทันทีสื่อทุกแขนงของไทยก็ได้รู้จักและได้เผยแพร่เรื่องราวของเธอตามเนื้อหาและข้อมูลจาก "คู่สร้างคู่สม" ของเรา

    คอลัมน์สัมภาษณ์ของเรานั้นเป็นแหล่งข้อมูลชั้นดีของทีวีเลยครับ และนี่คือเนื้อหาสาระส่วนหนึ่งของหนังสือ "คู่สร้างคู่สม" เมื่อ 10 กว่าปีที่ผ่านมา

    เฮ้อ ไม่ยักกะรู้ว่าอภิมหาเศรษฐีอย่างบิล เกตส์ ก็อ่าน "คู่สร้างคู่สม" เหมือนกันนะเนี่ย อิอิอิ

    และจากความตั้งใจของทั้งเจ้าของหนังสือและน้องๆ กอง บ.ก. ซึ่งแต่ละคนก็ทำงานกันนานจนแก่คาสำนักงาน เอ๊ย เป็นคนเก่าแก่ ประกอบกับความได้เปรียบของบุคลากรที่เหนือกว่าหนังสือทั่วๆ ไปนี่เอง ทำให้ยอดขายของนิตยสาร "คู่สร้างคู่สม" ไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ ครองยอดพิมพ์สูงสุดมาตลอดตั้งแต่ออกเล่มแรก เล่นเอาทีมงานแทบเดี้ยงด้วยความเหน็ดเหนื่อย แต่เราก็ทุ่มให้หนังสือเล่มนี้ตลอดมา จนกลายเป็นหนังสือขายดีอันดับหนึ่งของประเทศไทย อยู่ยั้งยืนยงมาถึง 38 ปีในปีนี้

    นี่คือความภาคภูมิใจที่เชื่อว่าคงไม่มีหนังสือฉบับใดทำได้อย่างเราอีกแล้ว

    แต่ก็นั่นแหละครับ คำพระท่านว่า ทุกอย่างเป็นอนิจจัง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป ไม่มีสิ่งใดเป็น
    นิรันดร์

    ดังนั้น พอถึงวันหนึ่งที่เทคโนโลยีเปลี่ยน โลกเปลี่ยน ทำให้พฤติกรรมของคนก็เปลี่ยนตามไปด้วย ณ วันนี้เป็นยุคที่ทุกอย่างสมาร์ทหมด สิ่งที่เคยยุ่งยากเป็นปัญหาก็กลับกลายเป็นของง่ายขึ้นมา เมื่อก่อนหากคิดจะค้นคว้าก็ต้องเข้าห้องสมุดดูหนังสือ แต่วันนี้แค่ดูที่จอเล็กๆ ในฝ่ามือเท่านั้น ทุกสิ่งทุกอย่างก็มารวมกันอยู่ในจอเล็กๆ เครื่องนั้นจนหมดสิ้น

    ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร ความบันเทิง และแรงบันดาลใจต่างๆ ล้วนอยู่ในอากาศ ก็แค่ใช้อุปกรณ์ยุคใหม่ดึงเข้ามาใช้เท่านั้น มันก็จะตอบสนองความต้องการได้หมด สมัยนี้สถานที่และกาลเวลาจึงไม่เป็นอุปสรรคในการรับรู้อีกแล้ว

    วันนี้โลกทั้งโลกอยู่ในฝ่ามือของเราจึงไม่มีใครสนใจตัวหนังสือในแผ่นกระดาษอีก

    และในที่สุดคนยุคใหม่ก็เริ่มไม่คุ้นเคยที่จะอ่านหนังสือแผ่นกระดาษอีกแล้ว ทำให้หนังสือที่เคยอ่านกันมาตั้งแต่ครั้งปู่ย่าตายายเริ่มอยู่ไม่ได้และในที่สุดก็ค่อยๆ ปิดตัวล้มหายตายจากไปตามกัน

    ส่วนตำราต่างๆ ก็เหมือนกัน หากอยากค้นคว้าก็ต้องไปที่ห้องสมุด พอไปถึงแล้วหนังสือให้เลือกก็มีแค่ไม่กี่สิบเล่ม ไม่เหมือนการค้นหาจากหน้าเว็บที่มีให้เลือกเป็นแสนเป็นล้านรายการ มันดีกว่าและสะดวกกว่าเยอะเลย แค่เรียนรู้วิธีดูว่าแหล่งข้อมูลใดเชื่อถือได้แค่ไหนเท่านั้น ทุกอย่างก็จะสะดวกมาก

    เมื่อมันง่ายดายซะขนาดนี้แล้วใครจะถ่อไปที่แผงหนังสือล่ะครับ ก็อ่านจากเครื่องบนฝ่ามือนี่แหละสะดวกสุด ทำให้คนสมัยนี้ไม่ยอมอ่านหนังสือที่เป็นกระดาษอีกแล้ว

    ผลก็คือหนังสือดีๆ ที่มีคุณค่าต่างพากันปิดตัวลงเล่มแล้วเล่มเล่า บางเล่มมีอายุมานานกว่าครึ่งศตวรรษ แต่ที่สุดก็ต้องหยุดทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้แต่เพียงเท่านี้ นี่คือการสิ้นสุดยุคของกระดาษอย่างแท้จริงครับ ท่านผู้อ่าน!

    จากสถานการณ์ที่ผมเล่ามานี้ แม้คุณดำรงและกอง บ.ก.จะมีความตั้งใจดีขนาดไหนก็ตามเถอะ แต่ก็ไม่อาจต้านยุคสมัยที่เปลี่ยนไปได้

    ระบบ Digital ได้มาป่วนและเปลี่ยนโลก ในที่สุดคุณดำรงก็ตัดสินใจหยุดหนังสือที่ท่านผู้อ่านถืออยู่ขณะนี้เอาไว้แต่เพียงเท่านี้เช่นกัน

    นี่คือฉบับสุดท้ายที่ท่านจะได้จับต้องหนังสือ "คู่สร้างคู่สม" ครับ!

    หมดแล้วครับ หนังสือดีๆ ที่ทั้งคนอ่านและคนเขียนเป็นเสมือนคนในชายคาเดียวกัน รู้จักกันประหนึ่งเป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นเพื่อนฝูง ญาติมิตรกัน

    บรรยากาศดีๆ ที่ผ่านมาก็เชื่อว่าเป็นยุคเก่าที่ผ่านไปแล้ว เราก็นำเอามาเก็บไว้ในความทรงจำดีๆ ก็แล้วกันนะครับ ต่อไปนี้ก็เลือกวิธีใหม่ในการอ่านตามยุคสมัยของมันก็แล้วกัน

    สิ่งเดียวที่ทีมงานของเราอยากขอเอาไว้คือ อย่าให้คนไทยหยุดอ่านหนังสือ ทุกคนต้องอ่านต่อไปครับ จะในรูปแบบไหนก็ดูที่ยุคสมัยของมัน ส่วนนักเขียนอย่างผมนั้นก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคใหม่เพื่อการมีชีวิตรอดต่อไป ใครอยากอ่านผลงานของผมก็ลองเข้าไปดูที่ www.mebmarket.com หรือแค่พิมพ์คำว่า แหลม หญ้าคา ลงใน google เท่านั้น ท่านก็จะพบ e-book ของผมครับ ส่วนน้องๆ ทีมงานกอง บ.ก. เห็นว่าเขาจะรับงานทำวารสารใบปลิว แผ่นพับโฆษณาประชาสัมพันธ์ รวมทั้งรับทำงานอาร์ตเวิร์กและเขียนคอนเทนต์ในเว็บไซต์ ฯลฯ กัน ถ้าท่านผู้อ่านท่านใดหรือองค์กรไหนสนใจอยากใช้ทีมงานคุณภาพที่เคยผลิตหนังสือยอดพิมพ์สูงสุด ก็ติดต่อได้ที่ คุณเปรี้ยว 093-6361113 คุณปลา 081-4236009

    ขอให้ผู้อ่านทุกท่านโชคดี และอย่าลืมเก็บหนังสือ "คู่สร้างคู่สม" เอาไว้ให้รุ่นลูกหลานดูด้วย เพราะนี่คือ....

    หนังสือที่ดีที่สุด ทรงคุณค่าที่สุด และราคาถูกเกินคุณภาพที่สุดในยุคสมัยที่เรายังใช้กระดาษกันอยู่ครับผม!

    หมายเหตุ - คุณแหลม หญ้าคา เขียนเปิดใจหนังสือ "คู่สร้างคู่สม" ฉบับที่ 1005 ทศ ประจำวันที่ 20-31 ธันวาคม 2560 ซึ่งเป็นฉบับสุดท้ายก่อนปิดตัว

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น