"เรากินแล้วต้องคายบ้าง" 'พัทลุง'วงดนตรีสำนึกรักบ้านเกิด

  • Monday, December 18, 2017 - 00:00


    โด่งดังมาด้วยความมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร สำหรับ "วงพัทลุง" วงดนตรีของเหล่าวัยรุ่นในอำเภอเล็กๆ ของจังหวัดพัทลุง ที่ตั้งใจจะสืบสานและเผยแพร่วิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวใต้ผ่านบทเพลง ภายใต้สังกัดเล็กๆ อย่าง 'พาราฮัทมิวสิค' โดยนักร้องนำ พงศ์-เทอดพงศ์ เภอบาล เผยว่าถึงแม้จะมีค่ายใหญ่ๆ เข้ามาตามจีบ แต่ทางวงก็ได้ปฏิเสธไปตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

    "ตอนตั้งวง คือเราอยากจะนำเสนอสิ่งที่ใกล้ตัวเราที่สุด ซึ่งก็คือสิ่งที่อยู่ในท้องถิ่นของเรา เหมือนเราเป็นตัวแทนของเด็กบ้านๆ กลุ่มหนึ่ง ก็ไม่คิดว่าจะมาถึงขนาดนี้ มันเกินฝันตั้งแต่แรกแล้ว วงเราตั้งมา 3 ปีแล้วครับ เพลงแรกคือเพลงมหาลัยวัวชน ซึ่งในวงส่วนมากจะเป็นเด็กวัยรุ่นทั้งวงเลย อย่างผมก็ยังอายุ 23 อยู่เลย แล้วส่วนมากก็เป็นเด็กที่อยู่ในชุมชนเดียวกันแต่รักในเสียงเพลงเหมือนกัน เราเลยมาตั้งวงกัน และเพลงทั้งหมดตอนนี้ก็มีพี่โอ พารา (ทิวากร แก้วบุญส่ง) เจ้าของค่ายแต่งให้ครับ"

    อยากเผยแพร่ภาษาใต้ให้คนรู้

    "ที่เรามาสายกึ่งๆ สตริงกับเพื่อชีวิตเพลงใต้ เพราะเรามองว่าในภาคใต้ตอนนี้ส่วนมากหลายๆ วงจะมาแนวป๊อป แนวสตริง แต่มันยังไม่มีศิลปินเด็กยุคใหม่ที่นำเสนอสิ่งที่มันมีคุณค่าในท้องถิ่นใต้หรือว่ามาสานต่อศิลปินรุ่นใหญ่เท่าไหร่ เราก็จะนำเสนอวิถีชีวิตท้องถิ่นใต้ผ่านบทเพลง เราคิดว่าภาษาที่มีคุณค่าสำหรับเราคือภาษาใต้ เราจะทำยังไงให้คนภาคอื่นอยากจะเรียนรู้ภาษาใต้ของเราบ้าง และอยากสนับสนุนภาษาใต้มากกว่า จริงๆ ตอนแรกเราแค่คิดว่าอยากให้เด็กๆ แถวบ้านได้ฟังเท่านั้นด้วยซ้ำ ไม่ได้คิดเลยว่าจะมีคนฟังข้ามจังหวัด ไม่เคยคิดว่าจะได้เป็นศิลปินเต็มตัว นึกได้แค่ว่าอาจจะรับงานในตัวจังหวัดแค่นั้นเองครับ"

    "ภาษา"ไม่ใช่อุปสรรคของมิตรภาพ

    "งานจ้างเราตอนนี้ก็มีทั่วทุกจังหวัดครับ ภาษามันไม่ได้จำกัดแค่ท้องถิ่นเราอย่างเดียวแล้ว เพลงใต้ก็สามารถไปสู่อีสานได้ เพลงอีสานก็สามารถมาสู่ใต้ได้ มันไม่มีกำแพง จริงๆ เป็นเรื่องที่ดีนะครับ บางทีเราก็อยากจะลองซึบซับภาษาถิ่นของแต่ละท้องที่บ้าง และนำภาษาท้องถิ่นเราไปเผยแพร่ที่อื่นด้วย อย่างแฟนๆ ชาวเหนือชาวอีสานก็มีมาถามว่าคำภาษาใต้คำนี้ในเพลงแปลว่าอะไร การตอบรับจังหวัดภาคอื่นๆ ก็ตอบรับดีมาก อบอุ่นเหมือนกัน ทุกคนร้องเพลงเราได้ เนื้อเพลงแค่หาในกูเกิลก็เจอแล้ว อย่างตอนนี้เพลงมหาลัยวัวชนยอดวิวแตะ 200 กว่าล้านแล้ว ไม่เคยคิดเลยว่าจะทำได้ขนาดนี้ แค่ 1 ล้านวิวเมื่อ 3 ปีที่แล้วพวกผมยังคิดว่ามากแล้ว และถือเป็นเพลงใต้ท้องถิ่นเพลงแรกที่แตะยอดวิว 200 ล้านด้วย ภูมิใจครับ เราก็เหมือนเป็นทูตวัฒนธรรมไปแลกเปลี่ยนภาษากับภาคอื่นด้วย

    กิจกรรมเรานอกจากงานจ้างทั่วไป เราก็จะมีจัดคอนเสิร์ตให้ชุมชนของเราเองเดือนละครั้ง ให้วัดบ้าง ให้โรงเรียนบ้าง คืนกำไรให้ท้องถิ่นที่สร้างพวกเรามา ในอำเภอที่เราเกิดมา แต่ถ้าจังหวัดเขาขอให้เราไปช่วยเราก็ช่วยได้ครับ เรากินแล้วเราต้องคายบ้าง เราไม่ได้ทำแบบธุรกิจ แต่เราคืนกำไรสู่บ้านเกิด เราไม่รับงานแพงครับ"

    คนมองว่าแฟนเพลงเพื่อชีวิตดิบเถื่อน?

    "การที่คนมองว่าเพลงเพื่อชีวิตคนฟังในคอนเสิร์ตชอบตีกัน ทำร้ายกัน ทะเลาะกัน ผมมองว่ามันเป็นเรื่องธรรมชาติของวงดนตรีอยู่แล้วที่ต้องเจอตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ส่วนมากก็จะมีเจ้าหน้าที่มาคอยดูแลความปลอดภัยด้วย ซึ่งตัวเราก็ไม่อยากพูดอะไร เพราะกลัวคนฟังอาจจะคิดว่าเราไปด่าเขาทำไม กลัวโดนลูกหลงครับ จริงๆ เมื่อก่อนผมด่าหน้าเวทีเลย ว่ามาทะเลาะกันทำไม คนแค่สองคนทำให้คนเป็นพันคนต้องเสียความรู้สึก เพราะงานต้องเลิก ผมก็เข้าใจนะพวกงานบันเทิงก็ต้องมีบ้างที่อารมณ์มันพาไป เหยียบเท้ากันบ้างอะไรบ้าง เคยเจอถึงขนาดยิงกันหน้าเวที ตีทหารบ้าง รุมทหารบ้าง แต่ถึงแม้ว่าเราจะมองว่ามันมีมาตลอด แต่เราก็ไม่อยากสนับสนุน"

    ยอมปฏิเสธทุกค่ายที่เข้ามา

    "ก็มีค่ายใหญ่ๆ มาจีบบ้างครับ แต่เราว่าเราเอาโอกาสนั้นให้คนอื่นดีกว่า เราคิดว่าเราอยู่แบบนี้เราเป็นตัวของตัวเองได้ ก็ปฏิเสธไปหมดครับ เราคิดว่าสมัยนี้วงการเพลงมันเปลี่ยนแปลงไป เรามาจากก้าวเล็กๆ ของเรา เราอยากนำเสนอความเป็นท้องถิ่นของเราไป เราไม่อยากจะมีอะไรที่มาจำกัดการทำเพลงของเรา

    อีกอย่างยุคนี้โซเชียลมันถึงกันหมด เมื่อ 3 ปีที่แล้วโซเชียลอย่างเฟซบุ๊กก็พีกมาก คนก็แชร์ผลงานพวกเราไป ตอนนี้มันไม่มีกำแพงแล้ว โลกโซเชียลมันถึงกันหมด เราดังมาจากในตำบลก่อนแล้วค่อยๆ เป็นที่รู้จักในอำเภอ จากอำเภอสู่จังหวัด สู่ภาค และสู่ประเทศ

    จริงๆ เราไม่ได้คิดว่าตลาดจะยอมรับเพลงบ้านๆ อย่างนี้ มีหลายคนที่พูดว่าตอนฟังครั้งแรกคิดว่านี่มันเพลงอะไร เพลงบ้านๆ ใครจะฟัง แต่พอฟังไปฟังมาแล้วมันกินใจ และในเพลงมันเป็นความจริงทุกอย่าง อย่างเพลงมหาลัยวัวชน พี่โอ พารา เอาเนื้อเพลงไปขายให้กับที่อื่นแล้ว แต่เขาไม่เอาเพราะเขาบอกว่าเนื้อเพลงมันบ้านๆ ใครจะฟัง ไม่ใช่เพลงสตริง นี่มันยุคใหม่แล้วนะ ไม่มีใครฟังแน่นอน แล้วพี่เขาก็เลยเอามาให้ผม ผมก็ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ แต่ตอนนั้นแค่อยากจะมีเพลงเป็นของตัวเองสักเพลง และตอนนั้นชื่อวงชื่ออื่น แต่พอได้เพลงมาก็เลยปรึกษากันว่าจะชื่อวงอะไรดี ด้วยความที่อยากจะเชิดชูจังหวัดของตัวเอง ก็เลยตั้งชื่อวง พัทลุง"

    ภูมิใจที่ได้สานต่อเพลงของ"แฮมเมอร์"

    "และตอนนี้พวกผมก็มีเพลงที่อาจารย์วงแฮมเมอร์ได้อนุญาตให้เราสานต่อ คือเพลงสะตอ เป็นเพลงของคนใต้โดยแท้ เราคิดว่าอาจารย์วงแฮมเมอร์เขาก็เป็นตัวอย่างแก่เด็กยุคใหม่ ที่ให้เราได้เดินตามรอยที่อาจารย์ได้สร้างทางเอาไว้ แต่เรายังยึดถือวิถีของตัวเองอยู่นะครับ อย่างเมื่อตอนคอนเสิร์ตเมล็ดพันธุ์ของพ่อ พี่ทางวงแฮมเมอร์จัดขึ้น แล้วเขาให้วงเราขึ้นไปเล่นร่วมด้วย ผมรู้สึกเป็นเกียรติมาก นั่นถือเป็นงานใหญ่ของเรา เป็นอีกก้าวเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ในหัวใจเรา เพราะศิลปินที่มาทุกท่านก็ระดับอาจารย์ทั้งนั้น และพวกเขาก็เป็นแรงบันดาลใจที่ให้เราทำเพลงกึ่งเพื่อชีวิตเพื่อสังคมด้วย

    เคยมีช่วงหนึ่งที่เราหลงทางว่าเราจะทำเพลงแนวไหนต่อไป จะเป็นสตริงดีไหม แต่ตอนนี้ค้นพบแล้วครับ อาจารย์วงแฮมเมอร์ท่านแนะนำไว้ว่า เราเกิดมาอย่างไรก็ไปอย่างนั้น เราเกิดมาจากความเป็นวงดนตรีบ้านๆ เราก็ต้องรักษาความบ้านๆ ของเราไว้ ในเมื่อคนชอบเราแบบนี้เราก็ต้องเป็นตัวของตัวเอง นี่คือสิ่งที่เราได้จากพี่ๆ เขา

    ผมขอฝากเพลงสะตอไว้ด้วยครับ เป็นเพลงที่เรามาสานต่อเจตนารมณ์ของพี่ๆ วงแฮมเมอร์ วงดนตรีที่เดินทางมาถึง 40 ปี ผมว่าไม่ธรรมดา และเขาก็ไว้ใจให้วงดนตรีเล็กๆ ของเราได้สานต่อเพลงของเขา ผมว่ามันเป็นเกียรติสำหรับเด็กบ้านนอกอย่างเรามาก และอีกเพลงหนึ่งคือเพลงรักหนัดเหนียน เพลงใหม่ล่าสุด ซึ่งเป็นเพลงที่มีภาษาใต้ท้องถิ่นที่เด็กวัยรุ่นยุคใหม่ไม่ค่อยใช้กันแล้วอยู่ในเพลงเยอะมาก และเราได้ทำมิวสิกวิดีโอเพลงนี้ให้เป็นซีรีส์วิถีชีวิตของเด็กใต้ด้วย ความยาวถึง 16 นาที เป็นมินิซีรีส์เลย ถ้าเข้าไปดูก็จะรู้วิถีชีวิตของเด็กใต้มากมายเลยครับ".

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น