ลั่นกองทัพหัวอกเดียวกัน! 'ครอบครัวเมย'จ่อแจ้งคดี

  • Monday, December 18, 2017 - 00:00


    พล.อ.อ.ชวรัตน์ยันกองทัพหัวอกเดียวกับครอบครัวตัญกาญจน์ที่ต้องสูญเสีย ระบุพร้อมแจงทุกข้อสงสัยหาก “พ่อ-แม่” มาตามคำเชิญในวันที่ 18 ธ.ค.นี้ ลั่นหากถึงขั้นฟ้องร้องก็มีหลักฐานแน่ชัดสู้ ครอบครัวน้องเมยเตรียมนำผลพิสูจน์แจ้งความ “พี่สาว” โพสต์สั้นๆ แต่จี๊ด “คนเราสูงเท่ากันเสมอในโลงศพ”

    การเสียชีวิตของนักเรียนเตรียมทหารภัคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย อย่างปริศนา ซึ่ง พล.อ.อ.ชวรัตน์ มารุ่งเรือง รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ได้แถลงผลการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ที่ 15 ธ.ค. ว่าเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน โดยไม่พบบุคคลเข้าไปทำร้าย และเตรียมเชิญผู้ปกครองมารับทราบผลสอบสวนในวันจันทร์ที่ 18 ธ.ค.นี้ ยังคงมีเสียงสะท้อนจากครอบครัวตัญกาญจน์ ภาคประชาชน และองค์กรสิทธิมนุษยชน ที่ไม่เชื่อมั่นในคณะกรรมการฯ ทั้ง 11 นาย พร้อมล่ารายชื่อเรียกร้อง ให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แสดงความรับผิดชอบโดยการลาออก

    ล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ พล.อ.อ.ชวรัตน์ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ทราบว่าญาติของนักเรียนเตรียมทหารภัคพงศ์ตอบรับมาฟังผลการสอบสวนของคณะกรรมการฯ ในวันที่ 18 ธ.ค.หรือไม่ แต่อยากให้ญาติเดินทางฟังคำชี้แจง สิ่งไหนที่ยังไม่พอใจ คลางแคลงใจ เราพร้อมชี้แจงในทุกแง่มุมที่สงสัย และมีหลักฐาน เอกสารยืนยัน ส่วนที่มารดาของผู้เสียชีวิตติดใจภาพจากกล้องวงจรปิดที่หายไป 4 ชั่วโมง และภาพในช่วงที่นักเรียนเตรียมทหารภัคพงศ์ตกบันไดนั้น อยากถามว่าเป็นภาพช่วงไหน ส่วนที่ไม่ปรากฏภาพช่วงที่ตกบันไดนั้น ขอชี้เแจงว่าบริเวณนั้นไม่มีกล้องวงจรปิด และเป็นไปไม่ได้ที่จะมีกล้องวงจรปิดทุกซอกทุกมุมในโรงเรียน หรือตลอด 24 ชม. แต่คณะกรรมการฯ มีหลักฐาน พยานแวดล้อมที่สอดคล้องกับคำให้การของพยานที่เห็นเหตุการณ์

    "อยากเรียนให้ทางคุณแม่ทราบว่าการเสียชีวิตของนักเตรียมทหารในโรงเรียนเตรียมทหาร ไม่ว่าจะเป็นคนไหน ไม่ใช่เรื่องธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ทหารและกำลังพล ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนต้องรายงานให้ รมว.กระทรวงกลาโหมได้รับทราบ กองบัญชาการกองทัพไทยก็หัวอกเดียวกับคุณพ่อคุณแม่ คือเป็นผู้สูญเสียเหมือนกัน ไม่มีประโยชน์ที่จะมาตีหรือให้ข้อมูลโต้ตอบไปมา เพียงแต่สงสัยอะไรขอมาคุยกัน อยากได้ความกระจ่างในจุดไหน" พล.อ.อ.ชวรัตน์กล่าว

    พล.อ.อ.ชวรัตน์กล่าวถึงกระแสไม่เชื่อมั่นในตัวคณะกรรมการของกองบัญชาการกองทัพไทย 11 นาย ว่า ทุกอย่างมีกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับไว้ชัดเจน บางส่วนรุนแรงกว่าพลเรือนด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นไปบังคับใครไม่ได้ แม้ทหารถูกสอนให้เชื่อฟังผู้บังคับบัญชา แต่ต้องเป็นคำสั่งที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น

    "สุดท้ายแล้วหากเรื่องดังกล่าวต้องจบที่กระบวนการยุติธรรม ก็ต้องว่ากันด้วยพยานหลักฐาน เหตุผล ทั้งหมด ไม่ใช่อิงกระแสสังคม การโฆษณา หรือการตอบโต้กันผ่านสื่อ ซึ่งหากเรื่องไปถึงตรงนั้นจริงๆ จะได้พิสูจน์กันไปเลยว่าใครถูก ใครผิด หรือเข้าใจคลาดเคลื่อน ก็สามารถหาข้อยุติ ซึ่งทางเราก็พร้อม และเชื่อมั่นในหลักฐาน เอกสาร พยานที่มีอยู่ เพราะต่อให้พูดสักกี่ครั้ง ความจริงก็คือความจริง และไม่มีประโยชน์ที่พยานจะมาให้การเท็จ" พล.อ.อ.ชวรัตน์ย้ำ

    เมื่อถามว่า เหตุการณ์จะบานปลายหรือไม่ เพราะมีการล่ารายชื่อกดดันให้ พล.อ.ประวิตรแสดงความรับผิดชอบโดยการลาออก พล.อ.อ.ชวรัตน์กล่าวว่า ไม่ทราบ และไม่ขอแสดงความคิดเห็น เพราะเกินกรอบอำนาจหน้าที่

    มีรายงานแจ้งว่า คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงได้มอบหมายให้กรมกิจการพลเรือนทหารทำหนังสือถึงนายพิเชษฐ ตัญกาญจน์ บิดาน้องเมย เชิญมารับฟังสรุปผลการสอบสวนข้อเท็จจริง ระบุว่า ตามที่กองบัญชาการกองทัพไทยได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีการเสียชีวิตของนักเรียนเตรียมทหาร บัดนี้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ทางกองบัญชาการกองทัพไทยจึงขอเรียนเชิญท่านและภรรยา พร้อมบุตรสาว เข้ารับฟังสรุปผลการสอบสวนในวันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม 2560 เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร 6 กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย โดยเจ้าหน้าที่ได้มอบให้โรงเรียนเตรียมทหารเดินทางไปส่งหนังสือเชิญในวันพฤหัสบดีที่ 14 ธ.ค.เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็ยังไม่ได้รับการประสานจากทางผู้ปกครองว่าจะเดินทางมารับฟังสรุปผลการสอบสวนหรือไม่

    วันเดียวกัน นางสุกัญญา ตัญกาญจน์ มารดาน้องเมย ได้เขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อเวลา 13.18 น. ว่า 2 เดือนเต็มที่จากลา แม่รักเมย ไม่มีใครมาแทนที่เมยได้ แม่นั่งนับวัน-เวลา รอลูกเสมอตั้งแต่เมยเกิดจนวาระสุดท้ายแม่ก็ยังคงนับวันเวลา จดจำทุกสิ่งที่เมยทำ รอแม่นะครับ รอรับแม่ด้วย รักยิ่งกว่าทุกสิ่งที่จะเปรียบเทียบกันได้

    ทั้งนี้ บรรดาญาติพี่น้องและคนที่รู้จักมักคุ้นเห็นข้อความที่โพสต์ลงไป รู้สึกไม่สบายใจ เป็นห่วง อยากให้คุณแม่น้องเมยได้หลุดออกมาจากความทุกข์ และกลับมาแข็งแรงและมีพลังในการที่ต้องต่อสู้และค้นหาความยุติธรรมให้กับน้องเมยวันข้างหน้า

    และจากการสอบถามผู้ใกล้ชิดครอบครัวน้องเมย ถึงกรณีกองบัญชากการกองทัพไทยได้เชิญครอบครัวน้องเมย ไม่ว่าจะเป็นนายพิเชษฐ นางสุกัญญา และ น.ส.สุพิชา ให้ไปฟังผลสรุปการสอบสวนการเสียชีวิตของน้องเมยนั้น ครอบครัวน้องเมยรู้อยู่แล้วว่ากองทัพไทยจะต้องตอบแบบนี้ ทั้งที่ผลการชันสูตรของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ได้ระบุสาเหตุการเสียชีวิตของน้องเมย ซึ่งมีบาดแผลฟกช้ำตามลำตัวหลายแห่ง เพราะเชื่อได้ว่าถูกทำร้าย และกระดูกซี่โครงซี่ที่ 4 หัก ไม่ได้เกี่ยวกับการปั๊มหัวใจนาน 4 ชม. ซึ่งทางครอบครัวของน้องเมยก็ได้ปฏิเสธที่จะเดินทางเข้าไปรับฟังผลการสอบสวนที่กองทัพไทยไปแล้ว

    ครอบครัวน้องเมยยังยืนยันว่า ภายใน 1-2 วันนี้หรือสัปดาห์นี้ จะเดินทางนำเอกสารผลการชันสูตรล่าสุดไปแจ้งความดำเนินคดีหาผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของน้องเมย ตามผลการชันสูตรล่าสุด ที่ทีมแพทย์ ได้ส่งผลการตรวจมาให้แล้ว โดยไม่รอผลการชันสูตรอวัยวะภายใน และหากได้ผลการตรวจอวัยวะภายในมา ก็จะนำหลักฐานไปเพิ่มเติมภายหลังต่อไป

    ส่วน น.ส.สุพิชา ตัญกาญจน์ พี่สาวของน้องเมยได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า เวลาเจอคนใจแคบ เราก็ต้องเป็นฝ่ายใจกว้าง คนเราสูงเท่ากันเสมอในโลงศพ #วันนี้วันพระ.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น