ป่วนใต้!จี้รถทัวร์เผาเหลือแต่ซาก

  • Monday, December 18, 2017 - 00:00


    โจรใต้จี้รถทัวร์สาย "เบตง-กรุงเทพฯ" ในพื้นที่บันนังสตา จ.ยะลา ไล่ผู้โดยสาร 11 ชีวิตลงรถ ก่อนจุดไฟเผาทั้งคัน ล่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อนซุ่มยิงปะทะเดือด โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ "ศอ.บต." ระบุโครงการประชาสังคมดับไฟใต้คืบ 80% ฟุ้งมี ปชช.ร่วมมือเต็มที่

    เมื่อวันอาทิตย์ เวลา 14.00 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนสงครามจี้บังคับรถยนต์โดยสารบริษัท สยามเดินรถ สายเบตง-กรุงเทพฯ โดยไล่ผู้โดยสารจำนวน 11 รายลงจากรถ แล้วจุดไฟเผารถยนต์โดยสารจนเหลือแต่ซาก ก่อนตัดต้นไม้เพื่อขวางถนนและวางตะปูเรือใบขัดขวางการติดตามของเจ้าหน้าที่ บริเวณถนนสาย 410 บ้านกาโสด เลย อบต.ถ้ำทะลุ หมู่ 5 ต.บันนังสตา อ.บันนังสตา จ.ยะลา

    จากนั้นคนร้ายได้ดักซุ่มเฝ้ารอทำร้ายเจ้าหน้าที่ขณะเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ จนเกิดการยิงปะทะดุเดือดใกล้มัสยิดและหลบหนีไป โดยเจ้าหน้าที่กำลังทหาร ตำรวจ อส. ทหารพราน เข้าปิดล้อมพื้นที่และเส้นทางหลบหนี พร้อมจัดกำลังชุดปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วไล่ล่า

    ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ตรวจจุดเกิดเหตุ โดยใช้ความระมัดระวัง มีการปิดเส้นทางไม่ให้รถทุกชนิดวิ่งผ่านเพื่อเข้าเคลียร์พื้นที่ก่อน เนื่องจากเกรงว่าคนร้ายจะซุมโจมตีเจ้าหน้าที่เข้าในพื้นที่เกิดเหตุแล้ววางระเบิดซ้ำ รวมทั้งนำผู้โดยสารทั้ง 11 ราย ซึ่งไม่ได้รับบาดเจ็บไปสอบปากคำ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณที่เกิดเหตุครั้งนี้เป็นจุดเดียวกับที่เคยเกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดรถยนต์คณะของนายอิศรา ทองธวัช รองผู้ว่าราชการจังหวัด(รอง ผวจ.ยะลา) เป็นเหตุให้นายอิศรา และนายเชาวลิตร ไชยฤกษ์ ปลัดฝ่ายป้องกันจังหวัดยะลา เสียชีวิต ระหว่างเดินทางไปเปิดงานเทศกาลไก่เบตง ที่ อ.เบตง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 5 เม.ย.2556

    วันเดียวกัน นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวถึงโครงการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ว่า ศอ.บต.ให้การสนับสนุนทุนดำเนินการ 50 ล้านบาทกับ 223 องค์กรภาคประชาสังคม ดำเนินการมาตั้งแต่เดือน ก.ย. และจะสิ้นสุดโครงการในสิ้นเดือน ธ.ค.นี้

    "ตอนนี้มีความคืบหน้าแล้วไม่ต่ำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจากการติดตามประเมินผลเป็นระยะ หลายองค์กรดำเนินภารกิจเสร็จสิ้น กระแสการตอบรับค่อนข้างดี สร้างการตื่นตัวของภาคประชาสังคม สร้างการเรียนรู้ ความเข้าใจในการทำงานร่วมกัน ที่สำคัญคือมีการเสนอปัญหาเป็นโครงการที่ชัดเจน ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาไปนั่งคิดโครงการ ลดความซ้ำซ้อนและงานที่ขับเคลื่อนลงไปจะมีเอกภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น ที่สำคัญในหลายพื้นที่ หลายกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งภาครัฐยังไม่สามารถเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนาได้อย่างเต็มที่" นายไกรศรกล่าว

    รองเลขาฯ ศอ.บต.กล่าวว่า กระบวนการของภาคประชาสังคมสามารถลงลึกได้ สามารถลงไปเรียนรู้ทำความเข้าใจได้มาก ซึ่งจะช่วยตอบนโยบายอีกข้อหนึ่งของรัฐบาลในการสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนการพัฒนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นรูปธรรม

    นายไกรศรกล่าวว่า จำนวนโครงการที่มีเสนอขอรับทุน 490 องค์กร แสดงให้เห็นถึงการตอบรับและเป็นกระแสเรียกร้องขององค์กรภาคประชาชนสังคม ซึ่งคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลมีมติให้จัดทำคำของบประมาณโครงการนี้ไว้ต่อเนื่อง โดย ศอ.บต.ได้จัดทำคำของบประมาณเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งในปี 2561 องค์กรภาคประชาสังคมที่ยื่นเสนอโครงการแล้วยังไม่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณก็จะมีการพัฒนาศักยภาพ เพื่อให้สามารถเดินงานตามโครงการที่เสนอได้ ส่วนองค์กรที่ได้รับทุนไปแล้วก็จะมีการประเมินเพื่อสนับทุนให้เกิดการพัฒนาเชิงคุณภาพยิ่งขึ้น

    "มาถึงวันนี้ได้มีการปรับมิติแนวคิดหลายส่วน หลายหน่วยงานอาจจะมองภาคประชาสังคมในแง่ลบแต่วันนี้เราได้มาทำงานขับเคลื่อนด้วยกัน ได้สร้างความเข้าใจและพัฒนาขึ้นมาว่า ทุกคนมีอุดมการณ์ ความคิดที่จะช่วยกันแก้ปัญหาของบ้านเมือง ทำให้หน่วยงานภาครัฐมองภาคประชาสังคมในทิศทางที่ดีขึ้น” นายไกรศรกล่าว

    ด้านนายปรีชา ชนะกิจกำจร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาบุคลากร ศอ.บต. กล่าวว่า ในปี 2561 ศอ.บต.ของบประมาณเพื่อดำเนินโครงการต่อเนื่องจำนวน 65 ล้านบาท เพื่อกระจายงบประมาณให้องค์กรภาคประชาสังคมที่มีความตั้งใจอย่างทั่วถึง องค์กรภาคประชาสังคมที่ขอรับทุนไม่จำเป็นต้องเชียร์ภาครัฐ แต่ขอให้เอาความจริงไปบอกประชาชนโดยไม่มีการบิดเบือน ซึ่งแนวทางในปี 2561 ก็จะคำนึงถึงเนื้องานในเชิงคุณภาพ ขณะเดียวกันองค์กรที่ยังไม่ได้รับทุนหรือเป็นองค์กรน้องใหม่ก็จำเป็นต้องสร้างขึ้นมา และมีโอกาสพิสูจน์ตัวเองด้วย

    นายปรีชากล่าวว่า องค์กรภาคประชาสังคมทำหน้าที่เปรียบเหมือนโซ่ข้อกลาง ที่นำงบประมาณไปสร้างประโยชน์สู่ชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่ดำเนินการไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยนำข้อเท็จจริงของภาครัฐไปสู่ชาวบ้าน และนำปัญหาข้อคิดเห็นของประชาชนกลับมาสู่รัฐเพื่อสรุปถอดบทเรียน ทั้งนี้โครงการที่ผ่านมา มีการขยายพื้นที่กิจกรรมออกไปยังพื้นที่รอบนอก ไม่จำกัดเฉพาะในเขตเมือง คิดเป็นสัดส่วน 3 ต่อ 1 และยังมีความหลากหลายในเรื่องสาขากลุ่มอาชีพ ที่สำคัญคือกระแสการตอบรับเพิ่มขึ้น ตอบโจทย์การสร้างความเข้าใจของประชาชน ซึ่งเชื่อว่าจะแปรมาเป็นพลังสนับสนุนนโยบายภาครัฐต่อไป

    “สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนของการเปลี่ยนแปลงคือ บรรยากาศ เมื่อประชาชนมีความเข้าใจในนโยบายภาครัฐ ก็จะเกิดความร่วมมือร่วมใจ บรรยากาศการทำงานร่วมกันจะนำไปสู่การขับเคลื่อนแนวทางพัฒนาและแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการพูดคุยสันติภาพหรือนโยบายสำคัญของภาครัฐ” ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาบุคลากร ศอ.บต.กล่าว

    ทั้งนี้ สำหรับโครงการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนใต้ เป็นการสนับสนุนงบประมาณให้กับองค์กรภาคประชาสังคม ซึ่งผลักดันโดยคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล โดยให้ ศอ.บต.เป็นกลไกขับเคลื่อน ในปี 2560 นำร่องภายใต้งบประมาณ 50 ล้านบาท เพื่อขับเคลื่อนประเด็นการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมใน 10 ประเด็น

    คือ 1.การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 2.การอำนวยความยุติธรรมและเยียวยา 3. การสร้างความเข้าใจทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งเรื่องสิทธิมนุษยชน 4.การศึกษา ศาสนา และศิลปวัฒนธรรม 5.การพัฒนาตามศักยภาพของพื้นที่ และคุณภาพชีวิตประชาชน 6.งานขับเคลื่อนนโยบายการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ปี 60-61 7.การแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งโดยสันติวิธี 8.งานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด 9.งานขับเคลื่อนการพัฒนาโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และ 10.งานพัฒนาศักยภาพขององค์กรภาคประชาสังคม.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น