ล้างไพ่ก่อนช้อนซื้อ! แจ๊คแฉแผนกำนันดัง ผุดตั้งพรรคประชารัฐ

  • Monday, December 18, 2017 - 00:00


    "ไพบูลย์" เผย สนช.เรียกแจงปมแก้พ.ร.ป.พรรคการเมืองพร้อม "สุเทพ" 22 ธ.ค.นี้ ชี้ช่องทางให้ สนช.แก้หรือใช้ ม.44 "ปชป.-พท." โต้กระทบโรดแมปเลือกตั้งแน่ เพราะต้องใช้เวลา "วัชระ" ชำแหละแผนสืบทอดอำนาจ "กำนันใต้คนดัง" ชงรีเซตสมาชิกพรรคแล้วไล่ช้อนไปสังกัดพรรคทหารชื่อ "ประชารัฐ" ชู "สมคิด" นั่งหัวหน้า หนุน "ประยุทธ์" เป็นนายกฯ เตือนซ้ำรอย "ประภาส-สุจินดา" ขณะที่ "ชวลิต" ย้อนถาม กรธ.จะรับผิดชอบอย่างไรหากแก้ไขตามแรงกดดัน "เสี่ยไก่" จวกยับ "ห้าร้อยชิดซ้าย" ไม่ยอมคืนอำนาจกลัวพ่ายแพ้จึงเสนอแก้ กม.พรรค

    เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม มีความคืบหน้าและความเห็นต่อข้อเสนอให้แก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 โดยนายไพบูลย์ นิติตะวัน แกนนำผู้เตรียมก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป เปิดเผยว่า ตนได้รับแจ้งจากทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้เข้าไปชี้แจงต่อข้อเสนอให้แก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พร้อมด้วยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ในวันที่ 22 ธันวาคม ช่วงบ่าย ทั้งนี้ ตนมีข้อเสนอที่อยากให้พิจารณาคือ ควรเริ่มจากพิจารณาข้อมูลข้อเสนอว่าเป็นปัญหาจริงหรือไม่ ก่อนจะพิจารณาว่าควรแก้ไข พ.ร.ป.พรรคการเมืองหรือไม่ และหากสรุปว่าควรแก้ไข จึงเลือกใช้ช่องทาง ระหว่างใช้กระบวนการของ สนช. หรือกระบวนการตามอำนาจตามมาตรา 44 ทั้งนี้ ตนไม่ติดใจหากประเด็นข้อเสนอดังกล่าวไม่รับการพิจารณาหรือแก้ไขปัญหา แต่ต้องมีผู้รับผิดชอบกับสิ่งที่สร้างความไม่เป็นธรรมเกิดความเหลื่อมล้ำให้กับสมาชิกพรรคการเมืองที่ชำระกับผู้ที่ไม่ชำระค่าบำรุงพรรคการเมือง

    "ที่หลายฝ่ายโยงว่าการรีเซตระบบสมาชิกพรรคเพื่อให้ง่ายกับการสมัครพรรคใหม่นั้น ผมมองว่าพรรคที่มีสมาชิกซึ่งมีความคิดอุดมการณ์เดียวกันคงไม่ต้องกลัวอะไร ส่วนจะมีคนลาออกจากพรรคหรือย้ายสังกัดพรรคถือเป็นสิ่งที่ทำได้ แม้จะไม่มีการรีเซตสมาชิกพรรคการเมือง เพราะเป็นสิทธิอันชอบธรรมที่รัฐธรรมนูญกำหนด ส่วนที่เรื่องรีเซตจะเป็นปัญหาระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคของคุณสุเทพนั้น ผมว่าไม่เกี่ยวกับผม แต่ผมเห็นด้วยหากจะให้การรีเซตสมาชิกพรรคนั้น เป็นการปลดแอกสมาชิกพรรคให้พ้นจากระบบอุปถัมภ์ ระบบทุนใหญ่ของพรรคการเมือง" นายไพบูลย์กล่าว

    นายไพบูลย์ยังกล่าวชี้แจงต่อประเด็นที่มีหลายฝ่ายนำข้อเสนอโยงเข้ากับการสืบทอดอำนาจของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และขยายเวลาเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน 2560 ว่าเป็นการเชื่อมโยงที่บิดเบือน เนื่องจากกระบวนการเลือกตั้งที่รัฐธรรมนูญบัญญัติคือ ภายหลังจากกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญจำนวน 4 ฉบับมีผลบังคับใช้ โดยขณะนี้ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ 8 ตุลาคม ดังนั้นยังเหลือเงื่อนไขคือร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ซึ่งการเลื่อนโรดแมปหรือไม่ต้องขึ้นอยู่กับร่าง พ.ร.ป. 2 ฉบับดังกล่าว ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าคสช.เตรียมตั้งพรรคการเมืองนั้น ตนไม่เห็นด้วยทั้งในกระบวนการทำพรรค หรือนิยามที่แปลความหมายว่าคือพรรคของทหาร

    เมื่อถามว่า การที่ออกมาเสนอข้อเสนอคล้ายๆ กับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ทำให้สังคมมองว่าเป็นการออกมารับลูกหรือการเตี๊ยมกัน นายไพบูลย์กล่าวว่า ขอถามกลับว่า แล้วการที่นักการเมืองออกมาพูดพร้อมกันว่าให้ คสช.ช่วยปลดล็อกพรรคการเมืองนั้น พรรคการเมืองหรือนักการเมืองต่างๆ ได้มีการเตี๊ยมกันหรือรับลูกกันหรือไม่ ยืนยันว่าตนกับนายสุเทพแค่มีแนวทางและความคิดเห็นไปในทางเดียวกันเท่านั้น เป็นประเด็นที่ต้องการความเป็นธรรมให้กับประชาชน ไม่ได้มีการเตี๊ยมกันแต่อย่างใด

    ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอให้มีการแก้ไข พ.ร.ป.พรรคการเมือง และข้อเสนอให้สมัคร ส.ส.อิสระไม่ต้องสังกัดพรรคการเมืองว่า ทันทีที่มีข้อเสนอต่างๆ เหล่านี้ออกมาได้ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อการเดินหน้าประเทศไทยภายใต้กรอบและขั้นตอนต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญ และสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองไทยหลายประการ ดังนี้ 1.อาจส่งผลกระทบต่อโรดแมปของประเทศ เพราะข้อเสนอให้แก้พระราชบัญญัติประกอบพรรคการเมืองเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาพอสมควร ขณะที่ข้อเสนอให้สมัคร ส.ส.อิสระได้ไม่ต้องสังกัดพรรค ก็ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องใช้เวลามากเช่นเดียวกัน เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ ต้องผ่านการทำประชามติ ซึ่งต้องใช้เวลาดำเนินการอย่างมาก เพราะฉะนั้นถ้าทำตามข้อเสนอต่างๆ เหล่านี้ย่อมส่งผลกระทบต่อโรดแมปตามรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน

    2.สร้างความไม่เชื่อมั่นต่อคำมั่นสัญญาของผู้นำรัฐบาลไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากผู้นำรัฐบาลได้ประกาศชัดเจนว่าจะมีการเลือกตั้งประมาณเดือนพฤศจิกายน 2561 ถ้าทำตามข้อเสนอต่างๆ เหล่านี้ โอกาสที่จะเลือกตั้งตามที่ผู้นำรัฐบาลประกาศไว้ย่อมไม่เกิดขึ้น เพราะการทำตามข้อเสนอต่างๆ จะทำให้ยืดระยะเวลาเลือกตั้งออกไป ก่อให้เกิดความไม่เชื่อมั่นและไม่มั่นใจต่อทิศทางของประเทศไทย โดยเฉพาะจากต่างประเทศ อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อการแสดงจุดยืนที่มีแนวโน้มดีขึ้นของอียูที่มีต่อไทย และอาจมีผลกระทบอื่นๆ ตามมาอีกมาก ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อไทย

    กำนันตั้งพรรคหนุน"บิ๊กตู่"

    3.ก่อให้เกิดความไม่แน่นอนทางการเมือง เพราะถ้าทำตามข้อเสนอต่างๆ เหล่านี้อาจก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนและความวุ่นวายต่างๆ ตามมา อันส่งผลกระทบต่อทิศทางการเมืองไทยโดยรวมที่กำลังเดินหน้าไป

    "จึงขอฝากท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำ คสช. ซึ่งเป็นศูนย์รวมอำนาจของแม่น้ำ 5 สาย ควรพิจารณาข้อเสนอต่างๆ เหล่านี้ให้รอบคอบ เพราะข้อเสนอต่างๆ เหล่านี้จะผลักดันให้เกิดขึ้นเป็นรูปเป็นร่างได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับแม่น้ำ 5 สาย ถ้าผู้นำ คสช.และแม่น้ำ 5 สายเออออห่อหมกกับข้อเสนอต่างๆ เหล่านี้ จะก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมส่งผลเสียหายต่อการเดินหน้าประเทศไทยอย่างแน่นอน" นายองอาจกล่าว

    ขณะที่นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทหารบางคนถูกอดีตนักการเมืองหลอกว่าจะนำพรรคที่ตนเคยสังกัดไปสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อได้ แต่กาลเวลาได้ทำหน้าที่เที่ยงตรงพิสูจน์ให้เห็นว่า ใครยืนหยัดอยู่กับอุดมการณ์ ใครยืนหยัดอยู่กับ คสช. เมื่อยึดพรรคเดิมไม่ได้ก็กล้าแม้กระทั่งรับงานจาก คสช. มาจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ให้ทหาร เมื่อยึดพรรคไม่ได้ ก็จะอาศัยอำนาจพิเศษของ คสช. รีเซตสมาชิกพรรคการเมืองทั้งหมดทุกพรรค หากทุกคนไม่ได้เป็นสมาชิก กรรมการบริหารพรรคก็จะสิ้นสภาพไปด้วย อดีต ส.ส.ทุกคนจะเป็นอิสระจากพรรค บรรดาลุงๆ ก็จะไล่ช้อนอดีต ส.ส.ไปสังกัดพรรคทหาร ไม่แตกต่างอะไรกับแม่น้ำ 5 สายบางคนที่เคยให้คนแอบช้อนปลาคาร์พหน้าอาคารรัฐสภาไปเลี้ยงดูเล่นที่บ้าน กลุ่มอดีต ส.ส.ที่เดินแผนให้คณะทหารนี้ ถ้าไปดูเบื้องหลังแต่ละคนเคยได้ผลประโยชน์จากธนาคารของรัฐจนบางแห่งจนล้มมาแล้วในอดีต บางธนาคารก็มีสภาพย่ำแย่ในปัจจุบัน แล้วไหนว่า คสช.จะเข้ามาปฏิรูปเศรษฐกิจ การเมือง แต่กลับไปสมคบคิดสืบทอดอำนาจกับนักการเมืองพันธุ์เก่า เทงบประมาณสนองตอบต่อกลุ่มนี้อย่างเต็มที่ บริหารประเทศมา 3 ปี แต่รายได้ประชาชนต่อครัวเรือนลดลง 1 ใน 3 ต่อเดือน แล้วยังละเมอคิดว่าตนเองมีฝีมือในการบริหารประเทศอีก

    "น่าเสียดายที่ทหารภาพลักษณ์ดีบางคนเสพติดอำนาจ เสพติดผลประโยชน์ แล้วเอาแต่ท่องคาถา กูไม่โกงๆ แต่ประชาชนเห็นว่าโกงกันทั้งประเทศ เขาก็ยังปกป้องกันแบบกิ่งทองใบหยก น่ารักน่าเอ็นดู แต่ประชาชนส่ายหน้าและยากจนลงทั้งประเทศ ทหารกลุ่มนี้จึงสมคบคิดกับอดีตข้าราชการประจำ เจ้าสัว และนักการเมืองพันธุ์เก่าดำเนินการจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมา โดยชูนายสมคิด (จาตุศรีพิทักษ์) เป็นหัวหน้าพรรค และให้นายสถิตย์ (ลิ่มพงศ์พันธุ์) เป็นเลขาธิการพรรค โดยมีตัวสำรองเป็นอดีต ส.ส.คนหนึ่ง แล้วเอานโยบายประชารัฐของรัฐบาลมาเป็นชื่อพรรค ผู้ที่อยู่เบื้องหลังคืออดีตกำนันคนดังของภาคใต้ เพื่อสานต่อภารกิจในการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไปโดยไม่สนใจสิ่งอื่นใด แล้วจะอ้างการปฏิรูปประเทศสวยหรูขึ้นมาบังหน้า แต่แท้จริงแล้วพล.อ.ประยุทธ์ควรรู้จักพอเหมือน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่บอกกับตัวแทนพรรคการเมืองที่ไปเชิญให้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งว่า ผมพอแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ท่านมีอำนาจพิเศษสูงสุดแต่ผู้เดียวในประเทศไทยตาม ม.44 มีอำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ทั้งฉบับ ท่านควรเลือกทางลงจากอำนาจให้สง่างาม ให้คนชื่นชมเหมือนตอนที่เข้ามาใหม่ๆ"

    นายวัชระกล่าวอีกว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ไม่หนักแน่น ไปเชื่อพวกปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ ก็จะมีสภาพไม่แตกต่างจากจอมพลประภาส จารุเสถียร หรือ พล.อ.สุจินดา คราประยูร โหร คสช. ไม่เตือนท่านบ้างหรือ จึงอยากขอร้องท่าน รศ.นภาพร จันทร์โอชา อดีตอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โปรดให้คำแนะนำ พล.อ.ประยุทธ์บ้าง เพื่อทุกฝ่ายจะได้ช่วยกันสร้างสรรค์ประเทศร่วมกัน อย่าผูกขาดความรักชาติไว้ที่พรรคทหารแต่เพียงผู้เดียว และที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์มีพรรคการเมืองเฉพาะกิจพรรคใดของทหารประสบความสำเร็จบ้าง มีแต่พวกนักการเมืองผีดิบไปร่วมดูดเลือดทั้งนั้น แต่ถ้าท่านจะตั้งพรรคจริงๆ ก็ควรให้นายสมคิดลาออกทันที อย่าเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นอย่างที่กำลังทำอยู่ทุกวันนี้ เพราะไม่เป็นสุภาพบุรุษทางการเมืองแต่ประการใด

    นายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงข้อเสนอให้แก้กฎหมายรีเซตสมาชิกพรรคการเมืองเดิมให้มาสมัครเป็นสมาชิกและเสียค่าสมัครใหม่ว่า ตนเคารพข้อเสนอ แต่ยังมองไม่เห็นประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ และคนที่ร่างกฎหมายคงคิดดีแล้วในประเด็นนี้ คนที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองเก่าก็เป็นต่อไป ไปกระทบสิทธิเขาทำไม ใครจะตั้งพรรคการเมืองใหม่ก็ต้องไปหาสมาชิกใหม่มาสนับสนุนตามที่กำหนด ไม่มีปัญหาเรื่องความได้เปรียบระหว่างพรรคเก่าและพรรคใหม่ คนที่ฟังข้อเสนอรีเซตสมาชิกพรรครู้เลยว่าคนเหล่านี้ต้องการอะไร

    ดักคอ กรธ.ต้องรับผิดชอบ

    "ถ้าโรดแมปเลื่อนไปอีก จะมีผลเสียมากกว่าผลดี เรื่องรีเซตสมาชิกพรรคการเมืองไม่ใช่ปัญหา และไม่เป็นสาระของประเทศ เอาเวลาไปใส่ใจกับปัญหาของประเทศที่เร่งด่วน เช่น ปัญหาปากท้อง สินค้าเกษตรราคาตก ไทยติดลำดับ 1 คนตายจากอุบัติเหตุสูงสุด ปัญหาคุณภาพการศึกษาและอื่นๆ ดีกว่า ผมว่าคนที่เสนอแนวคิดอาจไม่แปลก แต่ถ้ามีคนไปทำตามคงแปลก และเตรียมตอบคำถามสังคมให้ได้" นายนพดล กล่าว

    นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีมีกลุ่มการเมืองเสนอรีเซตสมาชิกพรรคการเมืองซึ่งกระทบสิทธิประชาชนตามรัฐธรรมนูญและสุ่มเสี่ยงกระทบโรดแมปการเลือกตั้ง ถ้าสังเกตให้ดี กลุ่มการเมืองดังกล่าวจะเป็นคนหน้าเดิมที่ไม่ยอมรับกติกาบ้านเมืองเคยจุดประเด็นการเมืองจนนำไปสู่ความขัดแย้งและมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองให้ผู้มีอำนาจในปัจจุบันได้ปกครองประเทศด้วยอำนาจพิเศษมา 3 ปีกว่า

    นายชวลิตกล่าวว่า การจุดประเด็นรีเซตสมาชิกพรรคการเมืองครั้งนี้ จะเป็นการร่วมมือกันในการต่อท่ออำนาจ หรือจะเป็นการทวงบุญคุณกันหรือไม่ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นประการใด ล้วนส่งสัญญาณขัดขวางการเดินหน้าสู่ประชาธิปไตย ตนมีข้อสังเกตอยู่ 3 ประการ ที่จะฝากรัฐบาล กรธ. สนช. และสังคมช่วยกันพิจารณา ดังนี้ 1.ประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองมาเป็นเวลาหลายปี เคยใช้สิทธิเลือกตั้งหลายครั้ง เขาทำผิดอะไรถึงจะไปตัดสิทธิขั้นพื้นฐานตาม รธน. เมื่อมาใหม่ ก็ต้องก่อร่างสร้างตัว ไม่ใช่ใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรมทำลายผู้อื่น ซึ่งสังคมอารยะเขาไม่ทำกัน

    2.กรธ.จะต้องรับผิดชอบป้องกัน พ.ร.ป.พรรคการเมืองอย่างเต็มกำลัง เพราะช่วงการพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ดังกล่าว กรธ.ได้ทำหน้าที่ชี้แจงแสดงเหตุผลนานัปการว่า พ.ร.ป.นี้เหมาะสมและสอดคล้องกับ รธน. ประการสำคัญ พ.ร.ป.นี้ยังไม่ได้ใช้เลย เพราะมีคำสั่ง คสช.ตาม ม.44 กำกับอยู่ หากจะมีการแก้ไขตามแรงกดดันดังกล่าว แสดงว่า กรธ.และ สนช.บกพร่องและไม่รอบคอบใช่หรือไม่ และทั้ง กรธ.และ สนช.จะรับผิดชอบต่อประชาชนอย่างไร โดยเฉพาะสมาชิกพรรคการเมืองที่ไม่ได้ทำอะไรผิด

    3.ช่วง 3 ปีเศษที่ผ่านมา รัฐบาลได้ประกาศให้ประชาชนปฏิบัติตามกฎหมาย แต่การที่รัฐบาลไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง รัฐบาลจะตอบประชาชนและชาวโลกอย่างไร การที่รัฐบาลไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่ออกมาเอง นับเป็นการทำลายความเชื่อมั่นประเทศอย่างร้ายแรง ชาวโลกและนักลงทุนที่ไหนจะมาเชื่อมั่นประเทศนี้ เป็นเรื่องที่น่าอับอายมาก

    ร .ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หากมีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไป เศรษฐกิจไทยอาจพังพินาศ เพราะนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศจะยิ่งหมดความเชื่อมั่นในเสถียรภาพทางการเมืองของไทย ซึ่งจะส่งผลถึงความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจด้วย และประชาชนทั้งประเทศจะยิ่งรู้สึกสิ้นหวังในชีวิตหนักกว่าเดิม ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โพลจากทุกสำนัก ล่าสุดสวนดุสิตโพล สะท้อนว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์สอบตกแทบทุกเรื่อง โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ เป็นเพราะรัฐบาลหาเงินเข้าประเทศไม่เป็น ถนัดแต่ใช้เงินในเรื่องที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ เช่น ซื้อเรือดำน้ำ และเครื่องตรวจจับความเร็วรถที่ใช้ความเร็วสูงถึง 320 กม.ต่อชั่วโมง เป็นต้น ส่วนมาตรการที่อ้างว่าทำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ก็ไม่ได้ช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้ประชาชนอย่างยั่งยืน

    นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนและปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยสื่อมวลชนก็ถูกแทรกแซงจนไม่สามารถตรวจสอบรัฐบาลได้เต็มที่ ทั้งๆ ที่ในโลกสมัยใหม่นั้น หัวใจของความสำเร็จของทุกองค์กรคือ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เชื่อถือได้ ซึ่งสำคัญและจำเป็นต่อการตัดสินใจของนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศ

    "ในบ้านเมืองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย จะมีการแข่งขันทางการค้าที่เสรีและเป็นธรรมได้อย่างไร หากนักลงทุนขาดความเชื่อมั่นเรื่องนี้ ยากที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยให้กลับมาคึกคักได้ เพราะตราบใดที่คนมองไม่เห็นอนาคต กิจกรรมทางเศรษฐกิจก็จะไม่เกิดขึ้นด้วย ที่สำคัญ หาก พล.อ.ประยุทธ์คิดจะสืบทอดอำนาจโดยใช้ทฤษฎีสมคบคิดอีก ก็อาจนำไปสู่ความโกลาหลในบ้านเมืองได้ ควรย้อนดูบทเรียนในอดีตบ้างว่าชะตากรรมของคนที่ฝ่าฝืนมติมหาชนมีจุดจบอย่างไร และจะทำให้บ้านเมืองบอบช้ำอย่างไรบ้าง" ร.ท.หญิงสุณิสากล่าว

    อัดยับ "ห้าร้อยชิดซ้าย"

    ส่วนนายวัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก “ห้าร้อยชิดซ้าย” มีเนื้อหาว่า การไม่ยอมให้พรรคการเมืองทำกิจกรรม หรือการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือคุกคามผู้ที่วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล รวมถึงการห้ามประชาชนจัดแสดงหมอลำเพื่อระดมทุนช่วยเหลือนักโทษทางการเมือง เกิดจากเผด็จการกลัวการรวมตัวของประชาชนและกลัวการเสียอำนาจ เพราะหากปล่อยให้มีการเลือกตั้งอาจพ่ายแพ้แก่ประชาชน สมุนเผด็จการจึงเสนอให้แก้ไขกฎหมายพรรคการเมืองโดยมี สนช.รีบออกมาขานรับ ทั้งที่มีทางออกอยู่แล้วคือปล่อยให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมตามกฎหมายที่ตัวเองร่างขึ้น

    "เผด็จการอ้างการปราบโกงเพื่อสร้างความชอบธรรม แม้แต่รัฐธรรมนูญก็ยังใช้ชื่อฉบับปราบโกงโฆษณาชวนเชื่อจนผ่านประชามติ แต่พอรองหัวหน้า คสช.ไม่อาจชี้แจงที่มาของทรัพย์สิน หัวหน้า คสช.ที่พ่นคำว่าเกลียดการทุจริตและไม่อาจอยู่ร่วมกันได้กลับออกมาปกป้องขอให้ลดราวาศอกไม่ปฏิบัติเหมือนที่เคยทำกับคนอื่น เช่น ใช้อำนาจพักงานอดีตผู้ว่า กทม. เพราะมีข้อครหาทุจริต เป็นต้น แต่คราวนี้ผิดไปเพราะหลักฐานที่เกิดกับรองหัวหน้า คสช. ชัดเจนมีภาพถ่ายยืนยัน ถ้าหัวหน้า คสช.ยังปกป้องคนผิด ผมไม่เชื่อว่าจะมีแค่นายวีระ สมความคิด เท่านั้นที่ออกมาขับไล่รัฐบาล"

    นายวัฒนาระบุต่อว่า กฎหมายทุกฉบับที่เกี่ยวกับการคืนอำนาจให้ประชาชนล้วนเกิดจากเผด็จการเป็นผู้กำหนดทั้งเงื่อนไขและระยะเวลาด้วยวาทกรรม โรดแมป แต่กลับไม่รักษาสัจจะ โจรห้าร้อยก่อนปล้นยังหาสมุนและลงทุนซื้ออาวุธ ไม่ได้เอากำลังพลและอาวุธที่มาจากเงินของประชาชนมาปล้นประชาชน ได้ทรัพย์สินแล้วล่าถอยคืนสิทธิและเสรีภาพให้เจ้าทรัพย์ตามเดิม ทั้งยังไม่มีอภิสิทธิ์หากถูกจับได้จะต้องติดคุกและไม่ทิ้งเชื้อโจรไว้จำกัดเสรีภาพเจ้าทรัพย์ต่อ ซึ่งผิดกับบางพวกที่ยึดอำนาจโดยใช้กำลังคนและอาวุธที่มาจากภาษีของประชาชน ไม่มีสัจจะ หนีความรับผิดชอบ แถมยังสร้างกฎเกณฑ์เพื่อสืบทอดอำนาจต่อ คนพวกนี้โจรห้าร้อยยังต้องเรียกพี่

    นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรองนายกฯ และแกนนำกลุ่มมัชฌิมาธิปไตย เสนอให้มี ส.ส.400 เขต ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมืองนั้น การส่งเสริมให้มีพรรคการเมืองทั่วโลกยอมรับว่าพรรคการเมืองคือองคาพยพอันสำคัญที่สุด รับรู้กันเป็นสากล ข้อเสนอแบบนี้จึงย้อนหลังไปยุคกรีกโบราณ ทั่วโลกเขาไม่พูดกันแล้ว ส่วนประเทศไทยประสบการณ์ในอดีต การที่ระบอบประชาธิปไตยไทยเสื่อมโทรมลงเพราะมี ส.ส.อิสระ ทำตัวไม่มีอุดมการณ์ พร้อมจะขายตัว ฉะนั้นการที่รัฐธรรมนูญให้ ส.ส.สังกัดพรรคก็มาจากเหตุเหล่านี้ บทเรียนจากความล้มเหลวในอดีต สิ่งที่เสนอมาผิดต่อหลักการสากลและสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย เป็นข้อเสนอกลับสู่ความล้าหลัง ไม่ควรจะอยู่ในความคิด สิ่งที่เสนอมาไม่สามารถทำได้ เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดทุกอย่างไว้ชัดเจนแล้ว ผ่านความเห็นชอบของประชาชนแล้ว ดังนั้นจึงขัดทั้งหลักการและขัดรัฐธรรมนูญ

    ส่วนที่นายสมศักดิ์ระบุว่าต้องการสร้างความปรองดองนั้น นายศุภชัยกล่าวว่า ต้องถามท่านว่าเป็นการปรองดองระหว่างใครกับใคร หรือปัญหาหาความขัดแย้งในบ้านเมืองท่านเข้าใจว่าอย่างไรถึงจะต้องมาปรองดองโดยการให้ ส.ส.ไม่ต้องสังกัดพรรคการเมือง ไม่เห็นเกี่ยวกันเลยกับเรื่องปรองดอง วันนี้ความขัดแย้งมันเกิดขึ้นในทุกมิติ ในทางการเมือง สังคม เศรษฐกิจก็ขัดแย้ง สิ่งที่สมควรทำในตอนนี้คือ คสช.ทำตามโรดแมป ที่บอกว่าจะคลายล็อกให้ทันก็แสดงให้ชัดเจน อย่าให้คนเกิดความเคลือบแคลงว่า คสช.พยายามดึงเกมเพื่อหาช่องทางสืบทอดอำนาจต่อ

    พรรคทหารไม่ยั่งยืน

    นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฯ วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวว่า ข้อเสนอให้มีการแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองเพื่อรีเซตสมาชิกพรรคการเมืองทั้งหมด และข้อเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมายไม่ให้ผู้สมัคร ส.ส.ต้องสังกัดพรรคการเมืองนั้น ต้องยอมรับว่าข้อเสนอทั้งสองประเด็นแม้มีสาระสำคัญที่น่าถกแถลงกันก็ตาม แต่ก็มีคำถามตามมาว่า ข้อเสนอดังกล่าวมาในช่วงเวลานี้มีความเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร เรื่องนี้มีความละเอียดอ่อนสูง ต้องจับตาไปที่การตัดสินใจของ คสช. กรธ. และ สนช.ว่าจะดำเนินการอย่างไร เข้าใจว่าในส่วน คสช. ที่มีอำนาจสูงสุดคงดูท่าทีจากสาธารณะสักระยะหนึ่งถึงจะตัดสินใจ เพราะประเด็นนี้ต้องยอมรับว่าเป็นประเด็นที่อาจจะส่งผลกระทบต่อโรดแมปเลือกตั้ง ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

    "ประเด็นความเหลื่อมล้ำระหว่างพรรคการเมืองเดิมกับพรรคการเมืองที่จะตั้งกันใหม่นั้น ก็เป็นประเด็นที่น่าคิด เพราะเมื่อปลดล็อกพรรคการเมืองเดิมจะสามารถดำเนินการตาม พ.ร.ป.ได้เลย ชึ่งพรรคใหม่ก็ต้องรอนายทะเบียนพรรคการเมืองอนุมัติการจดแจ้งตั้งพรรคอย่างเป็นทางการก่อนถึงจะเริ่มดำเนินการตามกฎหมายพรรคการเมืองได้ ซึ่งเรื่องนี้นายทะเบียนพรรคการเมือง กกต. สนช.และ กรธ.น่าจะหารือร่วมกันเพื่อแสวงหามาตรการที่จะผ่อนปรนกับพรรคการเมืองที่จะตั้งใหม่ และดูข้อยกเว้นที่จำเป็นเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ความเท่าเทียมกับทุกพรรคการเมืองได้อย่างแท้จริง แต่อย่าลืมว่าตราบใดที่ คสช.ยังไม่ปลดล็อก และไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่าจะปลดล็อกเมื่อไร ปัญหาเหล่านี้จะยังไม่เกิด แต่เตรียมการไว้ล่วงหน้าก็จะเป็นประโยชน์เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในภายหลัง" นายสุริยะใสกล่าว

    นายสมศักดิ์ โกศัยสุข หัวหน้าพรรคสังคมประชาธิปไตยไทย อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงกระแสข่าวที่รัฐบาล คสช.มีแนวคิดตั้งพรรคทหาร ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เป็นหัวหน้าพรรค ว่าเป็นประเด็นที่เคยได้ยินมาระยะหนึ่ง แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะใช้ชื่อพรรคการเมืองดังกล่าวว่าอย่างไร และทราบว่าแนวทางของการจัดตั้งจะคล้ายกับพรรคสามัคคีธรรม ตนมองว่าการจัดตั้งพรรคการเมืองนั้น สามารถทำได้ง่าย แต่จะทำให้พรรคมีความยั่งยืนเป็นเรื่องยาก เพราะต้องสัมพันธ์กับผู้นำของพรรคการเมืองด้วย หากพิจารณาคุณสมบัติของนายสมคิดในมุมมองสังคม เชื่อว่าจะมีกระแสไม่ยอมรับ และเชื่อว่าเป็นโจทย์ที่ไม่มีทางทำสำเร็จ เพราะนโยบายทางด้านเศรษฐกิจของนายสมคิดนั้น ภาคประชาสังคมไม่นิยม เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ได้ประโยชน์ อีกทั้งนายสมคิด ยังติดภาพของการทำงานภายใต้รัฐบาลของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทั้งนี้ มีข้อควรระวังสำหรับการจัดตั้งพรรคของทหาร ที่เคยมีบทเรียนทั้ง พรรคมนังคศิลา หรือพรรคสามัคคีธรรม ที่ประชาชนไม่ยอมรับและรัฐบาลอาจอยู่ต่อไปไม่ได้ หรืออย่างกรณีการตั้งพรรคไทยรักไทย ที่รวบรวมหลายพรรคการเมือง แต่สุดท้ายไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้

    "การตั้งพรรคทหารที่ผ่านมา หากมองในแง่การศึกษา ผมคิดบวกว่าเป็นสิ่งที่สร้างประโยชน์ให้กับประชาชน ด้านการเรียนรู้ แต่ความคิดของคนคำนวณยากว่าจะเป็นไปทิศทางไหน แต่ยุคนี้ที่มีเสรีภาพทางโซเชียลมีเดีย เชื่อว่าความคิดตั้งพรรคทหารจะปั่นหัวประชาชนไม่ได้อีก ซึ่งกรณีที่อาจเกิดขึ้นที่ไม่เป็นธรรมชาติ จะอยู่ได้ไม่ถาวร ประชาชนไม่ใช่วัสดุก่อสร้าง เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงกระบวนการความคิดและความเคลื่อนไหวทางสังคมจะถูกยกระดับเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมด้วยเช่นกัน"

    นายสมศักดิ์กล่าวถึงประเด็นเคลื่อนไหวทางการเมือง ทั้งกรณีท่าทีที่ต้องการรีเซตระบบสมาชิกพรรค หรือให้ง่ายต่อการตั้งพรรคใหม่ทางการเมืองด้วยว่า ตนสนับสนุนให้เกิดระบบสมาชิกพรรคการเมืองใหม่ที่เท่าเทียมกันทุกพรรค แต่ภายใต้ปรากฏการณ์ทางการเมืองที่หัวใจสำคัญคือการปฏิรูปทางการเมือง จำเป็นต้องมีแผนหรือมีรูปแบบที่ชัดเจน รวมถึงต้องมีความเป็นเอกภาพ กลับพบว่าแผนปฏิรูปที่ขับเคลื่อนไม่สามารถปฏิรูปได้อย่างแท้จริง เพราะไร้ทิศทาง ทั้งนี้ตนไม่คาดว่าจะเกิดเหตุการณ์เลวร้ายใดหรือไม่ เพราะบริบทของสังคมการเมืองไทยประชาชนมีสิทธิที่จะคิดหรือก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่คาดไม่ถึงได้.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น