3องค์กรเซ็นเอ็มโอยู5ปี ระวังโรคใหม่เขตเมือง มากับประชากรแฝง

  • Tuesday, December 19, 2017 - 00:00

    สธ.-กทม.-กรุงเทพดุสิตเวชการ เซ็นเอ็มโอยู 5 ปี เฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่และโรคอุบัติใหม่ที่มากับประชากรแฝงในเขตเมือง หวังป้องกันและควบคุมโรคได้อย่างทันท่วงที

    วันที่ 18 ธ.ค. ที่โรงแรมริชมอนด์ มีการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การพัฒนางานเฝ้าระวังแบบบูรณาการและการเสริมสร้างความเข้มแข็งภาคีเครือข่าย เพื่อติดตามแนวโน้มสถานการณ์โรคและภัยสุขภาพในโรงพยาบาลเอกชน พื้นที่กรุงเทพฯ และพื้นที่เขตเมือง โดยมี นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.ชวินทร์ ศิรินาค ผอ.สำนักอนามัย พร้อมด้วย นพ.จุลเดช ยศสุนทรากุล กรรมการบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) และ นพ.ชาตรี ดวงเนตร กรรมการบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกันพัฒนาระบบเฝ้าระวังสอบสวนและป้องกันควบคุมโรคแบบบูรณาการ ภายใต้พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ตลอดจนกฎหมายและระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

    นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า กรุงเทพฯ และเขตเมืองยังมีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับโรคที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องไข้หวัดใหญ่และโรคอุบัติใหม่อย่างต่อเนื่อง เพราะมีประชากรแฝงจำนวนมาก และมีสภาพสังคมเมืองใหญ่ ผู้คนมีความเป็นปัจเจกบุคคลสูง แม้ว่าจะมี รพ.ที่มีขีดความสามารถในการรักษาสูงจำนวนมาก ทั้งภาครัฐ รพ.สังกัดกระทรวงสาธารณสุข รพ.เอกชน และ รพ.มหาวิทยาลัย แต่กลับเกิดปัญหา เพราะแต่ละที่ใช้ข้อมูลสุขภาพคนละชุด ยังไม่มีการบูรณาการข้อมูลเพื่อใช้ข้อมูลเดียวกัน โดยรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน ผ่านกลไกการทำงานร่วมกัน 20 กระทรวง ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เองในฐานะกระทรวงหลักที่ทำงานด้านการดูแลสุขภาพของประชาชน โดย ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการ สธ. ได้เน้นย้ำมาโดยตลอดว่า งานทุกงาน สธ.ไม่สามารถดำเนินการโดยกระทรวงเดียวได้ จึงต้องมีการรวมพลังทางสังคม เพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดี ดังนั้นเมื่อข้อมูลกระจัดกระจาย ตามแผนงานควบคุมโรคเขตเมือง พ.ศ.2560-2564 จึงเน้นในการสร้างพันธมิตรเพื่อพัฒนารูปแบบนโยบาย เพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวัง โดยการดึงเอาคลินิกเอกชน รพ.เอกชน ที่มีเป้าหมายเดียวกันคือ การดูแลสุขภาพของประชาชนมาร่วมกันดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายต่อไป

    ทั้งนี้ ในการร่วมมือกันในระยะ 5 ปี ของ 3 หน่วยงาน เราจะร่วมแลกเปลี่ยนในด้านเทคโนโลยี วิชาการ ทรัพยากร และการบริหารจัดการ เพื่อพัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุนการดำเนินงานเสริมสร้างความเข้มแข็งงานเฝ้าระวังแบบบูรณาการ เชื่อว่าหากมีความร่วมมือกันของภาครัฐและเอกชน จะทำให้ประเทศไทยมีความพร้อมรับมือกับภัยสุขภาพทั้งโรคระบาดภายในประเทศ จากประเทศเพื่อนบ้านและจากต่างประเทศได้

    นพ.ชวินทร์ ศิรินาค กล่าวว่า ในส่วนของ กทม.ในฐานะเจ้าของพื้นที่เห็นว่า ในกรุงเทพฯ ที่มีประชากรหนาแน่น เสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาด และมี รพ.จำนวนมาก ทั้ง รพ.สังกัดกระทรวงฯ สังกัดมหาวิทยาลัยต่างๆ และ รพ.เอกชนอีกกว่า 200 แห่ง เป็นเรื่องที่ดีที่เกิดความร่วมมือกันเพื่อบูรณาการป้องกันโรคของ 3 หน่วยงาน คือ สธ. กทม. และบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็น รพ.เอกชนเครือใหญ่ ที่ประชาชนไทยและชาวต่างชาติเข้าใช้บริการจำนวนมาก.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น