รวบมือเผา1ราย บขส.ยะลาผวา สั่งหยุดเดินรถ

  • Tuesday, December 19, 2017 - 00:00


    "ประวิตร" สั่ง มทภ.4 คุมเข้มพื้นที่ พร้อมตอบโต้โจรใต้เผารถโดยสารยะลา-เบตง "ศรีวราห์" ฟุ้งรู้เบาะแสคนร้ายแล้ว จับตากลุ่ม "นายอาหะมะ" แกนนำอาร์เคเคบันนังสตา "ผบช.ภ.9" รวบผู้ต้องสงสัยสอบ 1 ราย ไม่ตัดปมผลประโยชน์-ฝึกแนวร่วมใหม่ "บขส.ยะลา" ผวา! หยุดเดินรถชั่วคราว

    พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวเมื่อวันจันทร์ถึงกรณีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างสถานการณ์เผารถบัสโดยสารเส้นทางยะลา-เบตง ที่ ต.บันนังสตา อ.เบตง จ.ยะลา ว่าเราไม่ทราบเขาจะใช้วิธีเผารถแบบนี้ จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นในเส้นทางคมนาคม

    "ความจริงรูปแบบการก่อเหตุลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นในอดีตและเลิกไปนานแล้ว แต่ยังมีผู้ไม่หวังดีต่อบ้านเมืองอยู่ ผมได้กำชับแม่ทัพภาคที่ 4 ให้กวดขันและดำเนินการตอบโต้แล้ว" พล.อ.ประวิตรกล่าว

    ส่วน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวว่า เบื้องต้นทราบกลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นบุคคลในพื้นที่ แต่ยังไม่ขอเฉพาะเจาะจงว่าเป็นกลุ่มใด แต่ก็ได้มีการเฝ้าจับตากลุ่มของนายอาหะมะ ลือแบซา แกนนำอาร์เคเคในพื้นที่บันนังสตา ที่มีลักษณะการก่อเหตุเป็นขบวนการ และเชื่อว่าการก่อเหตุในครั้งนี้เป็นเพียงการข่มขู่ให้ตกใจกลัวเท่านั้น

    พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะช่วงปีใหม่ ซึ่งในพื้นที่ภาคใต้ประชาชนยังสามาถจัดงานเคาต์ดาวน์วันขึ้นปีใหม่ได้ตามปกติ ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้กำชับเน้นย้ำในเรื่องความปลอดภัย เข้มงวดการตั้งด่านในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

    "ผมจะลงพื้นที่เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวสถานการณ์ในช่วงปลายเดือน โดยภาพรวมช่วงเทศกาลปีใหม่การข่าวยังไม่มีสิ่งบอกเหตุที่น่าเป็นห่วง แต่เจ้าหน้าที่ได้มีการเฝ้าระวังเต็มที่อยู่แล้ว" รองผบ.ตร.กล่าว

    วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจากศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 ยะลา เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุคนร้ายแต่งกายคล้ายทหารบุกยึดรถทัวร์สายเบตง-กรุงเทพฯ แล้วไล่ผู้โดยสารลงจากรถ ก่อนจะจุดไฟเผารถได้รับความเสียหายทั้งคัน เหตุเกิดบนถนนสาย 410 (บันนังสตา-เบตง) หมู่ที่ 5 บ้านกาโสด ต.บันนังสตา รอยต่อบ้านคลองน้ำขุ่น ต.ถ้ำทะลุ อ.บันนังสตา จ.ยะลา เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมอีกครั้ง

    จากการเก็บพยานหลักฐานพบที่บริเวณตัวรถมีร่องรอยกระสุนปืนจำนวน 35 แห่ง นอกจากนั้นยังตรวจพบปลอกกระสุนปืนเอชเค และปลอกกระสุนปืน .38 ซูเปอร์ ตกอยู่ที่เนินด้านข้างริมถนนจำนวนมาก จึงเก็บรวบรวมนำปลอกกระสุนที่พบไปตรวจสอบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุเคยนำไปใช้ก่อเหตุในเหตุการณ์ใดบ้าง

    ที่ สภ.บันนังสตา จ.ยะลา พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (ผบช.ภ.9) เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ผบช.ภ.จว.ยะลา ฝ่ายทหาร และฝ่ายปกครอง หลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจหาพยานหลักฐานที่สำคัญในที่เกิดเหตุได้จำนวนหนึ่ง

    พล.ต.ท.รณศิลป์กล่าวว่า ขณะนี้มีกลุ่มที่ต้องสงสัยก่อเหตุ ซึ่งอยู่ระหว่างการรอผลพิสูจน์ทราบทางนิติวิทยาศาสตร์ก่อน ซึ่งผู้ต้องสงสัยที่เชิญตัวมาซักถามให้การเป็นประโยชน์ สามารถสืบสวนสอบสวนต่อไปได้

    ถามถึงประเด็นที่รถทัวร์คันนี้เคยประสบเหตุระเบิดเมื่อปี 2557 ที่ผ่านมา พล.ต.ท.รณศิลป์กล่าวว่า ให้เจ้าหน้าที่นำข้อมูลหลักฐานในคดีเก่ามาหาความเชื่อมโยง แต่เบื้องต้นยังไม่พบความเชื่อมโยง ซึ่งได้ให้พนักงานสอบสวนกลับไปเริ่มสอบสวนใหม่ จากพยานหลักฐาน พยานที่เกิดเหตุ และมีคนที่ควบคุมตัวเอาไว้ ซึ่งให้การเป็นประโยชน์ และอีกส่วนหนึ่งคือหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่รวบรวมได้จากที่เกิดเหตุ ซึ่งวันนี้ก็ยังพบหลักฐานเพิ่มขึ้นพอสมควร

    "การก่อเหตุของกลุ่มคนร้าย ผมวิเคราะห์ถึงจุดประสงค์ของคนร้าย เมื่อเปรียบเทียบการก่อเหตุในครั้งก่อนๆ ก็มักจะทำร้ายประชาชน แต่ในครั้งนี้ไม่ได้ทำร้ายประชาชน จึงได้มองไปในหลายๆ มิติว่าจะเป็นการฝึกแนวร่วมกลุ่มใหม่หรือไม่ รวมถึงมุ่งทำลายเศรษฐกิจหรือผลประโยชน์ในเรื่องของรถทัวร์ ซึ่งกำลังลงไปในรายละเอียดที่ทั้งหมดจะต้องเชื่อมโยงกันได้ ว่ามาเกี่ยวโยงกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้อย่างไร" พล.ต.ท.รณศิลป์กล่าว

    ผบช.ภ.9 กล่าวว่า ในพื้นที่ อ.บันนังสตาเป็นพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษอยู่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าเขา งานด้านการข่าวก็มีมาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถจับกุมควบคุมตัวได้ ก็อาจจะเป็นการตอบโต้ฝ่ายเจ้าหน้าที่ ส่วนกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุก็เชื่อว่าเป็นกลุ่มเดิมรวมกับกลุ่มใหม่ที่เข้ามาเสริม

    มีรายงานว่า หลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมผู้ต้องสงสัยเอาไว้ 1 ราย ซึ่งอยู่ใกล้บริเวณที่เกิดเหตุ โดยนำมาซักถาม ในเบื้องต้นผู้ต้องสงสัยให้การเป็นประโยชน์ รวมทั้งแนวทางการสอบสวนยังย้อนกลับไปในคดีเก่าเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2557 ที่รถทัวร์คันเดียวกันนี้เคยถูกลอบวางระเบิดได้รับความเสียหายมาแล้วในพื้นที่ ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งในครั้งนั้นไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ และพนักงานขับรถก็เป็นคนเดียวกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ โดยชุดสืบสวนกำลังหาความเชื่อมโยงของทั้ง 2 คดีว่าเกี่ยวข้องกันหรือไม่ หรือเป็นแค่เหตุบังเอิญ

    นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำคนขับรถทัวร์ พนักงานประจำรถ และผู้โดยสารทั้ง 15 คน โดยนายอับดุลเลาะ สะแวบาโง อายุ 54 ปี คนขับรถทัวร์ให้การว่า ขณะขับรถมาใกล้ถึงจุดเกิดเหตุ พบรถยนต์ที่จะวิ่งสวนทางกลับรถอย่างกะทันหัน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุพบต้นไม้ขวางถนน ทำให้ต้องหยุดรถเช่นกัน จากนั้นคนร้ายประมาณ 10 คนได้เข้าปิดล้อม และส่วนหนึ่งได้บุกขึ้นมาบนรถ พร้อมสั่งให้ทุกคนลงจากรถพร้อมสัมภาระ

    พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า จากการตรวจสอบพฤติกรรมของคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุในครั้งนี้ มุ่งประสงค์ต่อการทำลายทรัพย์สินเป็นหลัก โดยไม่ทำร้ายพนักงานประจำรถและผู้โดยสาร ซึ่งผิดไปจากพฤติกรรมของคนร้ายที่ก่อเหตุในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา เป้าหมายเชื่อว่าหวังสร้างสถานการณ์ความรุนแรงเพื่อทำลายความเชื่อมั่น ทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

    ที่ จ.สงขลา พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า คนร้ายมุ่งประสงค์ต่อการทำลายทรัพย์สินเป็นหลัก โดยไม่ทำร้ายพนักงานประจำรถและผู้โดยสาร ซึ่งผิดไปจากพฤติกรรมของคนร้ายที่ก่อเหตุในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลการข่าวในพื้นที่อำเภอบันนังสตาในช่วงที่ผ่านมา ที่พบว่ากลุ่มคนร้ายยังคงพยายามต้องการสร้างสถานการณ์ความรุนแรง เพื่อทำลายความเชื่อมั่น ทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการพัฒนาตามโครงการสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนของรัฐบาล ที่ได้รับกระแสตอบรับจากพี่น้องประชาชนอย่างกว้างขวาง

    "ทางหน่วยงานความมั่นคงยังไม่ตัดประเด็นอื่นๆ ที่อาจจะเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องปัญหาภัยแทรกซ้อน หรือความขัดแย้งทางด้านผลประโยชน์ในพื้นที่ที่อาจเป็นแรงจูงใจให้คนร้ายเลือกก่อเหตุในครั้งนี้ ซึ่งจะต้องทำการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียด" พล.ท.ปิยวัฒน์กล่าว

    แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้เดินทางเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมกับได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง เร่งติดตามหาเบาะแสของกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุ พร้อมกับสั่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบให้การเยียวยาและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบเหตุอย่างเต็มที่ โดยมอบหมายให้คณะกรรมการเยียวยาของจังหวัดทำการประเมินความเสียหาย ทั้งในส่วนของชีวิตและทรัพย์สินเพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน รวมทั้งให้ทำการรวบรวมวัตถุพยานและหลักฐานอื่นๆ รวมทั้งการสืบสวนสอบสวนเชิงลึก เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยในการก่อเหตุ และบังคับใช้กฎหมายกลุ่มผู้ก่อเหตุและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน หากพบเบาะแสคนร้ายสามารถโทร.แจ้งหมายเลข 1341 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

    ด้านนางภาณิวัน เรืองมณี นายสถานี บขส.ยะลา กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งให้รถทัวร์ทุกคันที่วิ่งเข้าอำเภอเบตง หยุดเดินรถเป็นการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น