กก.อิสระฯตั้งเป้าปฏิรูปเห็นผลใน10ปี

  • Wednesday, December 20, 2017 - 00:00

    แต่เปลี่ยนแปลงพลิกโฉมใน5ปี ประสาน12คณะปูทางแก้พรบ.ศึกษาชาติ

    บอร์ดอิสระฯ ประสาน 12 คณะ ปูทางแก้ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ “หมอจรัส” ลั่นมุ่งสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉม ภายใน 5 ปี และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนในอีก 10 ปีข้างหน้า

    นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการอิสระฯ ได้มีการเสนอแผนงานปฏิรูปในรอบ 6 เดือน เพื่อไปรวมกับคณะกรรมการปฏิรูปอีก 12 คณะ ในการจัดทำแผนปฏิรูปของชาติ และปรับปรุง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ซึ่งจะต้องมุ่งสู่การเปลี่ยนงอย่างพลิกโฉม เนื่องจาก การศึกษาปัจจุบันยังไม่ดีพอ และต้องเป็นการปรับใหญ่ หวังว่าจะนำไปสู่การปฏิรูปที่แท้จริง โดยวางแผนให้มีผลกระทบใน 5 ปี แต่จะเกิดผลจริงๆ น่าจะ 10 ปีที่จะเห็นผลคุณภาพการศึกษา เช่น ความเหลื่อมล้ำหายไป มีการพัฒนาความสามารถตามความถนัดของตน มุ่งสู่การมีชีวิตที่ดี ทั้งนี้คณะกรรมการอิสระฯ จะนำข้อสรุปที่ได้เสนอให้กับที่ประชุมคณะกรรมการปฏิรูป 12 คณะและคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ 6 คณะ ที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พิจารณา

    ประธานคณะกรรมการอิสระฯ กล่าวอีกว่า ส่วนการปรับปรุง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ซึ่งมีข้อเสนอในการแก้ไขในประเด็นต่างๆ อย่างเรื่องจัดระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

    ซึ่งมุ่งเน้นเรื่องการศึกษาและการเรียนรู้ที่ครอบคลุมทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบ ทางเลือกการศึกษาและเรียนรู้เพื่อการดำรงชีวิต และต้องทำให้การจัดการศึกษาและการเรียนรู้ มีผู้เรียน ผู้ปกครอง และสถานศึกษาเป็นศูนย์กลาง และการจัดการศึกษาจะต้องมุ่งเน้นการพัฒนาความถนัด มีคุณธรรม จริยธรรม

    นอกจากนี้จะต้องแยกกลไกด้านนโยบาย งบประมาณ ด้านการปฏิบัติงานเพื่อจัดการศึกษา ออกจากกันให้มีความชัดเจน พร้อมทั้งต้องมีกลไกบริหารและจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉม ของระบบการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศที่ดำเนินการอย่างรอบด้าน รวมทั้งยังต้องแก้ไขเรื่องการดำเนินการเพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษา ที่ต้องเป็นไปเพื่อให้การจัดการศึกษาบรรลุผลลัพธ์ และต้องมีการประเมินผล วิจัยและพัฒนา รวมถึงพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษาที่มีศักยภาพเพื่อการศึกษา เป็นต้น

    ส่วนการผลักดันปฏิรูปอุดมศึกษา ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงมากกว่า เพราะต้องมีการตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา โดยจะต้องมีการสร้างคุณภาพบัณฑิต ที่จบออกมาแล้วทำงานไม่ได้ ขณะเดียวกันผู้รับผิดชอบผลิตบัณฑิต ซึ่งผลิตสาขาที่ผลิตเกิน เช่นครู สาธารณสุขศาสตร์ เภสัชศาสตร์ ชัดเจนว่าเกินความต้องการ จะดำเนินการอย่างไร รวมถึงยังมีเรื่องการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม ที่ต้องนำไปสู่การใช้ประโยชน์ได้จริง อีกส่วนหนึ่งที่ต้องปฏิรูปคือ สถาบันอุดมศึกษา ที่จะต้องเป็นตัวผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงโดยใช้ความรู้เป็นหลัก สุดท้ายคือ อุดมศึกษา สร้างคนที่มีคุณธรรมจริยธรรม สร้างบัณฑิตที่ออกมาไม่โกง เห็นได้ว่าอุดมศึกษา ต้องปฏิรูป แต่จะปฏิรูปอย่างไรนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง การปฏิรูปอุดมศึกษาจะต้องมีความสมดุลระหว่างเสรีภาพทางวิชาการ กับการกำกับดูแล ดังนั้น พ.ร.บ.การอุดมศึกษา ในความเห็นของคณะกรรมการอิสระฯ คือการพลิกโฉมอุดมศึกษา ซึ่งคิดว่าจะออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้เร็วๆ นี้

    "ข้อเสนอข้างต้น เป็นเพียงการคิดเห็นว่า เมื่อมี พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ควรจะมีอะไรบ้าง ซึ่งสามารถแก้ไขได้ ผมอยากให้ทุกคนเข้ามาร่วมกันคิด" “ประธานคณะกรรมการอิสระฯ กล่าว.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น