ของขวัญปีใหม่ที่ถาวร!

  • Wednesday, December 20, 2017 - 00:00


    ต้องบอกว่าผิดหวังไปตามๆ กัน สำหรับผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2560 เพราะมติ ครม.ที่เผยแพร่ในเอกสารของสำนักนายกรัฐมนตรีทั้งสิ้น 31 เรื่อง ไม่มีเรื่องของขวัญปีใหม่ที่รัฐบาลจะมอบให้ประชาชนแต่อย่างใด ทั้งที่มีกระแสข่าวอย่างหนาหูก่อนหน้านี้ มีการตีปี๊บว่าจะมีหลายมาตรการออกมา

    หากนับเป็นของขวัญปีใหม่ ก็มีเพียง 1 เรื่อง คือ การจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปีถวายเป็นพระราชกุศลเสริมสิริมงคลทั่วไปส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีธรรม พุทธศักราช 2561 เท่านั้น

    และเมื่อย้อนกลับไปในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ก็พบว่ามีเพียง 1 เรื่องเท่านั้นที่พอถูลู่ถูกังนับเป็นของขวัญได้ แม้จะเป็นเรื่องปกติในยามเทศกาลหยุดยาวก็ตาม นั่นคือ ร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนต์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 ภายในระยะเวลาที่กำหนด พ.ศ....โดยเป็นการยกเว้นค่าธรรมเนียมในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่เวลา 00.01 นาฬิกา ของวันที่ 28 ธ.ค.2560 ถึงเวลา 24.00 นาฬิกา ของวันที่ 4 ม.ค.2561

    ยิ่งเมื่อทบทวนไปไกลขึ้น ในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 7 พ.ย. ได้มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวง ฉบับที่...(พ.ศ....) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร หรือมาตรการภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2560 หรือช็อปช่วยชาติที่จบไปแล้วตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.-3 ธ.ค.

    เรียกว่ามีเพียง 3 เรื่องเท่านั้นที่พอจะกล้อมแกล้มเรียกว่าเป็นของขวัญรัฐบาลที่มอบให้แก่ประชาชนได้! แม้บางเรื่องบางราวจะมาก่อนเวลาอันควร โดยเฉพาะเรื่องช็อปช่วยชาติก็ตามที แต่สิ่งที่ประชาชนคนไทยอยากได้ของขวัญจริงๆ จากรัฐบาลนั้น ใช่เพียงแค่ช่วงเทศกาลเท่านั้น และมิใช่เพียงแค่ค่าผ่านทางด่วนฟรี หรือการลดหย่อนภาษีในจำนวนกะปริดกะปรอย แต่ต้องการสิ่งที่เป็นรูปธรรมแบบยั่งยืนและถาวร โดยเฉพาะในเรื่องการแก้ไขปัญหาปากท้อง
    รัฐบาลต้องยอมรับความเป็นจริง ว่าผลงานด้านเศรษฐกิจนั้นเป็นจุดอ่อน และจุดด้อย ไม่ต่างจากกรณีของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่เป็นสายล่อฟ้าหรือเป็นตำบลกระสุนตกในทางการเมืองของรัฐบาลแต่ประการใด

    แม้จะไม่เป็นธรรมนัก หากจะเหมารวมรัฐบาลประยุทธ์ 5 ในผลงานด้านเศรษฐกิจ เพราะเพิ่งเข้ามารับหน้าที่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า แกนนำหลักในการแก้ไขและกุมนโยบายด้านเศรษฐกิจก็ยังคงเป็นคนหน้าเดิมมาตั้งแต่
    ครม.ประยุทธ์ 1 มิใช่เหรอ การอ้างเพียงตัวเลขจีดีพีว่ากระเตื้องขึ้น หรือการที่ธนาคารโลกจัดอันดับประเทศไทยให้พ้นเส้นความยากจนเพื่อชูเศรษฐกิจดีขึ้นนั้น จุดประเด็นได้เป็นครั้งเป็นคราวเท่านั้น เพราะหากไปไปสอบถามชาวบ้านร้านถิ่น คนหาเช้ากินค่ำ มนุษย์เงินเดือน หรือแม้แต่พ่อค้าแม่ขายก็จะได้รับคำตอบเป็นส่วนใหญ่ว่ามันสวนทางกับจีดีพีอย่างยิ่ง

    อาจไม่ถึงขั้นบอกฝืดเคือง แต่ก็หนีไม่ห่างกันเท่าใด จึงไม่แปลกที่ผลสำรวจความคิดเห็นผ่านโพลไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ล่าสุดผลสำรวจสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในหัวข้อ 10 เรื่องที่ประชาชนอยากบอกรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ณ วันนี้ เรื่องที่นำโด่ง 55.5% คือ เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพแพง ในขณะที่นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในผลสำรวจเรื่องผลงานที่ประทับใจและไม่ประทับใจในรอบปีที่ผ่านมาก็ไม่ต่างกัน เพราะผลงานที่ไม่ประทับใจอันดับแรก 58.16% คือ การแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ และ 47.76% ปัญหาปากท้องของประชาชน

    เรียกว่าน่าจะเป็นตัวชี้วัดได้ดีกว่าตัวเลขจีดีพีที่รัฐบาลมักนำมาอวดอ้าง ฉะนั้นสิ่งที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะมอบให้กับประชาชนอย่างแท้จริง มิใช่เพียงให้แบบฉาบฉวยเป็นครั้งคราวตามเทศกาล คือ การเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องอย่างจริงจังเสียที เพราะไม่อย่างนั้นวิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่ฝันว่าไทยจะ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” นั้นก็เป็นเพียงลมปากท่องจำเท่านั้น.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น