เชือดอดีตบิ๊กพศ.โกงเงินวัด

  • Wednesday, December 20, 2017 - 00:00


    ป.ป.ช.มีมติชี้มูล “นพรัตน์-พนม-ประนอม” อดีตผู้บริหาร พศ. โกงเงินทอนวัดพนัญเชิงฯ ส่ง อสส.ฟันอาญา พร้อมรายงานผู้บังคับบัญชาลงโทษวินัย เผยเหลืออีก 97 คดี คาดใช้เวลาไม่นานเหตุโมเดลเดียวกัน ขณะที่ ปปง.อายัดห้องชุดหรู 16.2 ล้าน เบ็ดเสร็จ 4 ล็อต 94.2 ล้าน ครบทั้งเงินฝาก รถยนต์ ที่ดิน เงินลงทุน

    ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี วันที่ 19 ธันวาคม นายวรวิทย์ สุขบุญ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช. ว่า ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้แต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวน กรณีกล่าวหานายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กับพวก ร่วมกันทุจริตงบประมาณโครงการเงินอุดหนุนการบูรณปฏิสังขรณ์วัด และการพัฒนาวัดของ พศ. ที่อนุมัติให้แก่วัดพนัญเชิงวรวิหาร ต.กระมัง อ.เมืองฯ จ.พระนครศรีอยุธยา ประจำปีงบประมาณ 2557 และประจำปีงบประมาณ 2558 โดยมีนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนฯ นั้น

    "จากการไต่สวนพบว่า พฤติการณ์ของขบวนการทุจริตเงินทอนวัดได้มีการวางแผนและแบ่งหน้าที่กันกระทำความผิดเป็นขั้นเป็นตอน โดยจะมีกลุ่มบุคคลทำหน้าที่ติดต่อวัดต่างๆ โดยแจ้งว่าจะมอบเงินอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์และการพัฒนาวัด แต่มีเงื่อนไขว่าวัดจะต้องมอบเงินกลับคืนเพื่อนำไปใช้ในกิจการของ พศ. ในการจัดสรรให้แก่วัดต่างๆ"

    นายวรวิทย์กล่าวว่า ต่อมากลุ่มบุคคลดังกล่าวจะนำรายชื่อวัดที่เชื่อตามคำกล่าวอ้างไปทำเอกสารการอนุมัติเงินอุดหนุนให้แก่วัด โดยไม่มีคำขอรับเงินอุดหนุนของวัดประกอบการพิจารณาอนุมัติเงินให้แก่วัดตามขั้นตอนและระเบียบแบบแผนของทางราชการ และเมื่อ พศ. ได้โอนเงินอุดหนุนเข้าบัญชีเงินฝากของวัดแล้ว กลุ่มบุคคลดังกล่าวจะแจ้งให้วัดโอนเงินหรือรับเงินกลับคืนมา แล้วนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวโดยทุจริต กรณีนี้สืบเนื่องจากเมื่อปีงบประมาณ 2557 น.ส.ประนอม คงพิกุล ขณะดำรงตำแหน่ง ผอ.กองพุทธศาสนสถาน ได้ติดต่อทางวัดพนัญเชิงฯ ว่า จะจัดสรรเงินอุดหนุนจำนวน 10 ล้านบาท แต่เมื่อวัดได้รับแล้วจะให้โอนเงินจำนวน 8 ล้านบาท กลับเข้าบัญชีเงินฝากของนางชมพูนุท จันฤาไชย ซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิดของนายนพรัตน์ โดยแจ้งว่าจะนำไปใช้ในกิจการของ พศ.

    ทั้งนี้ น.ส.ประนอมได้จัดทำเอกสารการอนุมัติเงินจำนวน 10 ล้านบาท เสนอให้นายนพรัตน์อนุมัติเงินอุดหนุน โดยไม่มีคำขออุดหนุนตามระเบียบของทางราชการ และหลังจาก พศ.ได้โอนเงินให้วัดแล้ว ปรากฏว่าทางวัดได้โอนเงิน 8 ล้านบาทกลับเข้ามายังบัญชีของนางชมพูนุท โดยนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว

    รักษาการแทนเลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวต่อว่า ส่วนการทุจริตในปีงบประมาณ 2558 น.ส.ประนอมได้ไปติดต่อวัดอีกครั้ง แล้วแจ้งว่าจะโอนเงินอุดหนุนให้กับวัด 10 ล้านบาท แต่ในครั้งนี้มีเงื่อนไขว่า วัดจะต้องคืนเงินสดจำนวน 5 ล้านบาทให้กับ น.ส.ประนอม หลังจากนั้นน.ส.ประนอมได้จัดทำเอกสารหลักฐานการขออนุมัติเงินอุดหนุนให้แก่วัด 10 ล้านบาท เสนอนายพนม ศรศิลป์ ขณะดำรงตำแหน่งรักษาราชการแทน ผอ.พศ. พิจารณาอนุมัติเงินอุดหนุน โดยไม่มีคำขอรับเงินอุดหนุนของวัดประกอบการพิจารณาอนุมัติเงินให้แก่วัดตามระเบียบแผนของทางราชการ โดยเมื่อ พศ.ได้โอนเงินให้แก่วัด 10 ล้านบาท วัดจึงได้นำเงินสดจำนวน 5 ล้านบาทไปมอบให้กับ น.ส.ประนอม โดยนำไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว

    "ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วจึงมีมติว่า การทุจริตในปีงบประมาณ 2557 นายนพรัตน์ และ น.ส.ประนอม มีมูลความผิดเป็นตัวการร่วมในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 151 และ 157 ประกอบมาตรา 83 และมาตรา 90 และผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองรายมีมูลความผิดทางวินัยร้ายแรงตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 82 (1) (2) (3) ประกอบมาตรา 85 (7) และมาตรา 85 (1) และ (4) ส่วนนางชมพูนุท ไม่มีสถานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและพนักงานตามกฎหมาย จึงเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 151 และ 157 ประกอบมาตรา 86"

    สำหรับการทุจริตในปีงบประมาณ 2558 นายพนม มีมูลความผิดเป็นตัวการร่วมในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 151 และ 157 ประกอบมาตรา 83 และมาตรา 90 ส่วน น.ส.ประนอมมีมูลความผิดฐานเป็นตัวการร่วมในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 151 และ 157 ประกอบมาตรา 83, 90 และ 91 และมีมูลความผิดฐานตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 162 (1) และ (4) อีกบทหนึ่งด้วย นอกจากนี้ นายพนมและ น.ส.ประนอมยังมีมูลความผิดทางวินัยร้ายแรงตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 มาตรา 82 (1) (2) (3) ประกอบมาตรา 85 (7) และมาตรา 85 (1) และ (4)

    ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช.มีความเห็นให้ส่งรายงานและเอกสารพร้อมทั้งความเห็นไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาโทษทางวินัย และส่งรายงาน เอกสาร และความเห็นไปยังอัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไป

    ผู้สื่อข่าวถามว่า สำนวนการร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตเงินทอนวัดใน ป.ป.ช. ขณะนี้ยังเหลืออีกกี่สำนวน นายวรวิทย์กล่าวว่า กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.ตร.) ได้ส่งมาจำนวน 2 ล็อต รวม 35 คดี และยังมีที่ประชาชนร้องเรียนกรณีทุจริตเงินทอนวัดปีงบประมาณ 2557-2558 อีก 62 แห่ง รวมทั้งสิ้น 97 คดี ไต่สวนไปแล้ว 8 คดี โดยพฤติกรรมการทุจริตมีลักษณะคล้ายคลึงกัน และตัวละครเดียวกัน จึงจะใช้เวลาพิจารณาคดีที่เหลือไม่นาน ซึ่ง ป.ป.ช.จะค่อยๆ ทยอยดำเนินการไปทีละวัด

    ขณะเดียวกัน สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่า เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2560 คณะกรรมการธุรกรรม ในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีคำสั่งที่ ย.131/2560 อายัดทรัพย์นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานนท์ อดีต ผอ.พศ. ผู้ถูกกล่าวหาคดีทุจริตเงินทอนวัด เพิ่มอีก 1 รายการ ได้แก่ ห้องชุดเลขที่ 110/663 ชั้น 17 อาคารเลขที่ 110 อาคารบี ชื่ออาคารชุดเดอะ ริเวอร์ ต.คลองต้นไทร (บางไส้ไก่เหนือ) เขตคลองสาน (บางลำพูล่าง) กรุงเทพฯ เนื้อที่ประมาณ 133.64 ตารางเมตร มีชื่อนางพัทธนานันท์ เบญจวัฒนานันท์ หรือแจ่มเจริญ หรือนางจำลองรัตน์ แจ่มเจริญ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ มูลค่า 16,205,612 บาท ซึ่งเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเป็นที่เชื่อได้ว่า เป็นทรัพย์สินที่นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานนท์ กับพวก ได้มาระหว่างที่มีพฤติการณ์ในการกระทำความผิด ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต หรือปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด จึงอายัดทรัพย์สินดังกล่าวไว้ชั่วคราวมกำหนด 90 วัน

    สำนักข่าวอิศรารายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายนพรัตน์ กับพวกถูก ปปง.มีคำสั่งอายัดทรัพย์สิน 3 ครั้ง รวมมูลค่าประมาณ 78 ล้านบาท เมื่อวันที่ 9 พ.ย.2560 คณะกรรมการธุรกรรม มีคำสั่งที่ 127/2560 อายัดทรัพย์สิน จำนวน 4 รายการ มูลค่า 4,190,000 บาท ประกอบด้วย 1.หน่วยลงทุนในกองทุนโกลบอล สตราทิจิก อินเวสเมนต์ (GFIS) บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ จำกัด ในชื่อนางพัทธานันท์ เบญจวัฒนานันท์ จำนวน 294,874 หน่วย มูลค่า 3,760,000.74 บาท

    2.หน่วยลงทุนในกองทุนเค หุ้นทุนบริพัตรเพื่อการเลี้ยงชีพ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย จำกัด ในชื่อ น.ส.ประนอม คงพิกุล จำนวน 2,332.3 หน่วย มูลค่า 150,000 บาท 3.หน่วยลงทุนในกองทุนเค หุ้นระยะยาวปันผล บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย จำกัด ในชื่อ น.ส.ประนอม คงพิกุล จำนวน 8,340.4 หน่วย มูลค่า 150,000 บาท 4.หน่วยลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด ในชื่อ น.ส.ประนอม คงพิกุล จำนวน 2,000 หุ้น มูลค่ารวม 130,000 บาท

    วันที่ 8 พ.ย.2560 สำนัก ปปง.เผยแพร่คำสั่งอายัดทรัพย์สินของอดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธฯ ที่อยู่ในชื่อของบุคคลใกล้ชิด 2 คำสั่ง คำสั่งแรก ที่ ย.123/2560 ลงวันที่ 12 ต.ค.2560 อายัดทรัพย์สิน 2 รายการ คือสลากออมทรัพย์ ในชื่อ น.ส.ประนอม คงพิกุล จำนวน 1 ล้านบาท และเงินฝากในชื่อ น.ส.ประนอม คงพิกุล 1 บัญชี จำนวน 2,000 บาท รวมทั้งสิ้น 1,002,000 บาท คำสั่งที่สอง ที่ ย.124/2560 ลงวันที่ 25 ต.ค.2560 อายัดทรัพย์สินทั้งสิ้น 33 รายการ มูลค่า 71,939,017.91 บาท ประกอบด้วย รถยนต์ 6 คัน และรถแทรกเตอร์ 1 คัน รวม 7 คัน ในชื่อนางพัทธานันท์ เบญจวัฒนานันท์ น.ส.ณัฏฐาภรณ์ ทุน นางชมพูนุท จันฤาไชย น.ส.ประนอม คงพิกุล นายวสวัตติ์ กิตติธีระสิทธิ์ ที่ดิน 12 แปลง ในชื่อ ณัฏฐาภรณ์ ทุน นางชมพูนุท จันฤาไชย น.ส.ประนอม คงพิกุล ที่เหลือเป็นเงินสด หินสี เงินฝาก สลากออมสิน ในชื่อนายนพรัตน์ นางพัทธานันท์ และ น.ส.ประนอม คงพิกุล บุคคลที่เกี่ยวข้องในการถือครองทรัพย์สิน 2 คำสั่ง 6 คน รวมนายนพรัตน์ รวมทรัพย์สิน 2 คำสั่ง 35 รายการ มูลค่าประมาณ 72.9 ล้านบาท

    รวมครั้งล่าสุดเป็นครั้งที่สี่ รวมมูลค่า 94.2 ล้านบาท.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น