'ปอท.'ข้องใจผู้สังเกตเก๊! จี้5ทูตแจงร่วมก๊วนเจี๊ยบ

  • Wednesday, December 20, 2017 - 00:00


    “หมวดเจี๊ยบ” โดนยกสอง ปอท.ออกหมายเรียกรับข้อหาอีก 3 กระทง พร้อมร่อนสารถึง 5 สถานทูตถามที่มา-ที่ไปของผู้มาร่วมสังเกตการณ์ “สุณิสา” กรี๊ดลั่นคุกคาม โยงละเมิดข้อตกลงยูเอ็น “วัฒนา” จ่อยื่นฎีกาหลังศาลอุทธรณ์เมินตัดสินฝากขังโพสต์ป่วน “เอ็นจีโอ” ยื่นศาล รธน.ตีความคำสั่ง คสช.ละเมิดรัฐธรรมนูญ

    เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม มีรายงานข่าวจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ว่า ได้ออกหมายเรียกให้ ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง (เลิศภควัต) หรือหมวดเจี๊ยบ อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) มาทราบข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินคดีกับ ร.ท.หญิงสุณิสา เป็นคดีที่ 2 ในการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ปี 2550 มาตรา 14 (2) ซึ่งเป็นการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีก 3 กระทง จากเดิมที่แจ้งไว้ 6 กระทง ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และกฎหมายอาญามาตรา 116 จากกรณีโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว

    โดยพนักงานสอบสวน ปอท.ได้ทำหนังสือเรียกให้ ร.ท.หญิงสุณิสามารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 20 ธ.ค.2560 เวลา 09.00 น.

    รายงานข่าวแจ้งอีกว่า เจ้าหน้าที่ยังได้ทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ร่วมสังเกตการณ์ในการรับทราบข้อกล่าวหาของ ร.ท.หญิงสุณิสา เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.ด้วย เพราะมีการอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่มาจากสถานทูตต่างๆ ประกอบด้วย หัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรป (อียู) ประจำประเทศไทย, เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย, เอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำประเทศไทย, เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย และเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย

    โดยรายละเอียดขอความอนุเคราะห์ระบุว่า เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. เวลาประมาณ 10.30 น. ร.ท.หญิงสุณิสามารายงานตัวต่อพนักงานสอบสวน ปอท. เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแห่งราชอาณาจักรไทย ปรากฏว่ามีผู้อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ประจำสถานทูตของท่านเข้าร่วมสังเกตการณ์ จึงเรียนมายังท่านเพื่อขอทราบว่า ทางสถานทูตได้ส่งผู้แทนเข้าร่วมสังเกตการณ์ในกรณีนี้หรือไม่ ซึ่งหากท่านได้ส่งมา ขอความกรุณาแจ้งชื่อ นามสกุล ตำแหน่ง หน้าที่ พร้อมประกอบเหตุผลในการมาสังเกตการณ์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการติดต่อประสานงาน ดำเนินการในส่วนที่ถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย และเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้องตรงกับความเป็นจริง จะได้ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น

    หากท่านไม่ได้ส่งมา แสดงว่ามีผู้ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างสถานทูตของท่าน เป็นเหตุให้เกิดความเข้าใจผิด เกิดผลเสียต่อสังคมและกระบวนการยุติธรรมของราชอาณาจักรไทย อันจะก่อให้เกิดความสับสนต่ออำนาจ หน้าที่ของสถานทูต จึงขอความร่วมมือมายังท่าน ได้โปรดส่งตัวแทนมาร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับผู้กระทำการแอบอ้างดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

    ด้าน ร.ท.หญิงสุณิสากล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เจ้าหน้าที่รัฐบาลมีความโปร่งใส บริสุทธิ์ใจในการทำงานตัวเองมากน้อยแค่ไหน คนที่เดินทางมาย่อมมีตัวตน มีสถานภาพ มีสถานะที่เป็นตัวแทนของแต่ละประเทศอย่างแน่นอน ยิ่งมีการทำเช่นนี้ เชื่อว่าผลเสียจะเกิดต่อรัฐบาลเอง ในเมื่อมั่นใจต่อการทำงานของตัวเอง ไม่ได้เป็นการไปกลั่นแกล้งหาเรื่องใคร จึงไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องพยายามไปตรวจสอบผู้แทนการทูตแต่ละประเทศ

    หมวดเจี๊ยบซัดคุกคาม

    “การทำเช่นนี้เหมือนเป็นการคุกคาม รังควานหรือไม่ คนที่เดินทางมาก็เพื่อสังเกตการณ์ จะไปแทรกแซงการทำงานหรือทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว เพราะมาแค่สังเกตการณ์ดูว่ารัฐบาลได้เคารพหลักสิทธิมนุษยชน ตามที่รัฐบาลได้ไปลงนามร่วมกับสหประชาชาติเอาไว้หรือไม่ เรื่องนี้ไม่เห็นต้องไปกังวลอะไรต่อคนที่คิดต่างจากรัฐบาล” ร.ท.หญิงสุณิสากล่าว

    ร.ท.หญิงสุณิสายืนยันว่า ในวันที่ 20 ธ.ค. จะเดินทางไป ปอท. ตามที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม เพื่อไปยืนยันว่าการตรวจสอบรัฐบาลไม่ใช่การก่ออาชญากรรม รัฐบาลควรใจกว้างรับฟังเสียงสะท้อน ไม่ใช่นำกฎหมายมาเล่นงานต่อคนที่เห็นต่าง และวิพากษ์วิจารณ์การทำงานเพื่อผลประโยชน์ประเทศ และควรนำมาปรับปรุง โดยสิ่งที่ตนเองถูกเล่นงานเหมือนเป็นการส่งสัญญาณจะปิดปากคนอื่นๆ ไม่ให้กล้าแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลด้วย

    ขณะเดียวกัน ที่ห้องพิจารณา 703 ศาลอาญา ศาลนัดอ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.3158/2560 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายวัฒนา หรือไก่ เมืองสุข อายุ 60 ปี อดีต รมว.พาณิชย์ และสมาชิกพรรคเพื่อไทย เป็นจำเลย ฐานกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 ที่โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องหมุดคณะราษฎร โดยนายวัฒนาได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คัดค้านการฝากขังผลัดแรกของพนักงานสอบสวน ปอท.

    โดยพนักงานสอบสวน ปอท. และนายวัฒนา พร้อมผู้ได้รับมอบอำนาจจากทนายความของนายวัฒนา เดินทางมาศาล ซึ่งศาลอุทธรณ์พิเคราะห์คำร้องคัดค้านของนายวัฒนาแล้วเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นพิจารณาอนุญาตให้ฝากขังนายวัฒนานั้น เป็นเรื่องระหว่างศาลกับพนักงานสอบสวน ปอท. จึงให้ยกอุทธรณ์คำคัดค้านของนายวัฒนา

    นายวัฒนากล่าวว่า จะยื่นฎีกาต่อไป แม้ว่าศาลอุทธรณ์จะเห็นว่าเป็นเรื่องระหว่างศาลกับพนักงานสอบสวน แต่ก็กระทบสิทธิในการขอความเป็นธรรม และในฐานะคู่ความ รวมถึงกระทบกับสิทธิเสรีภาพในภาพรวม

    วันเดียวกัน ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ตัวแทนภาคประชาชน 7 กลุ่ม นำโดยนายรังสิมันต์ โรม กลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย, นายนิมิตร์ เทียนอุดม กลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ, น.ส.เยาวลักษ์ อนุพันธ์ หัวหน้าศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน, นายอัครเดช ฉากจินดา เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน ใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 213 เข้ายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้วินิจฉัยว่า คำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ข้อ 6 และ 12 ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และ 44 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมทั้งการใช้อำนาจของเจ้าพนักงานรักษาความสงบเรียบร้อยตามคำสั่งดังกล่าว เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองไว้หรือไม่

    บี้ศาล รธน.ตีความ

    นายรังสิมันต์กล่าวว่า คำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ข้อ 6 ที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวบุคคลได้เกิน 7 วัน โดยไม่มีหมายศาล และข้อ 12 ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยเสรีภาพการชุมนุมมีการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 44 หรือแม้แต่รัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 ก็รับรองไว้ในมาตรา 4 แต่ตลอดเวลาที่ คสช.ครองอำนาจ กลับใช้คำสั่ง คสช.ดังกล่าวเป็นเครื่องมือปราบปรามประชาชนที่เห็นต่าง ซึ่งการยื่นคำร้องครั้งนี้ ต้องการพิสูจน์ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้สามารถคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนได้จริง ตามที่คณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้โฆษณาไว้ เมื่อครั้งรณรงค์ให้ประชาชนลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญ และต้องการพิสูจน์ว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะสามารถวินิจฉัยยืนยันถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการชุมนุมได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญมักยกคำร้องโดยอ้างว่าผู้ร้องต้องไปใช้สิทธิ์ผ่านช่องทางอื่นๆ ก่อน

    “หากศาลรัฐธรรมนูญยังยืนยันวินิจฉัยโดยให้ความชอบธรรมกับการใช้อำนาจของคณะรัฐประหาร ก็จะเท่ากับเป็นการพิสูจน์ว่า กลไกการคุ้มครองสิทธิ์ของประชาชนตามรัฐธรรมนูญนี้ไม่มีประสิทธิภาพแท้จริงอย่างที่ กรธ.เคยโฆษณาเอาไว้ และถ้าเป็นเช่นนั้น ก็ควรยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 นี้เสีย” นายรังสิมันต์กล่าว

    ส่วนนายนิมิตร์กล่าวว่า ประเทศไทยควรปกครองด้วยกฎหมาย ประชาชนมีสิทธิ์ที่จะกำหนดชะตากรรมชีวิตของเราเอง ปีที่ผ่านมารัฐบาลพยายามแก้กฎหมายหลักประกันสุขภาพ ที่หลายมาตราแก้แล้วจะทำให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้ยากยิ่งกว่าเดิม ทางกลุ่มได้ติดต่อกับทางรัฐบาลที่จะเคลื่อนไหวเพื่อไปยื่นจดหมายถึงนายกฯ แต่ทหารก็กลับเอาคำสั่ง คสช.มาสกัดกั้น ไม่ให้เรารวมตัวเพื่อที่จะเข้าพบนายกฯ ได้ จึงเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวเป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน แม้เป็นการเคลื่อนไหวโดยสงบก็ตาม

    นายอัครเดช ฉากจินดา เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน กล่าวว่า หลังปี 2557 การเคลื่อนไหวของภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากโครงการขนาดใหญ่ของรัฐไม่ได้ความเป็นธรรมในหลายเรื่อง มีการใช้คำสั่งดังกล่าวห้ามดำเนินกิจกรรม หรือเมื่อดำเนินการกิจกรรมแล้วก็ใช้ตำรวจ-ทหารมาสกัดกั้น ใช้กำลังจับกุมบุคคลไปกักขังโดยไม่ได้มีหมายศาล ซึ่งถ้าคำสั่งนี้ยังคงอยู่ ก็จะยิ่งเกิดปัญหากับภาคประชาชนที่เวลานี้มีการเคลื่อนไหว ทั้งในเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และท่าเรือปากบารา การสร้างเขื่อนต่างๆ ในพัทลุง ซึ่งขณะนี้ทุกโครงการของรัฐกำลังเดินหน้า ประชาชนก็ควรมีสิทธิ์ลุกขึ้นมาเรียกร้องปกป้องสิทธิของตัวเอง ไม่ใช่ใช้คำสั่งนี้ไปจำกัดและกำจัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพราะมันไม่เป็นธรรม.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น