ม.44คลายล็อกพรรค กระดิกได้แค่งานธุรการ โน่นกลางปีหน้าปล่อยผี

  • Wednesday, December 20, 2017 - 00:00


    "บิ๊กตู่" เผยที่ประชุม คสช.มีมติงัดม.44 ปลดล็อกพรรคการเมือง ฉะนั้นไม่ต้องกังวล ทุกอย่างยังเดินตามโรดแมปเดิมที่เขียนไว้ ปฏิเสธตั้งพรรคทหารอุ้มนั่งนายกฯ อีกสมัย "ไก่อู" ขยายความ จะมีคำสั่ง คสช.ปลดล็อกล็อตแรกให้พรรคการเมืองดำเนินการเรื่องสมาชิกพรรคได้ภายในปีนี้ ปลดหมด มิ.ย.ปีหน้า เลือกตั้งพฤศจิกายน 61 ตามกำหนดเดิม "มาร์ค" ติงถ้าจะใช้อะไรพิเศษอีกเพื่อลบล้างสิ่งที่ตัวเองทำ ต้องมีเหตุผลที่ชัดเจนว่าสรุปแล้วเป้าหมายสุดท้ายคืออะไร

    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แถลงถึงผลการประชุม คสช. เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ได้มีการพิจารณาหามาตรการ ซึ่งทุกคนทราบดีว่าหลายพรรค หลายกลุ่มการเมืองได้ทำหนังสือมาถึง คสช. รัฐบาล คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้หาวิธีการแก้ปัญหาเรื่องพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ที่กำหนดระยะเวลาให้พรรคการเมืองดำเนินงานเรื่องธุรการให้แล้วเสร็จตามที่กำหนด

    ดังนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องหาวิธีการ ที่ประชุม คสช.จึงมีความคิดว่า ในขั้นต้นอาจต้องใช้ ม.44 ในการแก้ปัญหานี้ เพื่อขยายเวลาที่บังคับไว้ในกฎหมายพรรคการเมือง ฉะนั้นไม่ต้องกังวล ทั้งประชาชน พรรคการเมืองเก่า พรรคการเมืองใหม่ ยังมีโอกาสที่จะดำเนินการทางธุรการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสมาชิกพรรคหรือเรื่องอะไรต่างๆ ให้เกิดความเป็นธรรม

    “ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามโรดแมปเดิมที่เขียนไว้ว่า เมื่อไหร่ที่กฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งมีผล ก็ต้องเดินไปสู่การเลือกตั้ง และวันนี้ทุกอย่างก็ยังเป็นไปตามขั้นตอนนี้อยู่ แม้จะมีกฎหมายพรรคการเมือง แต่กฎหมายเลือกตั้งยังไม่เสร็จ ยังไงก็ยังเลือกไม่ได้อยู่ดี แต่เราต้องปลดล็อกตรงนี้ให้เขา ใช้คำว่าเป็นมาตรการ เพื่อให้การดำเนินการทางการเมืองสามารถดำเนินการได้ และถือเป็นประเด็นสำคัญ”

    เมื่อถามถึงกระแสข่าวการตั้งพรรคประชารัฐที่จะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ อีกสมัยนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า คงต้องไปถามคนพูด ตนไม่ได้พูดสักคำ

    "พรรคทหารคืออะไรผมยังไม่รู้ หลายคนบอกว่าเป็นพรรคแบบเดิมอะไรต่างๆ โดยมีทหาร แต่ผมยังไม่เห็นมีทหารที่ไหนมาตั้งพรรคการเมืองให้กับผม ถ้าเขาไปตั้งของเขาเอง ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา ไม่เกี่ยวกับผมฉะนั้นคงไม่มีใครไปตั้งพรรคทหาร ก็รู้อยู่ว่าตั้งมาแล้วก็คือปัญหา มันไม่เคยสำเร็จสักที จะไปตั้งให้มันเมื่อยทำไม"

    ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน

    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ทุกคนพยายามจะสร้างกระแสให้ได้ว่าจะมีพรรคทหารให้คนรังเกียจ ต้องไปดูจุดมุ่งหมายที่เขาพูดกันเพื่ออะไร ไปถามเขาดู สิ่งที่รัฐบาลคสช.คิดคำนึงตลอดเวลาที่จะสนับสนุนนั้น เป็นการสนับสนุนทุกพรรค ไม่ว่าจะเป็นพรรคเก่าหรือพรรคใหม่ที่เข้ามาสู่การเมืองอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ มองเห็นอนาคตประเทศ เป็นเรื่องของประชาชนที่จะตัดสินในการเลือกต่อไป

    "ทุกพรรคมีโอกาสทั้งสิ้น อย่าไปมองว่าพรรคนี้จะได้ พรรคโน้นจะไม่ได้ เดี๋ยวทุกอย่างจะค่อยๆ เดินไปเรื่อยๆ ความชัดเจนจะเกิดขึ้น ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจด้วยตัวเองในการเข้าคูหากาบัตรเลือกตั้ง"

    เมื่อถามถึงกระแสข่าวให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เป็นหัวหน้าพรรคทหาร เพื่อสนับสนุนให้นายกฯ อยู่ต่อ พล.อ.ประยุทธ์แจงว่า ได้ถามนายสมคิดว่าไปตั้งพรรคทหารหรือ นายสมคิดบอกว่าไม่ได้ตั้ง และการจะสนับสนุนให้นายกฯ อยู่ต่อ มันจะอยู่ต่ออย่างไรตนก็ยังไม่รู้ ขึ้นอยู่กับว่าอยู่ต่อ-ไม่อยู่ต่อ รัฐธรรมนูญเขียนไว้เรื่องนายกฯ คนนอก ซึ่งยังไปไม่ถึงตรงนั้นเลย

    "พรรคตั้งใหม่ตั้งเก่าจะไปยังไงยังมองไม่ออกเลย ทำไมจะต้องไประแวงตรงนั้น เขาเรียกว่ามองปัญหาไปก่อนแล้ว ยังไม่ถึงตรงนั้นจะรีบไปทำไม ต้องโน้น ผมคงไม่ไปทำอะไรให้วุ่นวายขนาดนั้น"

    ถามถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่ม กปปส. ที่นำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ออกมาเรียกร้องให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง นายกฯ ตอบว่า เป็นเรื่องของท่าน รวมถึงการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้งก็เป็นความคิดของท่าน ก็แล้วแต่ประชาชนจะว่าอย่างไร

    เมื่อให้วิเคราะห์การเมืองในปีหน้า พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธว่า ไม่รู้จะวิเคราะห์ยังไง ขอทำงานแก้ปัญหาความยากจนก่อนดีกว่า จะไปวิเคราะห์การเมืองทำไม ตนยังไม่ได้ไปเดินการเมืองสักอัน

    ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวว่า คำสั่งตาม ม.44 จะมีผลทำให้พรรคการเมืองใหม่สามารถจองชื่อพรรคการเมือง สรรหาสมาชิก เก็บค่าบำรุงสมาชิกได้ ประชุมใหญ่ครั้งแรกเพื่อคัดเลือกหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคได้ แต่จะต้องขออนุญาต คสช.ก่อน ส่วนพรรคการเมืองเก่าที่มีอยู่ 69 พรรค คสช.ไม่อนุญาตจัดประชุมใหญ่ แต่อนุญาตให้พรรคทำงานธุรกรรมทางการเมืองได้ โดยเฉพาะเรื่องตรวจสอบสถานภาพสมาชิกเดิมได้ไปพลางก่อน

    ปลดล็อกจบ มิ.ย.61

    เขากล่าวว่า คสช.จะทำการปลดล็อกให้สามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ทั้งหมด หลังจาก พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน มิ.ย.2561 หมายความว่าพรรคการเมืองทั้งหมดจะเริ่มดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง 150 วัน พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นผู้ดูรายละเอียดกรอบเวลาที่จะขยายการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในคำสั่งดังกล่าวอีกครั้ง คาดว่าจะยังไม่สามารถประกาศได้ในเร็ววันนี้ แต่จะมีคำสั่ง คสช.เรื่องการขยายเวลาให้พรรคการเมืองดำเนินการเรื่องสมาชิกพรรคได้ภายในปีนี้

    “เหตุผลที่ คสช.ยังไม่พิจารณาปลดล็อกกิจกรรมทางการเมืองทั้งหมด เนื่องจากฝ่ายความมั่นคงยังพบความเคลื่อนไหวทางการเมืองว่าสถานการณ์ยังไม่เหมาะสมที่จะปลดล็อกในช่วงนี้"

    พล.ท.สรรเสริญเผยว่า ภายในการประชุม คสช. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้จัดทำตารางฉายภาพโรดแมปพร้อมกรอบเวลาต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้งหมด โดยยืนยันว่ากำหนดการเลือกตั้งยังอยู่ในเดือน พ.ย.2561 เช่นเดิม

    โฆษกรัฐบาลกล่าวว่า คสช.ได้ดูรายละเอียดต่างๆตามปฏิทินการเมือง โดยจะพยายามทำให้พรรคการเมืองทั้งที่จัดตั้งพรรคใหม่หรือพรรคเก่าสามารถดำเนินงานทางธุรกรรมไปได้พลางก่อน โดยจะพยายามทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างพรรคที่จดตั้งพรรคใหม่ กับพรรคเก่าที่จดตั้งพรรคไปแล้ว ให้น้อยที่สุดหรือไม่มีเลย อย่างไรก็ดี พรรคเดิมหากจะจัดประชุมเพื่อเปลี่ยนหัวหน้า ร่างกติกา เปลี่ยนข้อบังคับนั้น ยังทำไม่ได้ ค่อยไปทำพร้อมกับพรรคการเมืองที่จะจดตั้งพรรคใหม่ หลังจากพ.ร.บ.เลือกตั้งมีผลบังคับใช้

    พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าวตั้งพรรคทหารว่า ไม่มี พรรคทหารคืออะไร ตนไม่เข้าใจ ยังไม่มี ไม่มีการพูดถึง

    ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคการเมืองนำเรื่องดังกล่าวมาเปิดเผย เพื่อจ้องดิสเครดิตรัฐบาลหรือไม่ รมว.มหาดไทยตอบว่า ไม่ขอมอง อยากให้สังคมพิจารณาเอาเอง เพราะสื่อเขียนเป็นประเด็น ตนพูดก็เป็นประเด็น

    ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการใช้ ม.44 แก้ปัญหาว่า ตอนทำทั้งคสช. รัฐบาล และ สนช. บอกว่าทำเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปฏิรูป และต้องมีการรับฟังความคิดเห็นต่างๆ แต่ถ้าจะใช้อำนาจพิเศษมาลบล้าง ต้องตอบคำถามว่า ตกลงเรื่องการปฏิรูปที่เคยพูดไว้ทั้งหมดคืออะไร เพราะอุปสรรคตอนนี้ไม่ได้มาจากคนอื่น รัฐธรรมนูญรัฐบาล คสช.ก็เป็นฝ่ายเขียนเอง กฎหมายลูกก็อยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญทำโดย กรธ.และ สนช. ปัญหาที่จะไม่เกิดขึ้นตามเวลาก็เกิดขึ้นจาก คสช. ซึ่งไปออกคำสั่งแล้วขัดแย้งกับตัวกฎหมาย

    ลบล้างสิ่งที่ตัวเองทำ

    “ฉะนั้นถ้าจะใช้อะไรพิเศษอีกเพื่อลบล้างสิ่งที่ตัวเองทำ ต้องมีเหตุผลที่ชัดเจนว่าสรุปแล้วเป้าหมายสุดท้ายคืออะไร และในที่สุดจะเป็นตัวพิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่ทำทั้งหมดเป็นเรื่องของการปฏิรูประบบหรือจะเป็นเรื่องของผลประโยชน์”

    นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ว่าอะไร เพราะพรรคมองว่าในอนาคตประเทศไทยต้องกลับเข้าสู่การปกครองระบบประชาธิปไตย และคิดว่าเวลานี้ปัญหาของประเทศทั้งเรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องใหญ่มาก โดยเฉพาะเศรษฐกิจของชาวบ้าน ปากท้อง รวมทั้งโครงสร้างเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก พรรคการเมืองอย่างพรรคประชาธิปัตย์มีหน้าที่ที่จะต้องคิดว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร รวมไปถึงงานปฏิรูปซึ่งพรรคเรียกร้อง และเห็นว่า 3 ปีกว่าที่ผ่านมา งานปฏิรูปคืบหน้าน้อยมาก เราก็จะต้องมีคำตอบให้กับสังคมว่าจะเดินหน้าปฏิรูปอย่างไร เราก็ทำตรงนี้ไป และใครที่เห็นด้วยกับแนวทางของพรรค เราก็ชักชวนมาทำงานกับเราและเดินหน้า ส่วนกติกาจะเลื่อนจะล็อกก็ว่าไป เพราะไม่ได้อยู่ในอำนาจของเรา

    เมื่อถามถึงกรณีที่นายสุเทพยื่นหนังสือให้แก้ไขกฎหมายพรรคการเมืองจะมีปัญหากับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตอบว่า กปปส.ไม่ใช่พรรคการเมือง และเป็นการเคลื่อนไหวในช่วงก่อนรัฐประหาร เราสนับสนุนเป้าหมายคือ 1.สนับสนุนการปฏิรูป และ 2.ต่อสู้กับระบอบทักษิณ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์อยู่ที่เดิมใน 2 เป้าหมายนี้ แต่วิธีการเป็นเรื่องของพรรคและ กปปส.ที่สามารถมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันได้ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร

    "สมาชิกของพรรคที่ไปเป็น กปปส.ส่วนใหญ่ก็อยู่กับพรรคมาก่อน ซึ่งยืนยันว่าวันนี้ทำงานกับพรรค อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าประชาธิปัตย์จุดยืนอยู่ที่เดิม แต่ กปปส.จะตัดสินใจอย่างไรก็เป็นสิทธิของ กปปส. ไม่เกี่ยวกัน" นายอภิสิทธิ์กล่าว

    นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. กล่าวว่า ต้องพิจารณาว่าข้อเสนอการใช้ ม.44 นั้น เป็นปัญหาเกี่ยวกับอะไร ไม่สามารถตอบแทน คสช.ได้ แม้จะมีตำแหน่งใน คสช. รวมถึงประเด็นการปลดล็อกทางการเมืองที่ตนไม่สามารถตอบได้ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องให้ฝ่ายความมั่นคงชี้แจง อย่างไรก็ตาม เหตุผลของการไม่ปลดล็อกทางการเมืองนั้น ตนเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ด้วย

    รีเซตสมาชิกพรรค

    ประธาน กรธ.ยังกล่าวถึงข้อเสนอให้แก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 เพื่อรีเซตสมาชิกพรรคและงดเว้นไพรมารีโหวตในการเลือกตั้งครั้งแรกว่า เรื่องสมาชิกพรรค กรธ.ทำในตอนนั้น มันควรเป็นแบบนั้น ใครเป็นสมาชิก จ่ายค่าบำรุงแล้วก็เป็นตามเดิม แต่พอเวลาผ่านไปก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ด้วยเงื่อนไขของสมาชิกที่มันเข้มข้นขึ้น อาจเกิดปัญหาว่ารายชื่อสมาชิกของแต่ละพรรคเป็นของจริงหรือไม่ หรือแค่กรอกๆ กันมา จึงต้องตรวจสอบทะเบียนว่าตรงกันหรือไม่ ส่วนข้อเสนอในการงดเว้นเรื่องไพรมารีนั้น ตนไม่ทราบ การเขียนกฎหมายไม่ว่าจะวางหลักเกณฑ์หรือข้อยกเว้นอะไรไว้ สามารถทำได้ แต่ต้องมีเหตุผล

    “ส่วนตัวมองว่าไพรมารีโหวตก็ได้เปรียบเสียเปรียบกันทั้งพรรคเล็กพรรคใหญ่ โดยพรรคใหญ่ส่งเลือกตั้งครบทุกเขตก็ต้องไพรมารีทุกจังหวัด แต่ถ้าพรรคเล็กส่งไม่ครบ ก็ทำไพรมารีแค่บางจังหวัด ส่วนวิธีการก็ขึ้นกับแต่ละพรรคจะไปออกแบบเขียนขั้นตอนและวิธีการขึ้นมาให้เหมาะกับพรรคของตนเองตามข้อบังคับพรรค”ประธาน กรธ.กล่าว

    ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อ 8 ต.ค.2560 เป็นการออกแบบระบบพรรคการเมืองใหม่ เพื่อให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง เป็นสถาบัน มีรากฐานจากประชาชน และป้องกันการแทรกแซงจากนายทุนพรรค หลายข้อกำหนดใน พ.ร.ป.ดังกล่าวจึงมีขึ้นเพื่อตอบโจทย์ที่กำหนดมา ไม่ว่าจะเป็นการให้พรรคต้องมีสาขาหรือตัวแทนพรรคถึงในระดับจังหวัดจึงจะส่งผู้สมัครได้ ต้องมีทุนประเดิมอย่างน้อยหนึ่งล้านบาท และการเก็บค่าสมาชิกพรรคเพื่อให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของ ต้องมีการทำไพรมารีโหวตเพื่อให้สมาชิกพรรคมีเสียงในการคัดสรรผู้สมัคร ไม่ใช่อำนาจของนายทุนเจ้าของพรรค สิ่งเหล่านี้คือสาระหลักที่เป็นหัวใจของ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง โดยมีจุดหมายปลายทางคือการปฏิรูปการเมืองและการเลือกตั้ง

    เขาระบุว่า กรอบเวลาต่างๆ ที่กำหนดให้พรรคต้องดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นภายใน 90 วัน 180 วัน 1 ปี หรือ 4 ปี ล้วนแล้วแต่เป็นภาคบังคับที่กำหนดให้พรรคต้องทำตาม โดยหวังว่าพรรคการเมืองต่างๆ ที่มีอยู่เดิมจะใช้เวลาดังกล่าวในการดำเนินการอย่างมีขั้นตอน เป็นระบบ ส่วนพรรคการเมืองใหม่ที่จะจัดตั้งขึ้น ก็อยู่ภายใต้กติกาต่างๆ ซึ่งไม่ต่างกันมาก บางอย่างได้เปรียบ บางอย่างอาจเสียเปรียบ ภายใต้ฐานคติว่าคงไม่สามารถทำให้เหมือนกันทุกอย่างได้
    ซัดผู้ใหญ่ชูธง

    “มาวันนี้ ผู้ยิ่งใหญ่ทางการเมืองท่านหนึ่งผู้ชูธงปฏิรูปก่อนเลือกตั้งมาตลอด และผู้เตรียมการจัดตั้งพรรคที่ประกาศจะสนับสนุนนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันเป็นนายกฯ ต่ออีกท่านหนึ่ง กลับเรียกร้องให้มีการแก้ไข พ.ร.ป.พรรคการเมือง โดยมีสาระคือยกเลิกสาขาพรรค ยกเลิกไพรมารีโหวต เรียกร้องให้รีเซตสมาชิกของพรรคการเมืองเดิม ทำให้พรรคที่มีความเข้มแข็ง กลายเป็นพรรคที่อ่อนแอต้องเริ่มต้นใหม่ โดยอ้างความเท่าเทียม ไปไกลขนาดเสนอให้นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้า คสช.ใช้ ม.44 แก้ไข พ.ร.ป.พรรคการเมือง โดยเอาประเด็นกรอบเวลาที่เป็นข้อจำกัดของพรรคการเมืองว่าทำไม่ทันเป็นตัวเริ่มและลามไปยังประเด็นอื่นๆ โดยลืมสิ้นถึงหลักการปฏิรูปที่เคยพูดไว้ในอดีต”

    นายสมชัยยังระบุว่า การอ้างเหตุผลในการแก้ไข ไม่ว่าจะเป็นเพื่อให้เกิดมาตรฐานเท่าเทียม เป็นธรรม เกิดผลสำเร็จในการปฏิรูปการเมือง และการแก้ไขด้วยวิธีการปกติด้วยการออกกฎหมายในสภานั้นไม่ทันการณ์ ส่วนตัวเห็นว่าถ้าจะให้เกิดมาตรฐาน เท่าเทียม เป็นธรรม ควรใช้ ม.44 เพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เกิดการปฏิบัติที่เป็นมาตรฐาน เท่าเทียม เป็นธรรม ระหว่าง ป.ป.ช. ผู้ตรวจการแผ่นดิน กสม. กกต. และศาลรัฐธรรมนูญก่อนดีไหม เพราะหลายมาตรฐานเหลือเกิน

    ขณะที่นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การใช้คำสั่ง คสช.ตาม ม.44 เป็นอำนาจนอกระบบที่ไม่ควรนำมาใช้แก้ไขปัญหาประชาธิปไตย โดยเฉพาะ พ.ร.ป.พรรคการเมือง เป็นกฎหมายลูกของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งผ่านการทำประชามติ จึงไม่ควรถูกแก้ด้วยอำนาจนอกระบบ แต่ควรดำเนินการตามกฎหมายปกติคือ พ.ร.ป.พรรคการเมือง แล้วดำเนินการยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองแทน ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย เคารพกฎหมายที่รัฐบาลออกมาเอง

    ส่วนปัจจัยเวลาที่ พ.ร.ป.พรรคการเมืองได้เดินมาเป็นเวลากว่า 60 วันแล้ว เมื่อ คสช.ยกเลิกคำสั่งห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมือง พรรคการเมืองก็สามารถขอขยายเวลาตรวจสอบสมาชิกพรรคจาก กกต.ได้ โดยไม่ต้องใช้ ม.44 แต่ใช้สิทธิตาม พ.ร.ป.พรรคการเมืองมาตรา 141 ในบทเฉพาะกาลได้ และไม่กระทบต่อ โรดแมปการเลือกตั้งทั่วไปในเดือน พ.ย.61 แต่อย่างใด

    นายชวลิตกล่าวว่า การตัดวงจรการใช้อำนาจตาม ม.44 ลง โดยไม่ให้ปะปนกับการเดินหน้าประชาธิปไตย จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศได้เป็นลำดับ จึงขอให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูความเชื่อมั่นประเทศให้กลับคืนมาโดยเร็ว โดยเฉพาะสถานการณ์ในปัจจุบัน ประชาชนประสบปัญหาเศรษฐกิจปากท้องมาอย่างต่อเนื่องกว่า 3 ปี การสร้างความเชื่อมั่นประเทศจะส่งผลช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ

    นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) แถลงผลการประชุมว่า ในวันที่ 22 ธันวาคมนี้ สนช.จะขอมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง กกต.ทั้ง 7 คน หลังจากต้องเลื่อนจากสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะรอคำตอบจากศาลฎีกา เนื่องจากถูกท้วงติงในกระบวนการเลือก 2 ว่าที่ กกต. จากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาคัดเลือกว่าเป็นลงมติแบบไม่เปิดเผย

    เขาเผยว่า ล่าสุด ทางศาลฎีกาได้มีหนังสือยืนยันมาถึง สนช.แล้วว่ากระบวนการดังกล่าวได้กระทำโดยถูกต้องตาม พ.ร.ป.กกต.ทุกประการแล้ว และเมื่อทางศาลฎีกายืนยัน ทาง สนช.ก็ต้องเริ่มสอบประวัติและความประพฤติของว่าที่ กกต.ทั้ง 7 คนตามกระบวนการต่อไป.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น