'กพท.'เร่งแก้กม. ตั้งอินสเปกเตอร์ ลุ้นสหรัฐไฟเขียว

  • Thursday, December 21, 2017 - 00:00


    นายกฯ เปิดประชุม GASeP มุ่งยกระดับการบิน-ความปลอดภัยทัดเทียมสากล กพท.เร่งแก้กฎหมายตั้งอินสเปกเตอร์ คาดอบรมพร้อมออกใบรับรองได้ มี.ค.61 เชื่อทำให้การบินสหรัฐเลื่อนสถานะไทย

    ที่โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม เวลา 08.30 น. ดร.ฟ่าง หลิว เลขาธิการองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอเคโอ) เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในโอกาสเดินทางเข้าร่วมการประชุมระดับภูมิภาคด้านการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนระดับโลก (Global Aviation Security Plan : GASeP) ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพในปีนี้

    จากนั้น เวลา 09.00 น. พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานเปิดการประชุม GASeP โดยมี ดร.ฟ่าง หลิว, นายอรุณ มิชรา ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ไอเคโอ, นายชารีฟ ฟาเธย์ รัฐมนตรีการบินพลเรือนของอียิปต์, นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย พร้อมผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมการบินพลเรือนระหว่างประเทศ และเป็นสมาชิกของไอเคโอ รัฐบาลไทยมีความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามพันธกรณีต่างๆ เพื่อยกระดับการบินของประเทศให้มีมาตรฐานทัดเทียมระดับสากลอย่างต่อเนื่อง และจากการที่ประเทศไทยสามารถแก้ไขข้อบกพร่องที่มีความสัมพันธ์ด้านความปลอดภัยสำเร็จเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา โดยการบินระหว่างประเทศได้ปลดธงแดงไทย ภายหลังได้รับการตรวจสอบจากไอเคโอ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของรัฐบาลในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อให้การบินของไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากลและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยการบินพลเรือนของไทย ให้ได้รับความเชื่อมั่นต่อนานาประเทศ

    "ภัยคุกคามต่างๆ พร้อมจะเกิดตลอดเวลา แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องตื่นตระหนก ถ้าเราเตรียมความพร้อมไว้ทั้งหมด โดยทุกคนร่วมมือกันจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ดีกว่าไปเน้นกฎหมายกฎระเบียบเพียงอย่างเดียว การสร้างการเรียนรู้ ตระหนักถึงภัยต่างๆ จะทำให้ทุกอย่างดำเนินการไปได้ โดยที่กฎหมายกฎระเบียบไม่เสียหายด้วย ดังนั้น จะต้องจัดแผนงานรักษาความปลอดภัยการบินระดับโลก โดยประเทศในโลกต้องร่วมมือกันภายใต้กฎกติกานำมาปฏิบัติให้สอดคล้องตามแผนงาน" นายกฯ ระบุ

    ขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมการบิน เห็นได้จากยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมไทย 4.0 ระยะ 20 ปี โดยจัดให้อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve) เพื่อเป้าหมายในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาค รวมถึงแผนในการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาให้เป็นศูนย์กลางการบินแห่งภาคตะวันออก และมีแผนที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านอื่นเพิ่มเติม ได้แก่ การสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารอาคาร 2 การสร้างทางวิ่งหรือรันเวย์แห่งที่ 2 ห่างออกไปจากรันเวย์เดิม 1.5 กิโลเมตร และการสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน นอกจากนี้ รัฐบาลยังเห็นชอบงบประมาณเพิ่มเติมในการก่อสร้างอาคารเรียนของศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรทางการบินอีกด้วย

    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในส่วนของศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานนั้น ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ ในโครงการพัฒนาศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน ณ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา เพื่อเป็นศูนย์กลางการซ่อมบำรุงอากาศยานแห่งภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ระหว่างบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท แอร์บัส โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการซ่อมบำรุงอากาศยานที่ทันสมัย มีมาตรฐาน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก โดยจะทำให้ท่าอากาศยานอู่ตะเภากลายเป็นท่าอากาศยานที่เชื่อมต่อการเดินทางสำคัญอีกแห่งของภูมิภาค ช่วยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมาฝั่งตะวันออกโดยตรง ซึ่งจะเป็นการช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในพื้นที่และสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่ประชาชนในท้องถิ่นได้อีกด้วย

    นายกฯ กล่าวว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมการบินยังสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาประเทศ เพื่อเข้าสู่ยุค “ไทยแลนด์ 4.0” บนวิสัยทัศน์ “มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ซึ่งเป็นภารกิจที่รัฐบาลให้ความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง และต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของไทย ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในการพัฒนาคนไทย เยาวชนไทย ให้มีทักษะความรู้ความสามารถ เพื่อให้บุคลากรไทยมีความพร้อมในการรองรับความต้องการของตลาดและผู้ประกอบการที่จะมาลงทุนในประเทศ และพร้อมต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศที่มุ่งไปสู่เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยยึดหลักการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ มีเป้าหมายและนําไปสู่การปฏิบัติให้เห็นผลในการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ เพื่อให้มีความพร้อมและสามารถรับมือกับโอกาสและภัยคุกคามแบบใหม่ได้

    "การที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมสัมมนาระดับภูมิภาค เพื่อนำเสนอแผนงานเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยด้านการบินระดับโลกในครั้งนี้ ผมถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่ประเทศไทยจะได้มีบทบาทสำคัญในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ในการจัดให้มีเวทีในระดับภูมิภาคเพื่อการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายในด้านการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนระดับโลก และยกระดับด้านการรักษาความปลอดภัยด้านการบินทั่วโลก ทั้งยังเป็นโอกาสอันดีที่ผู้แทนจากประเทศสมาชิกในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ได้มีโอกาสพบปะและร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้านการรักษาความปลอดภัยด้านการบินพลเรือนร่วมกัน" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

    วันเดียวกัน นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกถือเป็นภูมิภาคที่ไอเคโอให้ความสำคัญ และเน้นย้ำเรื่องการรักษาความปลอดภัยด้านการบินค่อนข้างมาก เพราะเป็นภูมิภาคที่มีกิจกรรมด้านการบินมากที่สุด ทั้งจำนวนเครื่องบินของสายการบินต่างๆ และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาค่อนข้างมาก ดังนั้นแม้แต่ละประเทศจะมีแผนการรักษาความปลอดภัยด้านการบินอยู่แล้ว แต่ต้องทบทวน ปรับปรุง แก้ไขแผนให้มีความทันสมัยรับมือภัยคุกคามด้านการบินที่เกิดขึ้นใหม่ให้เหมาะสมได้ทุกความเสี่ยง และเป็นไปตามแผนการรักษาความปลอดภัยการบินพลเรือนระดับโลก “Global Aviation Security Plan (GASeP) ทั้งนี้ คาดว่าแต่ละประเทศจะดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนการประชุม ICAO Assembly ครั้งที่ 40 ในปี 62

    ส่วนความคืบหน้าการแก้ปัญหาที่เป็นข้อบกพร่องของสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา (FAA) นั้น ขณะนี้ติดอยู่เพียงเรื่องเดียว ซึ่ง กพท.กำลังเร่งแก้ไขกฎหมายด้านการบินอยู่ เพื่อให้ กพท.สามารถแต่งตั้งผู้อื่นเป็นผู้ตรวจสอบภาคอากาศ (อินสเปกเตอร์) หรือผู้ตรวจสอบคุณสมบัตินักบินแทน กพท.ได้ เพราะปัจจุบัน กพท. มีอินสเปกเตอร์ไม่เพียงพอ คาดว่าน่าจะดำเนินการแก้ไขแล้วเสร็จ และมีผลบังคับใช้ในเดือน ม.ค.61 จากนั้นจะมีการอบรมผู้ที่ได้รับการแต่งตั้ง และออกใบรับรองให้กับผู้แทน กพท.ได้ภายในเดือน มี.ค.61 ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเชื่อว่าจะเป็นหลักการที่จะช่วยให้ไทยผ่านการประเมิน และได้รับการปรับเพิ่มระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินของไทยจากเดิมอยู่ระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐาน (Category 2) เป็นระดับปกติ (Category 1).

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น