'จิ๋ว'อบรม'บิ๊กตู่'ปชช.ใกล้อดตาย

  • Thursday, December 21, 2017 - 00:00


    "บิ๊กจิ๋ว" โผล่เปิดบ้านอบรม "บิ๊กตู่" ชี้ประชาชนกำลังอดตายอยู่แล้ว ปีหน้าได้เลือกตั้งหรือเปล่าไม่รู้ แต่ระบบเศรษฐกิจพังแน่ พังทั้งประเทศ นายกฯ ต้องวิ่งทำงานเลย อย่าหลับ อย่าบ่นมาก อย่าด่ามาก ส่วน "ป้อม ริชาร์ดมิลล์" สภาพจิตใจเข้มแข็งดี แต่ยังปิดปากเงียบ

    เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งยังเดินได้ไม่สะดวกต้องมีคนคอยประคองสองข้างและมีพยาบาลคอยดูแลตลอดเวลา แต่มีสีหน้าแจ่มใส หลังจากหกล้มและเข้ารับการผ่าตัดกระดูกขาเมื่อช่วงวันเกิดครบ 87 ปี เปิดบ้านซอยปิ่นประภาคม นนทบุนี ให้อวยพรปีใหม่ และรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนหลากกลุ่ม

    มีทั้งกลุ่มชาวเขาเผ่าม้งแห่งสยาม 16 เผ่าพันธุ์ภาคเหนือ ที่เดือดร้อนไม่มีที่ทำกินจากนโยบายรัฐบาล คสช. กลุ่มชาวนาและกลุ่มรัฐวิสาหกิจต่อต้าน พ.ร.บ.แปรรูปรัฐวิสาหกิจแห่งชาติ โดยในช่วงเช้า พล.อ.ธนเดช เหลืองทองคำ ตัวแทนผู้บัญชาการทหารบก เข้าอวยพร ซึ่ง พล.อ.ชวลิตได้ฝากให้กำลังใจทหารให้มีความมั่นคงอย่าท้อแท้ เพราะหากไม่มีความมั่นคงประเทศก็ไปไม่ได้ และขอให้ทหารทุกคนมีความเข้มแข็งและภูมิใจในความเป็นทหาร

    พล.อ.ชวลิตพูดถึงสถานการณ์การเมืองด้วยเสียงดังฟังชัดว่า ปีหน้าจะมีการเลือกตั้งหรือไม่ ไม่ใช่คำตอบ เพราะขณะนี้ผู้คนลำบากมาก ฝากถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับหน้าที่เข้ามาเป็นรัฐบาลแล้วต้องทำให้ประชาชนก่อน ในวันนี้คนกำลังจะอดตายกันหมดอยู่แล้ว ปีหน้าระบบเศรษฐกิจพังแน่ ปัญหาปากท้องประชาชนรอไม่ได้ ส่วนปีหน้าจะได้เลือกตั้งหรือไม่ยังไม่มีใครรู้ ขอให้ทำเพื่อประชาชนมีความเป็นอยู่มั่นคงก่อน แล้วอย่างอื่นจะตามมา

    อดีตนายกฯ ถามว่า ควรจะพอหรือยังกับรัฐธรรมนูญ 20 ฉบับ ทุกฉบับก็มาออกแบบการเลือกตั้ง ให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ไม่เคยทำให้ประชาชนเข้มแข็งประเทศชาติมั่นคง ให้ดูประเทศจีน แม้ปกครองด้วยระบอบเผด็จการเต็มรูปแบบ แต่รัฐบาลมุ่งทำเพื่อประชาชนทุกด้าน ก็เห็นแล้วว่าวันนี้ประชาชนจีนมีความเจริญรุ่งเรืองมาก นี่คือคำตอบที่ชัดเจนมากที่สุด ดังนั้นอย่าเสียเวลากับรูปแบบ หรือคิดแต่เรื่องนโยบายสวยหรู ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สรรหาเลือกตั้งแบบไพรมารีโหวต สิ่งสำคัญคือรัฐบาลแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้หรือไม่ เห็นจากชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในวันนี้ได้คำตอบแล้ว ยังไม่ต้องพูดไปถึงยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

    "ปีหน้าน่าห่วงบ้านเมืองมาก วันนี้ก็เห็นกันแล้วว่าไปไม่ได้แล้ว ในปี 61 อาจจะพังทั้งประเทศ ระบบเศรษฐกิจพังชัดเจน นายกฯ ประยุทธ์ ต้องทำงานให้มากขึ้น ไปวิ่งทำงานเลย อย่าหลับ อย่าบ่นมาก อย่าด่ามาก คิดทำงานให้ประชาชนก่อน แล้วฟังประชาชน จะได้เห็นชาวบ้านลำบากกันขนาดไหนแล้ว ไปหาคนดีๆ มาทำงานเป็นเข้ามา"

    พล.อ.ชวลิตยังแนะนำว่า ในส่วนของท่าที ก็ต้องปรับให้มีความสุขุมเยือกเย็น หนักแน่น หลังไป จ.สงขลา กลับมาเห็นดีขึ้น ทั้งนี้จะเหมาะสมเป็นนายกรัฐมนตรีต่อหรือไม่ ตนไม่สามารถตอบได้ และไม่ทราบข่าวว่าทหารตั้งพรรคการเมือง ซึ่งในส่วนของตนยืนยันวางมือและไม่เล่นการเมืองแล้ว แต่ยอมรับว่ามีคนมาติดต่อขณะที่บางพรรคเอาชื่อตนไปแอบอ้างชื่อเป็นที่ปรึกษา

    พล.อ.ชวลิตกล่าวอีกว่า จะมีเลือกตั้งหรือไม่ ยังไม่คิด แต่ครั้งหน้านายกรัฐมนตรีควรจะเป็นคนนอกหรือคนใน ก็ขอให้เป็นนายกรัฐมนตรีที่เข้ามาทำงานแก้ปัญหาให้กับประเทศได้ ส่วนกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อาจตั้งพรรคทหาร หรือตั้งอะไรก็ตั้งไปเถอะ พรรคทหารทั้งหมดหรือพรรคค่อนทหารก็ตั้งไปเถอะ จะให้ตนไปเล่นงาน พล.อ.ประยุทธ์หรืออย่างไร เพราะคนที่มาเป็นนายกฯ ไม่ว่าจากนอกระบบ ในระบบ หรือสอดไส้เข้ามา ต้องมีขีดความสามารถแก้ปัญหาประชาชนได้ ทั้งปัจจุบันและในอนาคต ถ้าถามว่าน้ำทะเลขึ้นกี่เซนติเมตรแล้วตอบได้ไหม

    "หาก พล.อ.ประยุทธ์จะหาคนดี คนเก่งมาทำงานในสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ว่ามาจากทหาร หรือการเมือง ใครมีความสามารถออกมาแสดง พูดนิดเดียวก็รู้ และทำงานได้ไหม เวลาคนยากคนจนเต็มประเทศ ขณะนี้ปัญหาใหญ่ของชาติคือไม่ทำเพื่อประชาชน รัฐบาลอย่าลืม ต้องใช้เวลาทำประชาชนให้มั่นคงก่อน ซึ่งมองถึงความตั้งใจของ พล.อ.ประยุทธ์ สอบผ่าน ยังมีความเข้มแข็ง มีพยายามทำอย่างตั้งอกตั้งใจเพื่อบ้านเมือง ต้องให้กำลังใจกัน แต่ท่านต้องหาคนทำงานเป็นมาช่วยให้มากขึ้น" อดีตนายกฯ กล่าว

    ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะ อาทิ พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) และผู้แทนผู้บัญชาการเหล่าทัพ เดินทางไปเข้าเยี่ยมคำนับ พล.ท.จันสะหมอน จันยาลาด รมว.ป้องกันประเทศ สปป.ลาว และร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไปไทย-ลาว ครั้งที่ 24 (จีบีซี) นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ระหว่างวันที่ 20-21 ธ.ค.นี้ ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แต่ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงประเด็นต่างๆ

    ขณะที่นายทหารคนสนิทยืนยันว่า ขณะนี้ พล.อ.ประวิตรมีสภาพจิตใจที่เข้มแข็งดี และพร้อมทำงานเพื่อประเทศด้วยความทุ่มเท ภายหลังถูกโซเชียลมีเดียนำภาพเก่าของ พล.อ.ประวิตรในขณะที่สวมนาฬิกายี่ห้อต่างๆ ที่มีราคาสูง โดยมีการตั้งข้อสังเกตและวิพากษ์วิจารณ์ถึงการชี้แจงบัญชีทรัพย์สินต่อทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นอกจากนี้ยังยืนยันว่าเพจ "มั่นใจคนไทยทั้งแผ่นดิน เชียร์ลุงป้อม" ไม่ใช่ของ พล.อ.ประวิตรแน่นอน

    ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เพจดังกล่าวไม่ใช่เพจ ของ พล.อ.ประวิตรหรือทีมงานแต่อย่างใด เพราะทางพล.อ.ประวิตรไม่มีนโยบายในการทำเพจแบบนี้
    คนที่ทำคงเป็นผู้ไม่หวังดีที่ต้องการทำให้คนเข้ามาโจมตี เข้าใจผิดในตัว พล.อ.ประวิตร

    "ผมยืนยันว่าทีมงานทั้งหมดไม่มีใครทำเพจขึ้นมาอย่างแน่นอน ผมขอความร่วมมือผู้ที่กระทำดังกล่าวให้หยุดพฤติกรรมเช่นนี้ และขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในการอ่านข่าวจากโซเชียลฯ หรือเพจต่างๆโดยมีวิจารณญาณในการดูวิเคราะห์ แยกแยะสิ่งต่างๆ”

    พล.อ.คงชีพกล่าวต่อว่า การปลุกปั่นหรือปลุกระดม ทำให้เกิดความเกลียดชัง เพราะไม่อยากให้สังคม ต้องกลับไปขัดแย้งกันด้วยความคิดที่แตกต่าง จนนำไปสู่การใช้ความรุนแรงให้เกิดขึ้นอีก มันไม่ได้มีประโยชน์อะไร ซึ่งทาง พล.อ.ประวิตรยังคงทำงานตามหน้าที่อย่างเต็มที่และกำลังความสามารถ

    ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คนสงสัยและก็รอฟังคำชี้แจงจาก พล.อ.ประวิตร ซึ่งท่านน่าจะออกมาชี้แจงนาฬิกาหรูทั้ง 4 เรือนพร้อมกันว่าท่านได้แต่ใดมา เอาเงินจากไหนมาซื้อนาฬิการาคาแพงรวมกว่า 10 ล้านหรือไม่

    "ความเชื่อที่ว่าเมียทหารนับขวด เมียตำรวจนับแบงก์ อาจไม่จริง ขนาด พล.อ.ประยุทธ์ก็โชว์นาฬิกาไซโก ชาวบ้านคิดว่าเรือนละไม่กี่พัน แต่ที่ไหนได้ ราคากว่า 250,000 บาท ทำให้ชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำ อาจตั้งคำถามได้ว่าทำไมบรรดานายทหารจึงพากันมีนาฬิกาหรูมากมายขนาดนั้น" นายอนุสรณ์กล่าว.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น