ปลื้มส่งออกเดือนพ.ย.โต13% คลังลุ้นเอกชนใส่เกียร์ลงทุนหนุนเศรษฐกิจทะยานแตะ5%

  • Friday, December 22, 2017 - 00:00


    ส่งออกเดือน พ.ย.มูลค่า 21,434.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 13.36% ต่อเนื่อง 9 เดือนติดต่อกัน คาดทั้งปีโตเกิน 10% มูลค่า 2.36 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ทุบสถิติสูงสุด ปี 61 ตั้งเป้า 6-6.5% มูลค่าทะลุ 2.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ด้านคลังชูเศรษฐกิจไทยขาขึ้นลุ้นเอกชนเดินเครื่องลงทุน ดันจีดีพีปีหน้าโตถึง 5%

    น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยเดือน พ.ย.2560 มีมูลค่า 21,434.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 13.36% เป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบปี เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเดือน 9 ติด ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 19,671.7 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 13.71% โดยเกินดุลการค้ามูลค่า 1,763 ล้านเหรียญสหรัฐ

    ส่วนการส่งออกในช่วง 11 เดือนของปี 2560 (ม.ค.-พ.ย.) มีมูลค่า 216,953.1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.01% ขยายตัวสูงสุดในรอบ 6 ปี นับจากปี 2554 ที่เพิ่มขึ้น 17.19% และการนำเข้ามีมูลค่า 202,744.2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 14.53% โดยได้ดุลการค้ามูลค่า 14,208.9 ล้านเหรียญสหรัฐ

    "การส่งออกที่เพิ่มขึ้น เป็นการเพิ่มขึ้นของสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร 19.2% โดยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 13 มีสินค้าสำคัญที่ส่งออกขยายตัวได้ดี เช่น ข้าว เพิ่ม 49.7% ผักผลไม้สดแช่แข็งกระป๋องและแปรรูป เพิ่ม 20.9% ยางพารา เพิ่ม 14.1% น้ำตาลทราย เพิ่ม 28.4% ไก่สดแช่แข็งและแปรรูป เพิ่ม 13.5% ส่วนมันสำปะหลัง ลด 10.1% กุ้งสดแช่แข็งและกุ้งแปรรูป ลด 18.7% และสินค้าอุตสาหกรรม" น.ส.พิมพ์ชนกกล่าว

    น.ส.พิมพ์ชนกกล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกทั้งปีทำได้เกิน 10% มีมูลค่ารวม 236,926 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนปี 2561 ประเมินว่าการส่งออกจะยังคงขยายตัวได้ดี คาดจะขยายตัวได้ในระดับ 6-6.5% สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่จะต้องติดตามในปีหน้า คงเป็นเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยน และนโยบายการค้าของประเทศคู่ค้าสำคัญๆ เช่น สหรัฐ หลังจากที่ผ่านกฎหมายปฏิรูปภาษีแล้ว จะหันมาดูแลมาตรการทางการค้าเพิ่มขึ้นหรือไม่ และนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ ที่ทำให้เกิดความอ่อนไหวหลายจุด จะทำให้เกิดปัญหาหรือไม่ รวมทั้งราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ที่คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้น

    นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง กล่าวว่า การลงทุนภาคเอกชนถือเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย แต่ในช่วงที่ผ่านมาภาคเอกชนยังลงทุนน้อย และหากในปี 2561 ภาคเอกชนยังไม่ยอมลงทุนเพิ่มเศรษฐกิจไทยก็จะขยายตัวได้ 4% เท่านั้น แต่หากภาคเอกชนเริ่มมีการลงทุนมากขึ้น ก็จะทำให้เศรษฐกิจปีหน้าขยายตัวได้ถึง 5%

    อย่างไรก็ตาม ในปี 2561 รัฐบาลยังเร่งการใช้จ่ายภาครัฐเพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มีการตั้งงบประมาณแบบขาดดุลถึง 4.5 แสนล้านบาท โครงการลงทุนขนาดใหญ่จำนวนมากอยู่ระหว่างการเดินหน้าตามแผน บางโครงการเริ่มก่อสร้างแล้ว และบางโครงการอยู่ระหว่างเซ็นสัญญาและจะก่อสร้างได้ในไม่ช้า.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น