พิมพ์เขียวปฏิรูป-ยุทธศาสตร์ฯ ต้องเขียนแล้วทำได้จริง

  • Friday, December 22, 2017 - 00:00


          ภายหลังจากมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศและ พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2560เมื่อ 31 กรกฎาคม 2560 จากนั้นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็มีการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ 11 คณะ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และคณะกรรมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติฯ ตามลำดับ

          กฎหมายทั้งสองฉบับเป็นการออกมาในวงงานเพื่อให้สอดรับกับรัฐธรรมนูญที่ให้มีการปฏิรูปประเทศ โดยมีสาระสำคัญคือ การให้มีแผนปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ รวม 11 ด้าน และให้มีแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แต่ให้ทบทวนเปลี่ยนแปลงได้ทุก 5 ปี ตามสภาพการณ์ของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ ขั้นตอนการเขียนแผนปฏิรูปประเทศและแผนยุทธศาสตร์ชาติ จะมีขั้นตอนโดยสรุปคือ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศทั้ง 11 คณะ จะต้องไปเขียนแผนปฏิรูปของตัวเองมา จากนั้นนำเข้าที่ประชุมกรรมการทั้ง 11 คณะเพื่อให้ความเห็นชอบ แล้วก็นำแผนดังกล่าวส่งไปให้คณะกรรมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อนำไปเขียนแผน แล้วคณะกรรมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ ก็ส่งไปให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเห็นชอบ เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี แล้วส่งไปให้ฝ่ายนิติบัญญัติพิจารณาเห็นชอบต่อไป

        โดยความคืบหน้าล่าสุดของเรื่องนี้ก็คือ กรรมการปฏิรูปทุกคณะจะต้องส่งแผนปฏิรูปของตัวเองไปให้ฝ่ายเลขาฯ คือสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นำแผนทั้งหมดส่งให้คณะกรรมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติพิจารณานำแผนปฏิรูปทั้งหมดไปกลั่นกรองจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ

       ซึ่งเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ประชุมคณะกรรมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ และคณะกรรมการปฏิรูปทุกคณะ เพื่อติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้ โดยพบว่าขณะนี้กรรมการปฏิรูปทุกคณะได้จัดทำแผนปฏิรูปของตัวเองเสร็จหมดแล้ว และจะส่งให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ภายในวันที่ 24 ธ.ค.60 และแผนยุทธศาสตร์จะทำเสร็จและส่งให้ สศช. ภายในวันที่ 24 ม.ค.61 

        ทั้งนี้ พ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ พ.ศ.2560 มีการบัญญัติไว้ในมาตรา 5 ว่า การปฏิรูปประเทศต้องดําเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่บัญญัติไว้ ในรัฐธรรมนูญ ดังต่อไปนี้

    (1) ประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อย มีความสามัคคีปรองดอง มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และมีความสมดุลระหว่างการพัฒนาด้านวัตถุกับการพัฒนา ด้านจิตใจ (2) สังคมมีความสงบสุข เป็นธรรม และมีโอกาสอันทัดเทียมกันเพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำ (3) ประชาชนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

    ขณะที่มาตรา 7 บัญญัติว่า แผนการปฏิรูปประเทศอย่างน้อยต้องประกอบด้วย (1) แผน ขั้นตอน และวิธีการดําเนินการปฏิรูปประเทศ ซึ่งต้องสอดคล้องกับผลที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตร์ชาติ (2) กําหนดระยะเวลาที่ต้องดําเนินการในแต่ละขั้นตอนตามลําดับในลักษณะที่เป็นการบูรณาการ และตัวชี้วัดผลการดําเนินการปฏิรูปประเทศในแต่ละด้าน เป็นต้น

    การจัดทำแผนปฏิรูปและแผนยุทธศาสตร์ชาติที่จะออกมา สังคมจึงต้องการการมีส่วนร่วม และต้องการให้แผนปฏิรูปและแผนยุทธศาสตร์ชาติทั้งหมด เป็นแผนงานที่สามารถทำแล้วเกิดขึ้นได้จริง นำไปสู่การปฏิรูปประเทศได้อย่างสัมฤทธิผล ไม่ใช่แค่แผนที่เขียนขึ้นบนกระดาษ แต่ปฏิบัติไม่ได้.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น