มองไทยผ่าน "เจ๊ไฝ-โชติจิตร"

  • Friday, December 22, 2017 - 00:00


    หนาวๆ คิดถึง "ยาดอง"!

    ถ้าได้ "พญาเสือโคร่ง" ซักก๊งละก็นะ ......

    เลือดลมมันคงแล่นปรู๊ดปร๊าด ซ่านซ่าไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย หายเหน็บ-หายหนาว ปึ๋งปั๋งน่าดู

    แต่อย่างว่า......

    คนแก่มีแต่ความหลัง ความหวังในปัจจุบันมีได้อย่างเดียว

    จะไปอยู่วัดไหน?

    ที่พูดนี่ไม่ใช่อะไรหรอก เห็นหมู่นี้เป็นข่าวเป็นคราวซู่ซ่าเรื่องมิชลินเขาติดดาวร้าน "เจ๊ไฝ" ย่านประตูผี

    ต่อมา เกรียวกราวกันถึงร้าน "โชติจิตร" ย่านแพร่งภูธร เรื่องราวที่เผยแพร่แซ่ซ้อง ก็สรุปได้ว่า

    "ร้านเจ๊ไฝ" ติดดาว......

    แต่ "ร้านโชติจิตร" ติดคราวน์

    ใครเจ๋งกว่ากันล่ะ คิดซิ..คิด?

    ที่ติดคราวน์ เพราะ "เมแกน มาร์เคิล" ดาราฮอลลีวูด พระคู่หมั้น "เจ้าชายแฮร์รี่" รัชทายาทอันดับ ๕ ราชวงศ์อังกฤษ มาเที่ยวเมืองไทยปลายปีก่อน

    เธอซอกซอนไปหม่ำที่ร้านโชติจิตร ตามเสียงลือเสียงเล่าอ้างและที่สื่อฝรั่งมังค่านำไปเขียนสรรเสริญเชิญชวนไว้

    พระคู่หมั้นให้สัมภาษณ์เว็บ "เดลิชดอตคอม" ถึงร้านโชติจิตรประมาณว่า.......

    "ปลื้มร้านอาหาร “โชติจิตร” ในกรุงเทพฯ มาก แม้มีเพียง ๖ โต๊ะ ไม่ได้มีดาวรับรองจากมิชลิน ไม่ได้หรูหราอะไร แต่รสชาติอาหารไทยที่ปรุงจากร้านนี้ ทำให้ต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่ที่มีต่ออาหารไทยไปเลย"

    นี่แหละ ผมจึงว่า ร้านโชติจิตร "ติดคราวน์" หรือ "มงกุฎ" ส่วนร้านเจ๊ไฝ ติดแค่ดาวมิชลิน

    แต่จะคราวน์หรือดาว ผมยินดีและดีใจกับทั้งสองร้าน ด้วยองศาแห่งอุณหภูมิเท่ากัน

    ก็ "เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหนเสีย" เล่า

    ในเมื่อ ทั้ง ๒ ร้าน ภาพรวมคือ "ประเทศไทย-อาหารไทย-ฝีมือคนไทย"

    ยังไงๆ ก็ต้องไชโย!

    ไม่ควรยกร้านใด-ร้านหนึ่งมาพูดทำนอง "เกทับ-บลัฟแหลก"

    ควรส่งเสริม สนับสนุน ให้กำลังใจกัน เพราะเรื่องอย่างนี้ มีแต่ได้กับได้กับประเทศชาติบ้านเมืองเราโดยตรง

    ทั้ง ๒ ร้าน ผมเคยลิ้มรสตะหลิวมาแล้ว

    แต่ร้านเจ๊ไฝ ครั้งเดียว ส่วนร้านโชติจิตร นับครั้งไม่ถ้วน!

    ทำไมเป็นอย่างนั้น จะเล่าให้ฟัง..........

    เรื่องมันนานมาแล้ว สำหรับผม ตั้งแต่ปี ๒๕๑๘ ยาดองร้านโชติจิตร แพร่งภูธร เป็นที่ร่ำลือในมวลหมู่นักข่าว (แก่ๆ-เก่าๆ) มาก

    ตกเย็น ใครพอมีตังค์ หรือควักมารวมกันพอได้ซักโต๊ะ ก็พากันไปร้านโชติจิตร

    ตอนนั้น เป็นรุ่นลูก ที่เป็นข้าราชการกระทรวงต่างประเทศบริหาร เข้าใจว่าคงเป็นลูกสาวท่าน รูปร่างท้วมๆ ยังเป็นนักศึกษา กลับจากมหาวิทยาลัย มาช่วยเสิร์ฟ

    ก็ไปก๊งยาดองกันเป็นหลัก แต่ฝีมือทำอาหารไทยๆ เด็ดสะระตี่นัก โดยเฉพาะประเภทยำๆ เช่น ยำถั่วพู ยำหัวปลี หมี่กรอบ ผัดเผ็ด ต้มยำ

    รสเปรี้ยวจี๊ดจ๊าด เป็นปี่-เป็นขลุ่ยเข้ากับยาดองดีเหลือเกิน กระดกแก้วกรุ๊บ หน้าตาเหยเก พอตักยำตบตูด

    แหม..มันเข้าไปตัดรสกันลงตัว กล้อมแกล้มรีบกลืน เพื่อจ้วงซ้ำอีกซักคำ จนพรรคพวกร้องกันเฮ้ยฮ้าย กลายเป็นที่มาของคำว่า

    "เดี๋ยวก็เมากับแกล้มตายห่ะหรอก...มึง"!

    ครับ ผมมันประเภท "กินเหล้าแต่เมากับแกล้ม" ตอนนั้น ไปกันแทบทุกเย็น

    จำได้ว่า วันไหน "คุณสมชาย ฤกษ์ดี" ไปก๊งด้วย จะอิ่มหมีพีมัน สั่งกันล้นโต๊ะ

    ก็...นานปี-ทีหน จะมีคนกระเป๋าหนักเป็นเจ้ามือ ต้องล่อกันให้เต็มภิกขา ทั้งยาดอง ทั้งกับแกล้ม

    ยาดองมีสูตรต่างๆ เรียงรายให้เลือก ทั้งพญาเสือโคร่ง พญาช้างสาร พระโดดกำแพง ม้ากระทืบโรง มังกรสะบัดหาง กระดิ่งทอง นารีรำพึง โด่ไม่รู้ล้ม

    สาวน้อยตกเตียง ก็มี!

    นี่คือร้านโชติจิตรตอนผมไปกินเมื่อ ๔๐ กว่าปีก่อน หมุดหมายร้านนี้ ยาดองเป็นหลัก อาหารเป็นของเสริม

    สมัยนั้น นักท่องเที่ยว (แทบ) ไม่มี ฝรั่งมังค่ายังไม่รู้จัก และยังไม่มีมากิน มีแต่แฟนยาดองขาประจำ-ขาจรคนไทย และพวกขับตุ๊กๆ

    หลังจากวิรัติเหล้า-ยา เพราะว่าจะตายเอา ประกอบกับคอยาดองรุ่นเก่าๆ ล้มหายตายจาก ก็ไม่ได้แวะเวียนไปอีก

    จนเห็นข่าว "พระคู่หมั้น เจ้าชายแฮร์รี่ " ประทับจิต-ประทับใจในอาหารจากรสครก-รสสากร้านโชติจิตรนี่แหละ

    ก็นึกขึ้นมาได้ ว่าร้านนี้ เราเคยเป็นขาประจำแต่อดีตกาล!

    กาลเวลาทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปจริงๆ

    รู้อยู่กับปากว่า อาหารร้านโชติจิตร กับแกล้มยาดองอร่อยถึงสวรรค์ชั้น ๗ แต่แปลกใจอยู่นิด

    ดั้งเดิมเน้น "ยาดอง"

    วันนี้ กลับเปรี้ยงปร้าง "ระดับโลก" ด้วยอาหารไทยๆ ขนาดดาราดังฮอลลีวูดที่เป็นพระคู่หมั้น ยกนิ้ว ประหนึ่งติดมงกุฎให้

    ก็แสนปลื้มปริ่ม สุดปีติ!

    ปกติ คนไทยเราเองยังไปไม่ถูก ไม่รู้แพร่งภูธรอยู่ตรงไหน แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติ-ต่างภาษา

    ทั้งฝรั่ง-ญี่ปุ่น-จีน-เกาหลี กลับดั้นด้น ค้นพบร้านอันมีตำนานเป็นร้อยปี และไปติดอก-ติดใจกันงอมแงม

    ย่านแพร่งภูธร เป็นเสน่ห์บางกอก ด้วยกลิ่นอายรัตนโกสินทร์ครบเครื่อง จะไป ควรย่ำต๊อกไป อย่าเอารถไปเชียว

    เสียดายอยู่นิด ฝรั่งไม่เน้นเอกลักษณ์ยาดอง น่าจะลองเสิร์ฟ ม้ากระทืบโรง หรือกษัยกลั่น เป็นอภินันทนาการ นำร่องซักคนละเป๊ก-สองเป๊ก

    ไม่แน่..........

    The New York Times, Lonely Planet, Travel ที่มากินแล้วกลับไปเขียนสรรเสริญ อาจกลับไปแนะนำภาค ๒ ด้วยยาดอง "ร้านโชติจิตร" ก็ได้

    นี่ก็ตั้งใจจะไปรื้อฟื้นความหลังอีกซักมื้อ แต่คิดแล้วเศร้า

    ที่พูดกันว่า "เพื่อนกินหายาก-เพื่อนตายหาง่าย" เป็นอย่างนั้นจริงๆ

    เพราะเพื่อนๆ "รุ่นยาดอง" รีบไปเกิดกันเกือบหมดแล้ว!

    จะไปเคาะโลงเรียก ก็กลัวควันธูปทำภูมิแพ้กำเริบ ก็คงต้องดุ่มๆ ไปคนเดียวนั่นแหละ

    ทุกวันนี้เป็นร้านอินเตอร์ไปแล้ว เต็มไปด้วยต่างชาติ คนไทยกลายเป็นประชากรส่วนน้อย

    เอาเถอะ ยังไงๆ ต้องไป เพราะยำหัวปลี กับต้มยำกุ้ง มันพลุ่งพล่านในจิตวิญญาณฝังจำ!

    พูดกันตรงๆ จากบางลำพู-แพร่งภูธร-ประตูผี-เสาชิงช้า-ท่าเตียน-ท่าพระจันทร์-ท่าช้าง-ปากคลองตลาด-บ้านหม้อ เรียกว่าพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์

    นักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะคนยุโรป-ญี่ปุ่น-เกาหลี รู้จักดี พกลายแทงที่เที่ยว-ที่กิน มากันตรึม

    ในขณะที่คนไทยเที่ยวห้าง-กินห้าง มื้อละเป็นพัน เป็นหมื่น แต่ "อาหารตามสั่ง" ตามซอก-ตามรู ที่คนไทยเมินว่าเกรดต่ำ กลับคลาคล่ำ ยัดเยียดไปด้วยต่างชาติ

    นั่งกันตามถนนหน้าร้าน เสื้อกล้ามตัวเดียวก็มี กินอาหาร-ดวดเบียร์กันสุขสำราญลืมโลก

    กินแทบตาย ห้าร้อย "ทั้งโต๊ะ" ยังมีทอน!

    ลองไปบ้านเขาซี ที่ยุโรป ห้าร้อย ได้ขนมปังแข็งเป็นดุ้นฟืนแถมเนยกลิ่นซอกคอซักแท่ง-สองแท่ง!

    ฝรั่งมาเที่ยวเมืองไทย รู้ที่กิน-ที่อยู่ มากกว่าคนไทย แห่กันมาจนประเทศตุงแล้วตุงอีก

    เพราะไทยเป็นประเทศเดียวในโลกที่มี "ชั่วโมงที่ ๒๕" ให้กับทุกคน อยากกิน-อยากนอน-อยากเที่ยว ที่ไหน-อะไร-แบบไหน-เมื่อไหร่?

    มีให้สนองอยาก ด้วยชั่วโมงที่ ๒๕.......

    แถม "ถูกแสนถูก" เมื่อเทียบกับทุกประเทศในโลก!

    พูดแต่ร้าน "โชติจิตร" ซะยาว ยังไม่ได้พูดถึงร้าน "เจ๊ไฝ" ย่านประตูผีเลย

    ผมชิมมาหน ไปสองยามกว่า กะจะไปกินผัดไทยทิพย์สมัยที่คิวยาวพันภูเขาทอง ๓ รอบ ยังไม่เห็นหางแถว

    ขี้เกียจรอ เพราะหิว....

    เลยแวะร้านเจ๊ไฝติดๆ กัน ก็รู้กิตติศัพท์ด้านราคาอยู่ แต่อยากลองว่าคุณภาพ-ความอร่อย "สมราคาราดหน้าจานละ ๔๐๐ มั้ย"? ไป ๓ คน ๓ จาน ก็พันสอง อาจไปดึก เลยปลายตะหลิว-ปลายกระทะ เจ๊ไฝอาจข้อล้า

    ของอร่อย แพงๆ อย่างนี้ ได้ลิ้มลองพอรู้รสฝีมือ ก็บรรลุแล้ว!

    เมื่อมิชลินติดดาวประเภทร้านอาหารริมทาง ผมดีใจกับเจ๊จริงๆ

    นี่ก็ตั้งใจจะไปลอง "ไข่เจียวปู" จานละ ๘๐๐ ดูอีกซักรอบ ติดดาวแล้ว อาจเอร็ดเลิศยิ่งขึ้นก็ได้

    ผมไม่พอใจเลย ที่เห็นใคร-ต่อใคร เที่ยวพูด เที่ยวเขียนกระแนะกระแหนร้านเจ๊ไฝ

    ว่าแพงเวอร์บ้าง คุณภาพและความอร่อยไม่สมราคาบ้าง มิชลินติดดาวไปได้อย่างไรบ้าง

    ขอเถอะ อย่าทำอย่างนั้นเลย!

    ลองฝีมือเจ๊ไฝกันทุกคนก่อนวิจารณ์หรือยัง ถึงลองแล้ว จะไปว่าแพงก็ไม่ได้ เพราะทุกเมนู เขาติดราคาให้ทราบก่อนสั่ง

    ถ้าว่าแพง อย่าไปกิน ก็หมดเรื่อง ไม่เห็นต้องไปพูด-ไปเขียนรานกำลังใจกัน

    ลิ้นฝรั่งกับลิ้นไทย มันคนละรสอยู่แล้ว อย่างติดดาวมิชลิน ๒ ดาว ๓ ดาว ในไทย ในต่างประเทศ ผมก็เคยไปกิน

    ด้วยลิ้นนิยมของผม ก็งั้นๆ

    แต่อีกพวกหนึ่ง เขาบอกว่าเยี่ยม ด้วยวัตถุดิบและฝีมือการปรุง ต้องลิ้น-ต้องรสนิยมเขา

    ฉะนั้น อย่าเอาตัวเราไปตัดสินส่วนรวม อย่างไข่เขียวปู ๘๐๐ อร่อยขนาดไหน ผมยังไม่ได้ลอง

    แต่เฉพาะเนื้อปูทะเลแกะเป็นก้อนๆ ที่เจ๊ไฝใช้ทำไข่เจียว ผมว่า ๘๐๐ สมเหตุ-สมผล

    ปูทะเลตัวหนึ่ง ก็พันกว่าบาทขึ้นไปแล้ว

    ไม่เหมือนตอนผมเป็นเด็ก ขุดปูทะเลขาย ขุดแทบตาย กิโลละ ๖ สลึง ถ้าปูไข่ กิโลละ สิบสลึง-สามบาท

    ถ้าเป็นปูม้า พูดแล้วท่านคงไม่เชื่อ.......

    ร้อยตัว ๖ สลึง!

    ๑๐๐ ตัวนะครับ ไม่ได้พิมพ์ผิด มันมีมากมาย จนบางคืนเรือสำปั้นจะจมเอา ต้องโกยทิ้งทะเล

    ทีไปกินอาหารญี่ปุ่น คำเดียว ๕๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท กลับบอก ถู้กกกก ถูก

    อาหารฝรั่งจานเดียว พอแหลกล่าย ก็ ๘๐๐-๑,๒๐๐ กาแฟสตาร์บัคส์แก้วเดียว ๑๒๐ บาท เห็นแย่งกันซื้อ

    แล้วร้านคนไทย อาหารไทย คนไทยด้วยกันค้าขาย ถึงไม่กิน ก็ควรสนับสนุน ยกย่อง-ชมเชย ให้กำลังใจกัน

    ททท.ทำดีแล้ว........

    ที่ชักนำให้มิชลินมาชิมอาหารในเมืองไทย และให้ดาวกับร้านที่เข้าสเปกมิชลิน

    เราเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลก ร้านริมทาง และอาหารตามถนนมีชื่อ-มีเสียง

    เราก็ได้ทั้งหน้าตา ทั้งเงินทอง ทั้งชื่อเสียง แล้วจะไปเกี่ยงงอนค่อนขอดเจ๊ไฝทำไม?

    เห็นใครได้ดี ควรต้องช่วยกันสนับสนุน ส่งเสริม ให้กำลังใจกัน

    เป็ด-ไก่ ในเล้าเท่านั้น ที่เหยียบย่ำกันเอง

    เรา-เป็นคนไทยด้วยกัน ถ้าไม่ส่งเสริมกัน เอาแต่กด-ข่มกัน ไม่นาน...

    ต่างชาติ "เขมร-พม่า" ยึดเรียบ!.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น