หนี้ครัวเรือนเพิ่ม4.6% จี้แก้ปัญหาสินค้าแพง

  • Friday, December 22, 2017 - 00:00


    สสช.เผยตัวเลขหนี้ครัวเรือนทั้งใน-นอกระบบเพิ่มขึ้น 4.6% อัตราการเพิ่มของรายได้ครัวเรือนน้อยกว่ารายจ่ายที่เพิ่มขึ้น 1.7% ขณะที่ประชาชนเสนอรัฐบาลเร่งแก้ไขสินค้าแพงอันดับแรก ส่วนความพอใจการทำงานของรัฐบาลได้ 7.01 คะแนน คลังแจงคืบหน้า “แก้หนี้นอกระบบ” ฟุ้งพิโกไฟแนนซ์ตะลุยปล่อยกู้แล้วกว่า 4 พันราย ด้านสินเชื่อรายย่อยเพื่อฉุกเฉินยอดปล่อยกู้แตะ 8.1 พันล้านบาท

    เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม นายภุชพงค์ โนดไธสง ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยผลสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนในช่วงม.ค.-มิ.ย.2560 พบว่า ครัวเรือนไทยทั่วประเทศมีรายได้เฉลี่ย 26,973 บาท/เดือน มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 21,897 บาท/เดือน โดยรายได้และค่าใช้จ่ายของครัวเรือนไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นเกือบทุกกลุ่มอาชีพ ซึ่งอัตราการเพิ่มของรายได้อยู่ที่ 0.1% ซึ่งน้อยกว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น 1.7% ทำให้ในปีนี้ครัวเรือนมีรายได้ส่วนหนึ่งเหลือเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการชำระหนี้และการออมจำนวน 5,076 บาท/เดือน

    ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบหนี้สินต่อรายได้ของครัวเรือนในรอบ 11 ปี (2550-2560) พบว่า หนี้สินต่อรายได้ในปี 2554 และ 2558 ต่ำสุด แล้วเพิ่มขึ้นในปี 2560 ซึ่งส่วนใหญ่ครัวเรือนใดที่มีรายได้สูงจะมีค่าใช้จ่ายและหนี้สินสูงตามเช่นเดียวกัน สำหรับหนี้นอกระบบของครัวเรือนในปี 2560 เพิ่มขึ้นจากปี 2558 จาก 4.9% เป็น 6.2% และมีหนี้สินทั้งในระบบและนอกระบบเพิ่มขึ้นจาก 3.7% เป็น 4.6%

    ผอ.สสช.กล่าวว่า ส่วนสถานการณ์แรงงานในปี 2560 มีผู้ที่อยู่ในกำลังแรงงานจำนวน 38 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นผู้มีงานทำ 37.54 ล้านคน ส่วนผู้ที่ว่างงาน 460,000 คน คิดเป็นอัตรา 1.2% เป็นอัตราการว่างงานต่ำที่สุดในกลุ่มอาเซียน และผู้ที่รองานตามฤดูกาล 214,000 คน ส่วนผู้ที่อยู่นอกกำลังแรงงาน ได้แก่ แม่บ้าน นักเรียน คนชรา มีจำนวน 17.7 ล้านคน ส่วนการจ้างงานโดยรวมนั้นลดลง 0.4% ทั้งนี้ กลุ่มที่มีอัตราว่างงานมากที่สุดคือ กลุ่มการศึกษาระดับอุดมศึกษา เนื่องจากเลือกงาน รองลงมาเป็นกลุ่มมัธยมศึกษาตอนปลายและกลุ่มประถมศึกษา ซึ่งเหตุผลที่ว่างงานอันดับ 1 คือ ลาออก ตามมาด้วยกิจการถูกปิด ถูกให้ออก โดยงานในภาคบริการและการค้าเป็นงานที่มีการลาออกมากที่สุด

    ส่วนผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อการบริหารงานของรัฐบาลครบ 3 ปี (2557-2560) โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการสำรวจครั้งที่ 3 พบว่า 5 อันดับปัญหาที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลชุดนี้แก้ไขอย่างเร่งด่วน คือ อันดับ 1 ควบคุมสินค้าอุปโภค บริโภคไม่ให้มีราคาแพง 63.6%, อันดับ 2 แก้ปัญหายาเสพติด 40.3%, อันดับ 3 แก้ปัญหาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ 37.5%, อันดับ 4 แก้ไขปัญหาหนี้สิน 29.3% และอันดับ 5 ปรับขึ้นค่าแรงให้เพียงพอกับค่าครองชีพ 23.1%

    นายภุชงค์กล่าวต่อว่า มีข้อเสนอให้มีการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการบริหารงาน/นโยบายของรัฐบาลเพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเข้ามาควบคุม ดูแล และแก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง และควรมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง รวมถึงหน่วยงานภาครัฐควรมีการทำงานเชิงรุกเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งควรมีการทำงานเชิงรุกอย่างมีประสิทธิภาพ

    "ส่วนการรับทราบของประชาชนที่มีเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐบาลที่ผ่านมา มีกว่า 90% ของประชาชนที่ทำการสำรวจรับทราบเป็นอย่างดี และกว่า 50% มีความพึงพอใจต่อผลการดำเนินงานในระดับมากถึงมากที่สุด โดยให้คะแนนความพึงพอใจในภาพรวมของรัฐบาลที่ 7.01 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน" นายภุชงค์กล่าว

    ด้านนายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบว่า ในส่วนของสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (พิโกไฟแนนซ์) ซึ่งเปิดดำเนินการตั้งแต่ ธ.ค.2559 โดยกระทรวงการคลังเปิดให้ผู้สนใจยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ถึงสิ้นเดือน พ.ย. 2560 มีนิติบุคคลยื่นคำขออนุญาต 418 ราย ใน 66 จังหวัด ซึ่งในจำนวนนี้ได้เปิดดำเนินการแล้ว 116 ราย ใน 42 จังหวัด และมีผู้ปล่อยสินเชื่อแล้ว 87 ราย ใน 40 จังหวัด

    ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือน ต.ค.2560 มีปล่อยสินเชื่ออนุมัติสะสม 4,849 บัญชี เป็นเงิน 131.33 ล้านบาท หรือคิดเป็นวงเงินสินเชื่ออนุมัติเฉลี่ย 2.7 หมื่นบาทต่อบัญชี คิดเป็นยอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 2,514 บัญชี เป็นเงิน 63.52 ล้านบาท โดยมีสินเชื่อที่ค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน จำนวน 155 บัญชี เป็นเงิน 4.60 ล้านบาท หรือคิดเป็น 7.25% ของสินเชื่อคงค้างรวม และมีสินเชื่อค้างชำระเกินกว่า 3 เดือน หรือเอ็นพีแอล จำนวน 9 บัญชี เป็นเงิน 0.36 ล้านบาท หรือคิดเป็น 0.56% ของสินเชื่อคงค้างรวม

    นอกจากนี้ ยังมีสินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉิน ตั้งแต่เดือน มี.ค.2560 ที่ให้ธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) อนุมัติสินเชื่อเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉินให้เป็นทางเลือกของประชาชนในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบแทนหนี้นอกระบบ รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท คิดดอกเบี้ย 0.85% ต่อเดือน ล่าสุด ณ สิ้นเดือน พ.ย.2560 มียอดอนุมัติสินเชื่อรวม 1.8 แสนราย เป็นเงิน 8,131 ล้านบาท คิดเป็น 81.31% ของวงเงินโครงการที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีจำนวน 1 หมื่นล้านบาท แยกเป็นสินเชื่อที่อนุมัติแก่ประชาชนทั่วไป 1.69 แสนราย เป็นเงิน 7,620 ล้านบาท และสินเชื่อที่อนุมัติแก่ผู้มีรายได้น้อยในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 ที่มีหนี้นอกระบบ จำนวน 1.15 หมื่นราย เป็นเงิน 510.63 ล้านบาท และจับกุมเจ้าหนี้นอกระบบที่กระทำผิดกฎหมายได้ 1,750 คน

    ด้านนางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อซักซ้อมแนวทางการบริหารงานเพื่อการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืน ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และได้ให้นโยบายแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้ครอบคลุม 5 มิติ ได้แก่ ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ดำเนินการติดตามจับกุมเจ้าหนี้นอกระบบที่ผิดกฎหมายอย่างจริงจัง, เพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ ขอให้เร่งรัดประชาสัมพันธ์แหล่งสินเชื่อในระบบได้แก่ สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ สินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉิน, ลดภาระหนี้นอกระบบโดยการไกล่เกลี่ยประนอมหนี้, เพิ่มศักยภาพของลูกหนี้นอกระบบ ผ่านคณะอนุกรรมการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพการหารายได้ของลูกหนี้นอกระบบประจำจังหวัด และสนับสนุนการดำเนินงานแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ผ่านเครือข่ายองค์กรการเงินชุมชนเพื่อร่วมแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น