ตีนผีขับรถพุ่งชนกลางเมลเบิร์นเจ็บระนาว

  • Friday, December 22, 2017 - 00:00


    เจ้าหน้าที่ตรวจที่เกิดเหตุรถพุ่งชนคนกลางนครเมลเบิร์นเมื่อวันพฤหัสบดี

    เกิดเหตุคนร้ายเจตนาขับรถพุ่งชนผู้คนกลางนครเมลเบิร์นของออสเตรเลียเมื่อวันพฤหัสบดี ส่งผลให้มีคนบาดเจ็บ 19 ราย บางรายอาการสาหัส ตำรวจจับกุมคนขับรถและผู้ต้องสงสัยอีกราย แต่ยังไม่พบหลักฐานโยงก่อการร้าย

    เมื่อเดือนมกราคมปีนี้ ก็เพิ่งเกิดเหตุชายคนหนึ่งจงใจขับรถพุ่งชนคนเดินเท้าบริเวณใกล้กับจุดเกิดเหตุเมื่อวันพฤหัสบดี ห่างไปเพียงไม่กี่ร้อยเมตร คราวนั้นมีผู้เสียชีวิต 6 คน และบาดเจ็บมากกว่า 20 คน แต่ตำรวจก็ไม่พบว่าเหตุการณ์เมื่อต้นปีเกี่ยวโยงกับการก่อการร้าย

    ผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งกล่าวกับสถานีเอบีซีของออสเตรเลียว่า รถยนต์คันนี้วิ่งด้วยความเร็วประมาณ 80-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง

    จิม สตูพาส ซึ่งบอกว่าเขายืนอยู่ด้านนอกร้านโดนัทตอนที่รถยนต์คันนี้พุ่งชนผู้คน รายแล้วรายเล่า กล่าวว่า คนขับรถไม่ได้มีความพยายามแตะเบรกหรือผ่อนคันเร่งเลย

    คนขับรถคันนี้ "เจตนา" ขับรถฝ่าสี่แยก แล้วพุ่งชนคนเดินเท้าจำนวนมาก ตำรวจจับกุมชายไว้ 2 คน แต่ยังไม่ได้ตั้งข้อหา และยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจ

    ตำรวจวิกตอเรียกล่าวว่า คนขับรถเป็นพลเมืองออสเตรเลียเชื้อสายอัฟกันอายุ 32 ปี มีประวัติทำผิดกฎหมายจราจรและคดีทะเลาะวิวาทเล็กๆ น้อยๆ และมีปัญหาด้านสุขภาพจิตด้วย

    เวลาต่อมา เชน แพตตัน รองผู้บัญชาการตำรวจรัฐวิกตอเรีย กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่กรุงเมลเบิร์นว่า ตำรวจมีประวัติของชายรายนี้ และเขามีประวัติเคยเสพยาเสพติดด้วย แต่ ณ ขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานหรือมีข่าวกรองที่บ่งชี้ถึงความเชื่อมโยงกับลัทธิก่อการร้ายหรือลัทธิคตินิยมสุดโต่ง

    พนักงานสอบสวนกำลังรอสัมภาษณ์คนขับคนนี้ ซึ่งอยู่โรงพยาบาลโดยมีตำรวจคุ้มกันมาก

    แดเนียล แอนดรูว์ส มุขนายกรัฐวิกตอเรีย กล่าวถึงเหตุการณ์นี้ว่า เป็นการกระทำที่ชั่วร้าย ตั้งใจและขี้ขลาด ทำให้มีคนบาดเจ็บ 19 คน ในจำนวนนี้ 4 คนอาการสาหัส

    ตำรวจออสเตรเลียได้ทวีตข้อความวิงวอนให้สาธารณชนอัพโหวดภาพถ่ายเหตุการณ์ที่อาจช่วยให้ความช่วยเหลือกับการสอบสวนได้

    สี่แยกที่เกิดเหตุนี้เป็นสี่แยกที่การจราจรคับคั่งที่สุดจุดหนึ่งของนครเมลเบิร์น และมักมีประชาชนสัญจรอย่างหนาแน่นในช่วงเวลานี้ของปีซึ่งใกล้กับเทศกาลวันหยุดคริสต์มาส และโรงเรียนกำลังจะหยุดยาวด้วย

    เมืองใหญ่อันดับสองของออสเตรเลียเมืองนี้มีความวิตกกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับพวกหัวรุนแรงที่เป็นคนท้องถิ่น เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า พวกเขาสามารถป้องกันการโจมตีก่อการร้ายภายในออสเตรเลียได้แล้ว 13 ครั้งในช่วงเวลา 2 ปีที่ผ่านมา

    เมื่อเดือนสิงหาคม รัฐบาลออสเตรเลียเคยเปิดเผยแผนยุทธศาสตร์ที่มีเป้าหมายเพื่อป้องกันการโจมตีโดยใช้รถยนต์เป็นอาวุธทำร้ายผู้คนในสถานที่สาธารณะ

    มาตรการที่เสนอแนะรวมถึงการป้องกันเช่นการทำรั้วและติดตั้งกล้องวงจรปิด และสิ่งกีดขวางเพื่อชะลอความเร็วของรถ เช่น ต้นไม้และต้นเสา

    นครเมลเบิร์นกำลังติดตั้งระบบสัญญาณเตือนภัยสาธารณะ และกล้องรักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้น เพื่อเตือนประชาชนถึงความเป็นไปได้ของการโจมตีโดยผู้ก่อการร้ายหรือภัยคุกคามร้ายแรงอื่นๆ

    แอนดรูว์สกล่าวด้วยว่า จะมีการสอบสวนเหตุการณ์นี้ และดูด้วยว่าจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมหรือไม่ และภายในไม่กี่วันข้างหน้า ทางการเมลเบิร์นจะเพิ่มกำลังตำรวจลาดตระเวนตามท้องถนนในเมืองอีกหลายร้อยนาย.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น