“S.A.M. สิงคโปร์แมทส”แฟรนไชส์หลักสูตรคณิตศาสตร์ เพิ่มทางเลือกคิดวิเคราะห์เป็นระบบให้เด็กไทย

  • Saturday, December 23, 2017 - 00:00


    การสร้างพัฒนาการที่ดีให้กับเด็ก โดยเฉพาะ “เด็กปฐมวัย” เป็นช่วงสำคัญของการวางรากฐานชีวิต ทั้งทางความคิด จิตใจ สติปัญญา และความสามารถของเด็ก ให้พัฒนาศักยภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

    ปัจจุบันพ่อแม่ ผู้ปกครอง จึงมักเตรียมความพร้อมในการวางรากฐานความรู้ด้านวิชาการให้กับลูกหลานตั้งแต่ยังเล็ก โดยทักษะพื้นฐานด้านคณิตศาสตร์นับว่ามีความสำคัญต่อเด็กปฐมวัยอย่างมาก เนื่องจากคณิตศาสตร์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาความคิด ทำให้มนุษย์คิดอย่างมีเหตุมีผล เป็นระบบ มีแบบแผน ตลอดจนมีการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ และสามารถวิเคราะห์ปัญหาหรือสถานการณ์ได้อย่างรอบคอบ นอกจากนั้น คณิตศาสตร์ยังเป็นเครื่องมือในการศึกษาที่ต่อยอดประยุกต์ไปยังศาสตร์อื่นๆ ได้อีกหลายแขนง

    นายพลเอก ตั้งเจริญ ตัวแทนแฟรนไชส์ S.A.M. สิงคโปร์แมทส (Seriously Addictive Mathematics) ประเทศไทย กล่าวว่า วิชาคณิตศาสตร์ถือว่าเป็นรากฐานของกระบวนความคิดที่สามารถนำไปปรับใช้กับวิชาสำคัญอื่นๆ ได้อีกมาก และสามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ตลอดทั้งชีวิต จึงเป็นที่มาในการมองหาต้นแบบที่ดีติดระดับโลกอย่าง หลักสูตรการเรียนคณิตศาสตร์จากประเทศสิงคโปร์ S.A.M (Seriously Addictive Mathematics) มาไว้ในประเทศไทย และเชื่อได้ว่าหลายคนเชื่อมั่นในหลักสูตรการเรียนจากประเทศสิงคโปร์ เนื่องจากผลคะแนนคณิตศาสตร์ของนักเรียนจากสิงคโปร์ พบว่ามีคะแนนความสำเร็จสูงสุดในระดับโลก โดยอ้างอิงจากผลการวิจัยของ The Trends in International Mathematics and Science Study (TIMSS) ซึ่งมีผลคะแนนอยู่ในระดับสูงสุดมาตั้งแต่ปี 2000 จนถึงปัจจุบัน

    S.A.M. (Seriously Addictive Mathematics) เป็นสถาบันที่ก่อตั้งจากประเทศสิงคโปร์ และเป็นโปรแกรมการสอนคณิตศาสตร์สำหรับเด็กวัย 4-12 ปี ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการประเทศสิงคโปร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน จนทำให้ในอเมริกาหรือยุโรปได้เริ่มนำหลักสูตรคณิตศาสตร์ของสิงคโปร์นำไปใช้ในโรงเรียนอย่างแพร่หลาย

    “จากเดิมเรานำหลักสูตร S.A.M เข้ามาในประเทศไทย ตั้งแต่เดือนสิงหาคม พ.ศ.2556 ปัจจุบันนี้เรามีจำนวนทั้งสิ้น 33 ศูนย์ ในกรุงเทพฯ 12 ศูนย์ และต่างจังหวัดอีก 21 ศูนย์ โดยหลักสูตรการเรียนการสอนของสิงคโปร์นี้มีจุดเด่นคือ มุ่งเน้นให้เด็กสามารถคิดวิเคราะห์ได้อย่างเป็นระบบ เน้นการแก้ไขโจทย์ปัญหาด้วยกระบวนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ผ่านการใช้อุปกรณ์หรือสื่อการสอนในช่วงเริ่มต้นเชื่อมโยงให้เห็นภาพจนเข้าใจ ก่อนที่จะเริ่มแก้ไขปัญหาอย่างเป็นลำดับขั้นตอน โดยเป้าหมายหลักของการสอนคือให้นักเรียนได้ความเข้าใจถึงแนวคิดทางคณิตศาสตร์จากพื้นฐานที่ถูกต้อง ให้มีทักษะที่ดีพร้อมต่อการนำไปประยุกต์ในระดับสูงได้อย่างมั่นใจ เน้นที่ความเรียบง่าย มีความชัดเจน เข้าถึงได้ สัมพันธ์จากชีวิตจริง

    ในชั้นเรียนส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นการเรียนคณิตศาสตร์ที่เน้นการคำนวณ แต่ S.A.M. จะเน้นคณิตศาสตร์เชิงคิดวิเคราะห์ โดยสิงคโปร์แมทสจะเป็นเรื่องของการคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา แม้ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ได้เข้ามาทดแทนหน้าที่ในการคำนวณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังไม่สามารถทดแทนมนุษย์ในด้านการคิดวิเคราะห์ (Thinking Critically), การรู้จักคิด (Cognitively) และการเลือกใช้การแก้ปัญหาด้วยวิธีที่ไม่ตายตัวเพื่อหาคำตอบ (Heuristically) ได้ โดยหลักสูตร S.A.M. ยังครอบคลุมทุกเนื้อหาของคณิตศาสตร์ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงประถม ซึ่งเป็นวัยที่มีความจำเป็นอย่างมากที่ต้องเริ่มต้นเรียนคณิตศาสตร์ด้วยแนวทางที่ถูกต้องตั้งแต่แรก” ตัวแทน แฟรนไชส์ S.A.M. สิงคโปร์แมทส ประเทศไทย กล่าว

    นายพลเอกให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โปรแกรมของเราได้ออกแบบมาสำหรับเรียนเสริมนอกเวลาเรียน (After School) โดยจะมีทั้งฉบับภาษาอังกฤษทั้งหมด หรือฉบับแปลเสริมเป็นภาษาไทยหากต้องการ ดังนั้นเด็กทุกคนจึงสามารถเรียนควบคู่ไปกับการเรียนในชั้นเรียนได้ และจะช่วยส่งเสริมให้ผลการเรียนในชั้นเรียนดีขึ้นด้วย ซึ่งทุกศูนย์จะมีผู้อำนวยการศูนย์เป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ซึ่งผ่านการอบรมและได้รับการรับรองจาก S.A.M. เป็นผู้กำกับดูแลการสอน
    หลักสูตรของ S.A.M. ได้วางหลักสูตรไว้อย่างรอบคอบเพื่อให้เหมาะสมกับความสามารถในการเรียนของเด็กในวัยที่ต่างกัน การสอนของเรามีความพิเศษเฉพาะ ซึ่งนักเรียนของเราจะได้เรียนรู้จาก 2 เสาหลัก ซึ่งเรียกว่า 1.ความรู้จากประสบการณ์ที่ได้จากในห้องเรียน (Classroom Experience) โดยจะเน้นการเรียนผ่านกระบวนการสอนแบบ CPA (Concrete, Pictorial, Abstract) ที่ครูฝึกสอนจะให้เด็กได้เรียนอย่างสร้างสรรค์ ด้วยกิจกรรมผ่านสื่อการสอนที่น่าสนใจก่อนนำไปสู่การเขียนสรุปเป็นภาพหรือโมเดล และสุดท้ายแทนด้วยตัวเลขหรือสมการทางคณิตศาสตร์ และ 2.ความรู้จากประสบการณ์ที่จากการทำแบบฝึกหัด (Worksheets Experience) ซึ่งแบบฝึกหัดของเราได้ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อช่วยส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเองและหาคำตอบได้ ในช่วงเริ่มต้นของแบบฝึกหัดจะเริ่มจากง่ายก่อนเสมอ จากนั้นจึงเข้าสู่เนื้อหาที่ยากขึ้นตามเนื้อหาการเรียนของแต่ละหัวข้อ โดยมีแบบฝึกมากกว่า 30,000 หน้า ครอบคลุมบทเรียน 9 ปีสำหรับเด็ก

    นอกจากหลักสูตรนอกเรียนเวลาเรียนหรือ After School แล้ว เรายังมีโรงเรียนนำร่องที่นำเอาหลักสูตรของ S.A.M. สิงคโปร์แมทส มาใช้ในการเรียนการสอนในระดับชั้นอนุบาล โดยทางโรงเรียนอนุบาลหลานย่าโม จังหวัดนครราชสีมา ได้นำหลักสูตรไปใช้ในคาบเรียนหลักในระดับอนุบาล 1-3 และมีการจัดฝึกอบรมให้กับคุณครูในระดับชั้นอนุบาล เพื่อปรับเปลี่ยนวิธีการสอนตามแนวทางการสอนแบบสิงคโปร์ร่วมกับการใช้แบบฝึกหัดของเรา ซึ่งพบว่าเด็กสนุกกับการเรียนและมีทัศนคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ มีความมั่นใจมากขึ้น และกล้าถามหรือแสดงความคิดเห็นในห้องเรียน โดยเราหวังว่าหลักสูตรของ S.A.M. จะเป็นอีกทางเลือกของกระบวนความคิดที่จะประสบผลสำเร็จในการเรียนคณิตศาสตร์อย่างมีความสุขให้แก่เด็กทุกคน ในการใช้กระบวนความคิดมากกว่าการหาคำตอบ หรือแข่งขันคำนวณเร็ว

    ด้าน นายซามูเอล เชีย (Mr.Samuel Chia) และนายชิน หลุง เลา (Mr.Chin Loong Lau) ผู้ร่วมก่อตั้งและพัฒนาหลักสูตร S.A.M. Seriously Addictive Mathematics ได้ให้ข้อมูลว่า S.A.M. (Seriously Addictive Mathematics) เป็นสถาบันที่พัฒนาโปรแกรมหลักสูตร S.A.M. จนได้รับรางวัลต่างๆ มากมายด้านโปรแกรมการสอนคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการประเทศสิงคโปร์ ซึ่งหลักสูตรได้พัฒนาโดยอาจารย์ที่มากประสบการณ์สอนโรงเรียนร่วมกับสำนักพิมพ์ตำราเรียน โดยได้เริ่มก่อตั้งสถาบัน “S.A.M สิงคโปร์แมทส” ในปี 2553 และได้พัฒนาหลักสูตรคณิตศาสตร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหลายประเทศทั่วโลก โดยมีศูนย์การศึกษา 140 ศูนย์ทั่วโลก เช่น สิงคโปร์, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, แคนาดา, แอฟริกาใต้, อินเดีย, ไทย, มาเลเซีย, ศรีลังกา, บรูไน, ฮ่องกง, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, ซิมบับเว และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

    “เราได้วางหลักสูตรไว้อย่างรอบคอบเพื่อให้เหมาะสมกับความสามารถในการเรียนของเด็กในวัยต่างกัน วิธีที่เด็กคิดและเข้าใจในวัย 4 ขวบนั้นค่อนข้างที่จะต่างจากเด็กในวัย 7 ขวบ ซึ่งเราวางหลักสูตรไว้สำหรับเด็กแต่ละช่วงอายุให้สอดคล้องกับสิ่งที่เด็กเข้าใจคณิตศาสตร์ตามวัยของเขา บทเรียนของเราได้ยึดเนื้อหา ความรู้ และระดับความยากตามหลักสูตรคณิตศาสตร์สิงคโปร์ ซึ่งหมายความว่าหากเด็กสามารถเรียนกับหลักสูตรเราได้ดี เขาจะสามารถที่จะทำได้ดีในทุกแห่งไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศก็ตาม” นายซามูเอล เชีย กล่าว

    ส่วน นายชิน หลุง เลา เผยว่า จริงๆ แล้วเด็กรักที่จะเรียนคณิตศาสตร์ หากคุณสร้างแรงจูงใจและสนับสนุนให้เขาไปในทางที่ถูก การเรียนคณิตศาสตร์จะไม่ได้เป็นแค่วิธีทำหรือการฝึกฝน แต่มันคือการให้โอกาสให้เด็กได้เรียนและค้นพบด้วยตัวเขาเองว่าคำตอบคืออะไรและทำไม บ่อยครั้งที่มีคนคิดว่าทางเดียวที่จะเรียนคณิตศาสตร์ คือการบอกให้เด็กว่าต้องทำอะไร แทนที่จะให้โอกาสให้พวกเขาค้นหาด้วยตัวเอง ที่ S.A.M. เราให้ความสำคัญมากกับการให้เด็กทุกคนได้เข้าใจว่า “ทำไม” และ “อย่างไร” มากกว่าที่การสอนให้ใช้สูตรเพื่อหาคำตอบได้ ซึ่งเราคาดหวังว่าที่จะนำหลักสูตรคณิตศาสตร์คิดวิเคราะห์ของเราไปสู่ทุกประเทศทั่วโลก ซึ่งรวมถึงประเทศที่กำลังพัฒนา ซึ่งเรารู้ดีว่าหลักสูตรของจะเรามีประโยชน์อย่างมากกับเด็กที่ยังมีพื้นฐานไม่ดีพอ

    ทางด้าน ผศ.ดร.ชัยศาสตร์ สกุลศักดิ์ศรี อายุ 43 ปี อาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ผู้ปกครองที่ให้ลูกร่วมเรียนหลักสูตรของ S.A.M. กล่าวว่า ตนเองให้น้องพีซลูกชายมาเรียนที่สถาบันตั้งแต่ชั้นอนุบาล 3 จนปัจจุบันนี้ลูกชายอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 เนื่องจากอยากให้น้องฝึกทักษะคณิตศาสตร์และก็ได้ภาษาอังกฤษด้วย โดยที่สนใจหลักสูตรนี้เนื่องจากเป็นหลักสูตรของสิงคโปร์ ซึ่งมีวิธีการคิดทางด้านคณิตศาสตร์จะแตกต่างจากประเทศเรา ที่หากอยากให้เด็กเก่งก็ต้องเรียนล่วงหน้าไปก่อน แล้วค่อยกลับมาคำนวณในระดับชั้นจริงของเด็ก เช่น เด็กอยู่ ป.1 แต่ให้เรียนระดับ ป.2-3 ไปก่อนแล้วกลับมาสอนคำนวณของ ป.1 แต่ที่ S.A.M. จะมีหลักการคิดของเขาโดยใช้ความรู้ของเด็ก ป.1 มาสอนประยุกต์เป็นภาพจนแก้โจทย์ได้ ทำให้เกิดระบบความคิดที่ดี เด็กเกิดความสนุกสนาน ไม่เครียด อีกทั้งสามารถภาษาและแก้โจทย์ภาษาอังกฤษได้

    น้องเจ-จิดา จิรวัชรเดช อายุ 11 ปี และน้องดี-ธาดา จิรวัชรเดช อายุ 7 ปี โรงเรียนนานาชาติ Bangkok Prep นักเรียนที่สมัครเรียนหลักสูตรของ S.A.M. บอกว่า การมาเรียนที่สถาบันนี้เป็นเพราะจากเดิมตนเองเรียนโรงเรียนไทย แล้วย้ายมาเรียนโรงเรียนอินเตอร์ ทำให้ไม่ค่อยเข้าใจโจทย์คณิตศาสตร์ที่เป็นภาษาอังกฤษ จึงเลือกที่จะมาเรียนเสริมที่นี่ เพราะเป็นหลักสูตรจากสิงคโปร์มีคนเก่งๆ มาเรียนที่นี่เยอะ ซึ่งหลังจากมาเรียนได้ 1 ปี ก็สามารถเข้าใจโจทย์ และมีผลการเรียนที่ดีขึ้น สามารถย้ายระดับห้องมาห้องเรียนระดับสูงสุดได้ ซึ่งบรรยากาศในการเรียนก็มีความสนุกสนาน ครูมีวิธีการสอนในรูปแบบใหม่ๆ และเรียนได้อย่างใกล้ชิดทั่วถึง เนื่องจากเป็นการเรียนการสอนแบบแบ่งกลุ่มเล็กๆ หากไม่เข้าใจอะไรก็สามารถปรึกษาครูได้ ทำให้ทั่วถึงกว่าการสอนในโรงเรียนที่มีเด็กจำนวนกว่า 20 คนในชั้นเรียน ซึ่งการเรียนรูปแบบนี้ทำให้พวกหนูกลายเป็นคนชอบเลข เรียนเลขได้เก่งและเร็วขึ้น

    ผู้สนใจการเรียนการสอนสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ Line ID: @Singaporemaths หรือต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง www.singaporemathsthailand.com, www.facebook.com/singaporemathsthailand.

    LEAVE A REPLY

    0 Comments

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น