PTTทุ่มงบ5ปี3.4แสนล้าน ชูกลยุทธ์3Dดันธุรกิจโต เล็งลงทุนนิวเอส-เคิร์ฟ

  • Saturday, December 23, 2017 - 00:08


    ปตท.จัดงบลงทุน 5 ปี 3.42 แสนล้านบาท ดึงกลยุทธ์ 3D เน้นการเติบโตในธุรกิจปัจจุบันเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลุยพลังงานสะอาด ลงทุนนิว เอส-เคิร์ฟ และเตรียมปรับโครงสร้างธุรกิจโอนพีทีทีโออาร์ 1.59 แสนล้านบาท

    นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. หรือ PTT เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) มีมติอนุมัติแผนวิสาหกิจและงบลงทุน 5 ปี (61-65) วงเงินรวม 342,000 ล้านบาท ตามกลยุทธ์ 3D เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ทั้งนี้ กลยุทธ์ 3D ประกอบด้วย เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน (Do now) เร่งตัดสินใจการลงทุนเพื่อการเติบโต (Decide now) และการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย (นิว เอส-เคิร์ฟ) เพื่อการเติบโตในระยะยาว (Design now)

    อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์ Do now คือการเพิ่มผลผลิต จากธุรกิจปัจจุบัน ให้ผลประกอบการอยู่ในระดับชั้นนำ จำนวน 31,200 ล้านบาท ซึ่งโครงการที่สำคัญ ได้แก่ การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ลดต้นทุนการผลิต ส่วน Decide now จะมุ่งเน้นความชำนาญในธุรกิจปัจจุบัน ให้ความสำคัญการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซธรรมชาติเพื่อตอบสนองความต้องการพลังงานสะอาด การเติบโตในธุรกิจน้ำมันและค้าปลีก จำนวน 134,900 ล้านบาท โครงการที่สำคัญ อาทิ โครงการขยายท่อส่งก๊าซและคลังรับก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี)

    ขณะที่ Design now คือ ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของโลก เทคโนโลยีใหม่ พฤติกรรมผู้บริโภค แนวโน้มการใช้พลังงานสะอาด และยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศตามนโยบาย Thailand 4.0 จำนวน 16,300 ล้านบาท มีทิศทางการลงทุนในระบบกักเก็บพลังงาน (เอนเนอร์ยี่ สตอเรจ) เป็นต้น

    ทั้งนี้ ปตท.ยังได้ตั้งงบประมาณเพื่อปรับโครงสร้างธุรกิจของบริษัทที่ ปตท.ถือหุ้น 100% ได้แก่ การโอนกิจการน้ำมันให้ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (พีทีทีโออาร์) เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน จำนวน 159,600 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการเพิ่มทุนในพีทีทีโออาร์ นอกจากนี้ ยังจัดเตรียมงบลงทุนในอนาคตอีกจำนวน 245,200 ล้านบาท ที่เป็นส่วนเพิ่มเติมนอกเหนือจากงบลงทุน 5 ปีดังกล่าว รองรับการลงทุนใหม่ และที่จะเป็นนิว เอส-เคิร์ฟ ของ ปตท.ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า

    “ปตท.จัดทำแผนธุรกิจและตั้งงบประมาณเพื่อวัตถุประสงค์ที่จะรักษาความมั่นคงทางพลังงานของคนไทย ขยายการลงทุนเพื่อการเติบโตของธุรกิจทั้งในและนอกประเทศ ควบคู่กับการขับเคลื่อนรูปแบบธุรกิจแบบมีส่วนร่วม โดยจะเริ่มการลงทุนร่วมกับชุมชนในลักษณะวิสาหกิจเพื่อสังคม นอกจากนี้ ยังเป็นการลงทุนในกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้น และธุรกิจน้ำมัน พัฒนาสถานีบริการและธุรกิจค้าปลีกทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการปรับโครงสร้างทางธุรกิจ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพในการรองรับการดำเนินงานในระยะยาว” นายเทวินทร์กล่าว.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น