2561จ่อคุมเข้มโซเชียล จัดเต็ม‘หมวดเจี๊ยบ’อีก

  • Saturday, December 23, 2017 - 00:05

    คุมเข้มการเคลื่อนไหวทางการเมืองหลังปีใหม่ ผบ.ทบ.เผยจับตาปลุกปั่นในโซเชียลมีเดียเป็นพิเศษ ระบุการที่ทหารไปเยี่ยมบ้านเป็นเรื่องดีไม่ใช่คุกคาม อ่วม! คสช.ฟ้อง "หมวดเจี๊ยบ" ผิด พ.ร.บ.คอมพ์เพิ่มเป็น 9 กระทง

    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) กล่าวภายหลังมอบนโยบายในงานสรุปผลการปฏิบัติงาน ประจำปี 2560 และแถลงแผนการปฏิบัติงาน ประจำปี 2561 ว่า ไม่ได้ทำเพื่องานการเมือง ขอเน้นตรงนี้ อย่ามองทุกอย่างเป็นการเมืองไปหมด ประเทศไทยทำไมมองทุกอย่างเป็นการเมืองไปหมด ความยากจนก็เกิด ความเหลื่อมล้ำก็เกิด การกระจายรายได้ก็เกิด แต่ทุกคนไปมองทางการเมืองอย่างเดียว ต้องแก้หลายอย่าง ทั้งการเมือง การบริหารจัดการ การปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย การสร้างการรับรู้ การสร้างความเข้าใจ ซึ่งทุกคนต้องช่วยกัน เพราะอยู่ในห่วงโซ่ทั้งหมด

    "รัฐบาลคิดอะไรก็ตาม ผมเห็นในสื่อออกมารัฐบาลต้องทำให้ได้นะ ถ้าอย่างนั้นผมไม่ต้องคิดอะไรเลยมั้ง ผมอยู่เฉยๆ ดีกว่า ท่านจะได้ไม่กวดขันผม ท่านต้องบอกว่าที่รัฐบาลทำเป็นห่วงอะไร อยากให้รัฐบาลได้ดูแล ขณะเดียวกันขอให้ประชาชนติดตามตรงนี้บ้าง ผมขอแค่นี้ หรือติได้อย่างเดียว ผมก็ไม่รู้ ท่านต้องช่วยสร้างความร่วมมือด้วย วันนี้ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ ผมไม่โทษท่าน แต่ถ้าท่านทำได้ก็ดี หรือไม่ทำก็เรื่องของท่าน ผมก็ทำของผมให้ดีที่สุด มันจะทำได้ช้าหรือเร็ว ก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผมคนเดียว ขึ้นอยู่กับหลายส่วนด้วยกัน เข้าใจด้วยแล้วกัน" นายกฯ กล่าว

    เมื่อถามว่า หลังจากนี้งานของ คสช.จะผ่องถ่ายให้กอ.รมน.ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่เกี่ยว คนละเรื่อง คสช.คือ คสช. ไม่เกี่ยว เมื่อไหร่ที่มีรัฐบาลใหม่ คสช.ก็ไม่มี ก็จบ ไม่ได้ผ่องถ่ายอะไร

    ซักว่า บางงานของ คสช.ก็ไปอยู่ใน กอ.รมน. เช่น การสร้างความปรองดอง นายกฯ ตอบว่า “แล้วไง กอ.รมน.มีกฎหมายพิเศษอะไรของเขาหรือเปล่า คุณจะไปยุ่งวุ่นวายตรงนั้น เรื่องของผม คสช.คือ คสช. กอ.รมน.คือ กอ.รมน. คือหน่วยงานปกติ แต่ คสช.คือหน่วยงานไม่ปกติ เข้าใจซะก่อนตรงนี้ ถ้าปกติมันจะมีทำไม คสช.”

    ถามย้ำว่า จะทำอย่างไรให้งานไม่เกิดความซ้ำซ้อน พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวว่า “ก็มันไม่ซ้ำอยู่แล้ว ใครจะโง่ไปทำให้มันซ้ำเล่า มันอยู่ที่เธอคิดให้มันซ้ำนั่นแหละ”

    พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลการเคลื่อนไหวทางการเมืองในปี 2561 ว่า สิ่งที่ห่วงใยไม่ใช่การเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคล แต่เป็นการเคลื่อนไหวทางโซเชียลมีเดีย เพราะสร้างความกดดัน ความเกลียดชัง ปลุกปั่นยุยง ซึ่งตนก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งขณะนี้ได้มีการติดตามตรวจสอบ ยืนยันว่าการดูแลความเคลื่อนไหวทางการเมืองในปีหน้ายังคงใช้มาตรการเดิมตามปกติ ไม่มีอะไรน่ากังวล อยากขอร้องว่าไม่อยากให้มีการสร้างความเกลียดชังในสังคม โดยเฉพาะการปลุกระดม

    เมื่อถามว่า มาตรการต่างๆ ของ คสช.ในปีหน้า เช่น การเชิญบุคคลมาพูดคุย ยังเข้มข้นหรือไม่ ผบ.ทบ.ตอบว่า หากมีอะไรเน้นพูดคุยทำความเข้าใจ ในฐานะที่ต้องดูแลความมั่นคง ความพยายามตีกรอบให้อยู่ในจุดที่พอควร เหมือนคำโบราณว่า ตัดไฟเสียแต่ต้นลมดีกว่าปล่อยให้ลุกโชนแล้วค่อยไปดับ ซึ่งเชื่อว่าทุกคนก็เข้าใจ รวมถึงพรรคการเมือง ซึ่งเขาก็ต้องเดินไปตามกรอบอยู่แล้ว เพราะทุกอย่างเป็นไปตามแนวทางของกฎหมาย

    "เราจะใช้การพูดคุยทำความเข้าใจกัน การที่ทหารไปเยี่ยมบ้านไม่ใช่ว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดี แต่เป็นการไปแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน และไม่ใช่การคุกคาม เพราะบ้านเมืองต้องอยู่ด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกัน อะไรที่ยอมรับกันได้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี ทั้งหมดต้องพูดคุยกัน และเดินไปตามกฎกติกา เพื่อให้มีการเลือกตั้งตามที่ทุกคนมุ่งหวัง และคิดว่าไม่ควรจะเกิดอะไรขึ้นระหว่างทาง" พล.อ.เฉลิมชัยกล่าว

    ด้าน พล.ท.กู้เกียรติ ศรีนาคา แม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) กองทัพภาคที่ 1 กล่าวถึงมาตรการอำนวยความสะดวกประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ว่า ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 26 จังหวัดภาคกลาง รวมทั้ง กทม. กกล.รส. และกองกำลังป้องกันชายแดน จ.สระแก้ว (กองกำลังบูรพา) กับ จ.กาญจนบุรี (กองกำลังสุรสีห์) ตลอดจนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 1 ซึ่งเราจะร่วมกับส่วนราชการอื่น จัดจุดอำนวยความสะดวกให้ประชาชน 209 จุด

    “ผมขอให้ประชาชนมีความมั่นใจว่าทางกองทัพภาคที่ 1 ทหาร ตำรวจทุกคน และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ช่วยกันดูแลรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนให้เที่ยวปีใหม่อย่างมีความสุขและปลอดภัย พร้อมทั้งยืนยันว่าทางการข่าวในพื้นที่ภาคกลางยังไม่มีอะไรผิดปกติ” พล.ท.กู้เกียรติกล่าว

    ที่กรมพระธรรมนูญ นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย เดินทางมาขึ้นศาลทหาร เพื่อสืบพยานฝ่ายโจทย์นัดที่สาม คดีความผิดตามมาตรา 116 และเขียนบทความเป็นภาษาอังกฤษลงระบบออนไลน์ มีเนื้อหาเข้าข่ายขัด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากกรณีปาฐกถาที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทยช่วง พ.ค.57 โดยมีนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ รวมทั้งประชาชนบางส่วนเดินทางมาให้กำลังใจ นอกจากนี้ยังมีตัวแทนจากสถานทูตเยอรมนีประจำประเทศไทยเข้าร่วมสังเกตการณ์

    ขณะที่นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Watana Muangsook” ว่า ทุกคดีล้วนเกิดขึ้นจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนของ คสช.ทั้งสิ้น โดยกำหนดความผิดและโทษขึ้นตามอำเภอใจ เช่น การไม่มารายงานตัว การชุมนุมหรือเคลื่อนไหวทางการเมือง จากนั้นตั้งข้อหา ตีความตามใจชอบแล้วเอาคนที่ต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิของความเป็นคนมาขึ้นศาลทหาร อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ยังกล้าออกไปโกหกประชาคมโลกและคนไทยด้วยการออกมติ ครม. ให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ ช่างย้อนแย้งจนไม่น่าเชื่อว่าคนสติปกติจะทำได้

    เที่ยงวันเดียวกัน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(บก.ปอท.) พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารปฏิบัติการ ประจำกองบัญชาการกองทัพบก ปฏิบัติหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย คสช. เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ปัสสิทธิ์ ศรีสุโพธิ์ รอง สว.(สอบสวน) กก.2 ช่วยราชการ กก.3 บก.ปอท. ให้ดำเนินคดีกับ ร.ท.หญิงสุณิสา ทิวากรดำรง หรือหมวดเจี๊ยบ อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ฐานความผิดเข้าข่ายนำเข้าข้อมูลเท็จ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550

    พ.อ.บุรินทร์กล่าวตอบสั้นๆ ว่า มาแจ้งความดำเนินคดีกับรายเดิม แต่คราวนี้ไม่มีความผิดมาตรา 116 (ม.116) มีแค่ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพ์อย่างเดียว โดยเป็นการโพสต์ในโซเชียลฯ ใหม่ ไม่ใช่โพสต์เก่า

    ก่อนหน้านี้ คสช.แจ้งความเอาผิด ร.ท.หญิงสุณิสา ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และมาตรา 116 จากกรณีโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ที่ได้นำเสนอบทความหรือข้อความอันเป็นความเท็จและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก รวมแล้ว 9 กระทง

    ด้าน ร.ท.หญิงสุณิสากล่าวว่า ยิ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการกระทำของรัฐบาล คสช. ปฏิบัติต่อผู้มีความเห็นต่างจากรัฐบาล ใช้อำนาจปิดปาก ปิดหู ปิดตา สิ่งที่ทำกับตน เป็นการส่งสัญญาณไปยังบุคคลอื่น ไม่ให้กล้าตรวจสอบ รัฐบาลกำลังสร้างความกลัวให้กับคนอื่นในสังคม.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น