ถอยผุด‘เกสตาโปป.ป.ช.’

  • Saturday, December 23, 2017 - 00:06

    กมธ.เสียงข้างมากยอมถอย ตัดอำนาจดักฟังป.ป.ช. รับเวลายังไม่เหมาะสมแม้จำเป็น สนช.ปล่อยผี 9กรรมการอยู่ยาว กรธ.อัดอย่าสร้างปัญหาเอื้อวัชรพล "ชัชวาลย์" แจงทำเพื่อชาติช่วงเปลี่ยนผ่าน "พรเพชร" นัดลงมติเห็นชอบ 25 ธ.ค.

    ที่รัฐสภา เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม เวลา 09.00 น. ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยมีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในการประชุม ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต วาระ 2 และ 3 ต่อจากเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา ในมาตรา 37/1 เกี่ยวกับการเพิ่มอำนาจให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สามารถดักฟังข้อมูลได้

    นายสุรชัยชี้แจงว่า ขณะนี้มี 3 กลุ่มคือ กรรมาธิการเสียงข้างมาก กรรมาธิการเสียงข้างน้อย และสมาชิก สนช.ที่อภิปรายในประเด็นดังกล่าว ดังนั้นจะให้ตัวแทนของแต่ละกลุ่มอภิปรายสรุปในแต่ละครั้ง

    นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย อภิปรายว่า ป.ป.ช.เสนอกฎหมายให้อำนาจ ป.ป.ช.ดักฟัง ซึ่งละเมิดความเป็นส่วนตัวของประชาชน ละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน โดยอ้างว่าเป็นไปตามอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตของสหประชาชาติ ข้อที่ 50 ที่จะต้องทำ แต่ข้อที่ 50 จะต้องดูที่พื้นฐานและอยู่ภายใต้กฎหมายแต่ละประเทศด้วย ซึ่งประเทศไทยเองมีหน่วยงานที่ดักฟังอยู่แล้ว สิ่งที่น่าวิตกคือจะถูกครอบงำให้ใช้อำนาจทำลายล้างทางการเมืองและเรื่องส่วนตัวหรือไม่

    "แม้ว่าการดักฟังข่าวสารจะเป็นวิธีการที่ทำให้ได้พยานหลักฐาน แต่ ป.ป.ช.และกรรมาธิการเสียงข้างมากปฏิเสธที่จะกำหนดการถ่วงดุลอำนาจของ ป.ป.ช.ลงในกฎหมายไปด้วย เช่น กฎเกณฑ์ในการขออนุญาตต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเพื่อดักฟัง ซึ่งไม่ชัดเจน ระบุไว้เพียงว่าเป็นเหตุอันควรเชื่อซึ่งเป็นดุลยพินิจ ไม่ได้ระบุวิธีการรับผิดชอบหากดักฟังผิดคน ไม่มีการระบุวิธีการทำลายข้อมูลที่ดักฟัง ไม่ระบุรายละเอียดของรายงานที่ต้องยื่นต่อศาลหลังมีการเข้าถึงข้อมูล อีกทั้งระยะเวลา 90 วันที่จะต้องยื่นรายงานนั้นนานเกินไป และไม่ระบุเงื่อนไขอื่นๆ ตามหลักการสากลเมื่อเปรียบเทียบกับกฎหมายในต่างประเทศอย่างสหรัฐอเมริกาที่ยังกำหนดให้รายงานผลการดักฟังภายใน 10 วันด้วย" นายภัทระระบุ

    ทั้งนี้ ผลงานชิ้นโบแดงของ ป.ป.ช.ที่ผ่านมาคือ คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว จับคนทุจริตทั้งนักการเมืองและข้าราชการมาลงโทษได้โดยปราศจากเครื่องมือดักฟัง ซึ่งหลักการเดิมที่เป็นหัวใจของกฎหมาย ป.ป.ช.คือการถ่วงดุลอำนาจ โดยให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบ ป.ป.ช.ได้ แต่ถูกถอดออก ดังนั้นร่างกฎหมายฉบับนี้จึงให้อำนาจเบ็ดเสร็จแก่ ป.ป.ช.จนเกินไป ซึ่งในอนาคตอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือทำลายคู่แข่งทางการเมือง หรืออาจถูกยุบควบรวมกับหน่วยงานอื่น เนื่องจากมีอำนาจมากจนเป็นภัยต่อรัฐบาลได้

    ด้าน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานป.ป.ช. ในฐานะตัวแทนกรรมาธิการเสียงข้างมาก อภิปรายว่า ป.ป.ช.ต้องแสวงหาเครื่องมือใหม่มาใช้ให้การทำงานเพื่อให้มีประสิทธิภาพ และผู้ที่เกี่ยวข้องเองสามารถร้องคัดค้านได้ตลอดเวลาทุกขั้นตอน อีกทั้งเหตุอันควรในการยื่นขอเข้าถึงข้อมูลนั้นไม่ใช่ดุลยพินิจของคนคนเดียว แต่ต้องเป็นมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งถือเป็นการตรวจสอบสำนักงาน ป.ป.ช.อยู่แล้ว

    ขณะที่นายสมชาย แสวงการ สมาชิก สนช. ได้ลุกขึ้นอภิปรายว่า ขอเสนอว่าหากยังเดินหน้ากันต่อไปเพื่อให้มีการลงมติจะเกิดประเด็นขึ้นโดยไม่จำเป็นได้ อีกทั้งขณะนี้จังหวะและโอกาสถือว่าไม่เหมาะสม เพราะปัญหาของบ้านเมืองยังมีอีกหลายเรื่องที่รอให้เข้าไปดำเนินการ ดังนั้น กรรมาธิการทั้งเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยจึงควรไปหารือกันนอกรอบเป็นการภายในก่อนดีกว่าว่าจะถอนมาตราดังกล่าวออกไปก่อนหรือไม่

    จากนั้น กรรมาธิการเสียงข้างมากและกรรมาธิการเสียงข้างน้อยได้ออกจากที่ห้องประชุมไปหารือกันนอกรอบ ขณะที่ในห้องประชุม สมาชิก สนช.ก็ยังอภิปรายในประเด็นนี้กันต่อ

    กระทั่งเวลา 11.30 น. พล.ต.อ.ชัชวาล สุขสมจิตร์ ประธานกรรมาธิการฯ ชี้แจงภายหลังการหารือนอกรอบเป็นการภายในระหว่างกรรมาธิการเสียงข้างมากและกรรมาธิการเสียงข้างน้อย นานกว่า 15 นาที ว่าการดักฟังถือเป็นเครื่องมือที่มีความจำเป็น แต่กรรมาธิการฯ ไม่ต้องการให้สภา เสียเวลากับปัญหาดังกล่าว อีกทั้งเห็นว่าขณะนี้เวลายังไม่เหมาะสม แม้ว่าจะเป็นเครื่องมือที่มีความจำเป็นก็ตาม แต่เมื่อมีข้อกังวลว่าอาจจะเกิดผลกระทบในวงกว้างได้ ไม่อยากให้บานปลายออกไป ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ จึงเห็นควรให้ถอนมาตรา 37/1 รวมถึงมาตรา 37/2 และมาตรา 37/3 ออกไปก่อน นอกจากนี้ เมื่อถอนมาตราดังกล่าวออกไปแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีมาตรา 36 ของรัฐธรรมนูญอยู่ในคำปรารภ ดังนั้น ขอให้ตัดตรงนี้ออกไปด้วย เพื่อที่สมาชิก สนช.จะได้สบายใจว่าไม่มีอะไรที่ยังหลงเหลืออยู่อีกต่อไปด้วย

    ต่อมาพิจารณาประเด็นที่สำคัญคือ มาตรา 100 ว่าด้วยแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและคู่สมรส ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญกำหนดให้คู่สมรสในที่นี้หมายความรวมถึงคู่สมรสที่อยู่กินฉันสามีภริยาที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสด้วย โดยสมาชิก สนช.ไม่ได้อภิปรายท้วงติงแต่อย่างใด

    อย่างไรก็ตาม มาตรา 178 ว่าด้วยการให้กรรมการป.ป.ช.ชุดปัจจุบันยังสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้จนกว่าจะครบวาระการดำรงตำแหน่ง และยกเว้นไม่ให้นำคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการ ป.ป.ช.บางประการตามที่ร่าง พ.ร.ป.มาบังคับใช้ โดยสมาชิกสนช.ได้ใช้เวลาในการอภิปรายประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง

    นายเจษฎ์ โทณะวณิก ที่ปรึกษาคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ไม่เห็นด้วยกับการให้กรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันที่มีคุณสมบัติไม่ครบและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญอยู่ในตำแหน่งต่อไป กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มีเจตนารมณ์ที่ต้องการเดินหน้าปฏิรูปประเทศ ดังจะเห็นได้จากการกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการในองค์กรอิสระ ดังนั้น กรรมการองค์กรอิสระที่จะสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้ ควรจะต้องมีคุณสมบัติต้องตรงตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย

    "ในสภาแห่งนี้เคยอภิปรายเรื่องหลักนิติธรรมเรื่องการให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พ้นจากตำแหน่ง และให้ผู้ตรวจการแผ่นดินและศาลรัฐธรรมนูญอยู่ดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบ อีกองค์กรหนึ่งพ้นไปแต่อีกองค์กรหนึ่งอยู่จนครบ แต่สำหรับกรณีของ ป.ป.ช.นั้น ผมอยากให้รักษาหลักการในเรื่องการให้กรรมการ ป.ป.ช.ต้องมีคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้ใครมากล่าวอ้างได้ว่าการพิจารณาร่างกฎหมายนี้ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ" นายเจษฎ์ระบุ

    นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมการ กรธ.ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย กล่าวว่า หาก สนช.ลงมติเห็นชอบไปตามที่ กมธ.เสียงข้างมากแก้ไข จะเท่ากับเป็นการให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมายกเว้นบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ โดยเมื่อไม่นานมานี้มีการเอกสารของสภาเปิดเผยออกมาว่าจะการยกเว้นไม่นำคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามดังกล่าวมาใช้บังคับจะมีผลต่อกรรมการ ป.ป.ช.คนใด ปรากฏว่ามีการระบุชื่อ 2 คน คือ พล.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ และกรรมการ ป.ป.ช.อีกคนหนึ่ง ซึ่งไม่ขอเอ่ยชื่อ หากลงมติไปตามนี้จะทำให้ป.ป.ช.ทั้งสองไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ เพราะจะถูกร้องเรียนตลอดว่ามีคุณสมบัติไม่ตรง และมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญตลอดเวลา และจะเป็นปัญหาวิกฤติในอนาคต

    พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ประธานคณะ กมธ.วิสามัญฯ ชี้แจงว่า ไม่ได้พิจารณาว่าบทเฉพาะกาลนี้จะเป็นไปเพื่อรองรับใคร แต่เป็นไปเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหา ซึ่งสิ่งสำคัญเป็นเรื่องของการที่ผู้ดำรงตำแหน่งอยู่เดิมและมีศักยภาพ ยืนยันว่า กมธ.ฯ ได้พิจารณาด้วยความรอบคอบ ทำเพื่อประเทศชาติ และคิดว่าผู้ที่อยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไปน่าจะสามารถช่วยประเทศชาติได้ในช่วงกำลังเปลี่ยนผ่าน และแก้ไขปัญหาการทุจริตให้เรียบร้อย โดยได้ดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว แต่ในอนาคตใครจะว่าอย่างไรสามารถชี้แจงได้

    ในที่สุด ที่ประชุม สนช.ไม่ได้มีการแก้ไขเนื้อหาในมาตรา 178 โดยยังคงให้เป็นไปตามเนื้อหาที่คณะ กมธ.วิสามัญเสียงข้างมากแก้ไข บัญญัติว่า “ให้ประธานกรรมการ ป.ป.ช.และกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระตามที่กำหนดในพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 หรือพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 19 เว้นแต่กรณีตามมาตรา 19 (3) ในส่วนที่เกี่ยวกับการขาดคุณสมบัติตามมาตรา 9 และลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 11 (1) และ 18 มิให้นำมาใช้บังคับ”

    ภายหลังที่ประชุม สนช.อภิปรายเสร็จสิ้นครบทั้ง 193 มาตรา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า การลงมติเป็นรายมาตราในวาระ 2 และการให้ความเห็นชอบในวาระ 3 จะมีขึ้นในวันที่ 25 ธ.ค. เวลา 10.00 น. และสั่งปิดการประชุมเวลา 18.00 น.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น