ปลดล็อกหลังเม.ย. ให้'พรรคเก่า'เซ็กสมาชิกภาพ/1มี.ค.'ขาใหม่'จดตั้ง

  • Saturday, December 23, 2017 - 00:07

    "บิ๊กตู่" งัด ม.44 แก้ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ขยายเวลาจัดทำรายชื่อสมาชิกเริ่มวันที่ 1 เม.ย.61 ส่วนพรรคใหม่ดำเนินการได้ตั้งแต่ 1 มี.ค.61 แต่ต้องได้รับอนุญาตจาก คสช. แถมยังห้ามทำกิจกรรมจนกว่าคำสั่งคสช.ยกเลิก อ้างไม่ให้มีผู้ฉวยโอกาสป่วน "วิษณุ" ฟุ้งคำสั่งเหมือนวิทยานิพนธ์ แจงคลายล็อก 3 ขั้นตอนหลัง 1เม.ย.ถึงจะมีการปลดล็อก "ไพบูลย์” เผย สนช.เห็นพ้องงดเว้น “ไพรมารีโหวต” พร้อมเสนอให้ คสช.คงอำนาจต่อจนกว่ารับรองผลการเลือกตั้ง นายกฯ เปิดตำราฝรั่งอ้างคนส่วนใหญ่ทั่วโลกใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยลง

    เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

    (คสช.) ที่ 53/2560 ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เรื่องการดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ระบุว่า ตามที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มีผลใช้บังคับแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2560 ซึ่งพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นก่อนหน้านั้นต้องเริ่มดำเนินการต่างๆ ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ส่วนบุคคลซึ่งประสงค์จะจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ ก็ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองได้โดยดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายบัญญัติ แต่เนื่องจากประกาศ คสช. ฉบับที่ 57/2557 เรื่อง ให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญบางฉบับมีผลบังคับใช้ต่อไป และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 เรื่อง การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ ยังมีผลใช้บังคับ การดำเนินกิจกรรมทางการเมืองเช่นว่านี้จึงยังไม่อาจกระทำได้

    คำสั่งหัวหน้า คสช.ระบุว่า ผลจากการนี้ทำให้พรรคการเมืองทั้งที่จัดตั้งขึ้นแล้วและกำลังเตรียมจะจัดตั้งขึ้นใหม่อาจเกรงว่าหากไม่สามารถดำเนินการต่างๆ ได้ทันภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด จะเป็นเหตุให้เสียสิทธิในการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งและการได้รับการจัดสรรเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง คสช.ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า แม้สถานการณ์รอบด้านในขณะนี้จะสงบเรียบร้อย แต่ก็ยังมีความจำเป็นต้องคงประกาศและคำสั่งดังกล่าวต่อไปอีกระยะหนึ่งเพื่อไม่ให้มีผู้ฉวยโอกาสอ้างการดำเนินการตามกฎหมายไปกระทำกิจกรรมทางการเมืองอื่น อันกระทบกระเทือนต่อความสงบเรียบร้อยและความปกติสุขในบ้านเมือง ซึ่งกำลังดำเนินมาด้วยดี ตลอดจนกระทบต่อบรรยากาศความสามัคคีปรองดอง การอยู่ระหว่างการจัดทำแผนการปฏิรูปประเทศ และการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ประกอบกับในขณะนี้สภานิติบัญญัติแห่งชาติยังพิจารณาร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา และร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่แล้วเสร็จ

    แต่ทั้งนี้ การคงประกาศและคำสั่งดังกล่าวต่อไปอีกระยะหนึ่ง ต้องไม่ทำให้พรรคการเมืองเสียสิทธิและโอกาส ตามกฎหมาย จึงสมควรขยายกำหนดเวลาตามบทเฉพาะกาล มาตรา 141 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ซึ่งกำหนดเวลาดังกล่าวอาจขยายได้อยู่แล้วเป็นกรณีๆ ไป โดยได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนพรรคการเมือง แต่เพื่อให้ทุกพรรคการเมืองได้รับประโยชน์เสมอกัน จึงควรได้รับการพิจารณาไปพร้อมกัน จำเป็นต้องมีการจัดทำทะเบียนรายชื่อสมาชิกให้ถูกต้องเรียบร้อย เป็นปัจจุบัน ไม่ซ้ำซ้อนกับรายชื่อสมาชิกพรรคการเมืองอื่น สมาชิกต้องมีอุดมการณ์ ทางการเมืองในแนวทางเดียวกันมิใช่เข้าเป็นสมาชิก เพราะการรวบรวมรายชื่อกันมาหรือเพราะเหตุจูงใจอย่างอื่น ทั้งต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม และยังต้องมีหน้าที่และความรับผิดชอบตามกฎหมายอีกด้วย

    ดังนั้น เพื่อให้มาตรการเกี่ยวกับพรรคการเมืองได้ผลในการปฏิรูป และเพื่อให้การจัดทำทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง พร้อมทั้งการแสดงหลักฐานยืนยันตัวบุคคล ที่อยู่ เจตนารมณ์และการชำระค่าบำรุงพรรคการเมืองเป็นไป โดยถูกต้องเรียบร้อย เป็นปัจจุบัน ไม่เกิดความยุ่งยากสับสนหรือความเหลื่อมล้ำระหว่างพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นก่อนแล้ว ไม่ว่าจะมีสมาชิกจำนวนมากหรือน้อย และระหว่างพรรคการเมืองเหล่านั้นกับพรรคการเมืองที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ จึงควรให้เสรีภาพแก่บุคคลในการที่จะพิจารณาตรวจสอบกฎหมาย และข้อบังคับต่างๆ เสียใหม่ และทบทวนการตัดสินใจเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง โดยรอบคอบ ชัดเจน อิสระ และสมัครใจ ไม่อยู่ภายใต้ความกดดันหรือข้อผูกพันใดๆ ด้วยการเป็นฝ่ายยืนยันเจตนารมณ์ โดยมิได้มีการสลายสมาชิกภาพแล้วเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดแต่อย่างใด ซึ่งหากพรรคการเมืองใดมีสมาชิกถูกต้องครบถ้วนตามลักษณะดังกล่าวอยู่แล้ว ไม่ควรได้รับการกระทบกระเทือนมากนัก

    เริ่มเช็กชื่อ 1 เม.ย.

    อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 หัวหน้า คสช. โดยความเห็นชอบของคสช. จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ให้ยกเลิกความในมาตรา 140 มาตรา 141 และมาตรา 142 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

    “มาตรา 140 ให้พรรคการเมืองที่จัดตั้งหรือเป็นพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2550 และยังดำรงอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ เป็นพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ และให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองดังกล่าวที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24 เป็นสมาชิก และยังคงเป็นคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้นต่อไป และให้สมาชิกซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24 และประสงค์จะเป็นสมาชิกพรรคการเมืองนั้นต่อไปมีหนังสือยืนยันการเป็นสมาชิกต่อหัวหน้าพรรคการเมืองนั้น พร้อมทั้งแสดงหลักฐานการมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24 และชำระค่าบำรุงพรรคการเมืองภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 เมื่อพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว สมาชิกผู้ใดมิได้มีหนังสือแจ้งยืนยันการเป็นสมาชิก ให้เป็นอันพ้นจากสมาชิกของพรรคการเมืองนั้น และให้พรรคการเมืองแจ้งให้นายทะเบียนทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พ้นกำหนดเวลาดังกล่าว

    มาตรา 141 ในวาระเริ่มแรก ให้พรรคการเมืองตามมาตรา 140 ดำเนินการในเรื่องและภายในระยะเวลา ดังต่อไปนี้ (1) จัดให้มีทุนประเดิมจำนวนหนึ่งล้านบาท และแจ้งให้นายทะเบียนทราบภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 (2) จัดให้สมาชิกซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24 จำนวนไม่น้อยกว่าห้าร้อยคนชำระค่าบำรุงพรรคการเมืองสำหรับปี พ.ศ.2561 ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 และให้พรรคการเมืองแจ้งให้คณะกรรมการทราบพร้อมด้วยหลักฐานแสดงการชำระค่าบำรุงพรรคการเมืองสำหรับปีที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับภายในสิบห้าวันนับแต่วันพ้นระยะเวลาชำระค่าบำรุงพรรคการเมืองดังกล่าว

    (3) จัดให้สมาชิกซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 24 ชำระเงินค่าบำรุงพรรคการเมืองให้ได้จำนวนไม่น้อยกว่าห้าพันคนภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 และให้ได้จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคนภายในสี่ปีนับแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 เมื่อพ้นระยะเวลา สี่ปีดังกล่าวแล้วให้สมาชิกภาพของสมาชิกที่มิได้ชำระค่าบำรุงพรรคการเมืองเป็นอันสิ้นสุดลง และให้ นายทะเบียนสมาชิกแจ้งให้นายทะเบียนทราบ ตามรายการและวิธีการที่นายทะเบียนกำหนด

    (4) จัดให้มีการประชุมใหญ่เพื่อแก้ไขข้อบังคับและจัดทำคำประกาศอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคการเมืองและนโยบายของพรรคการเมืองให้ถูกต้องตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ และเลือกหัวหน้าพรรคการเมือง เลขาธิการพรรคการเมือง เหรัญญิกพรรคการเมือง นายทะเบียนสมาชิก และกรรมการบริหารอื่นของพรรคการเมือง ตามข้อบังคับของพรรคการเมือง ที่แก้ไขใหม่ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่มีการยกเลิกประกาศ คสช.ฉบับที่ 57/2557 และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 การประชุมใหญ่ดังกล่าวนอกจากจะต้องดำเนินการตามข้อบังคับของพรรคการเมืองที่ใช้บังคับอยู่แล้ว ยังต้องมีหัวหน้า สาขาพรรคการเมืองไม่น้อยกว่าสี่สาขา และมีสมาชิกของพรรคการเมืองซึ่งรวมกันแล้วมีจำนวนไม่น้อยกว่าสองร้อยห้าสิบคน เข้าร่วมประชุมและมีสิทธิลงคะแนนเสียงในการแก้ไขข้อบังคับและเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคด้วย

    (5) จัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดให้ครบถ้วนตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ พร้อมทั้งแจ้งรายการตามมาตรา 33 และมาตรา 35 ภายในกำหนดเวลาตาม (4)

    ยังต้องขออนุญาต คสช.

    ข้อ 2 ให้ยกเลิกความในมาตรา 144 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

    “มาตรา 144 ในการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกที่มีขึ้น ภายหลังจากวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ หากพรรคการเมืองใดยังมีสาขาพรรคการเมืองไม่ครบถ้วนตามมาตรา 33 ให้คณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา 49 ของพรรคการเมืองดังกล่าว ประกอบด้วยกรรมการบริหารพรรคการเมืองจำนวนสี่คน และหัวหน้าสาขาพรรคการเมือง และตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัด ซึ่งเลือกกันเองจนครบจำนวนเจ็ดคน ในกรณีที่พรรคการเมืองใดมีหัวหน้าสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดรวมกันไม่ถึงเจ็ดคน ให้พรรคการเมืองจัดให้มีการเลือกตัวแทนสมาชิกเพื่อให้ได้จำนวนที่ยังขาดอยู่จนครบจำนวนเจ็ดคน ทั้งนี้ การเลือกกันเองของหัวหน้าสาขาพรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำจังหวัดหรือการเลือกตัวแทนสมาชิกให้เป็นไปตามข้อบังคับ”

    ข้อ 3 ให้ยกเลิกวรรคสองของมาตรา 146 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560

    ข้อ 4 ในการดำเนินการตามมาตรา 140 และมาตรา 141 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ห้ามมิให้พรรคการเมืองตามมาตรา 140 จัดให้มีการประชุมใหญ่ตามมาตรา 141 (4) รวมทั้งการจัดตั้งสาขาพรรคการเมืองและตัวแทน พรรคการเมืองประจำจังหวัดตามมาตรา 141 (5) การประชุมสมาชิกพรรคการเมือง หรือการดำเนินการอื่นใดในทางการเมืองนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในคำสั่งนี้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก คสช. ทั้งนี้ ให้นำข้อห้ามตามข้อ 2 แห่งประกาศ คสช. ฉบับที่ 57/2557 และข้อ 12 แห่งคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 มาใช้บังคับ

    ข้อ 5 เพื่อให้การจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่สามารถดำเนินการทางธุรการและมีโอกาสเตรียมการเพื่อเข้าสู่ช่วงเวลาการทำกิจกรรมทางการเมืองไปพร้อมกับพรรคการเมืองที่จัดตั้งขึ้นก่อนแล้ว ให้ผู้ที่ประสงค์จะจัดตั้งพรรคการเมืองขึ้นใหม่ดำเนินการตามหมวด 1 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2561 แต่การประชุม เพื่อยื่นคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองตามมาตรา 10 ต้องได้รับอนุญาตจาก คสช. และให้ดำเนินกิจกรรมได้เท่าที่ได้รับอนุญาตหรือตามเงื่อนไขที่คสช.กำหนด

    ข้อ 6 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือนายทะเบียนพรรคการเมืองมีอำนาจกำหนด โดยทำเป็นประกาศ ระเบียบ หรือคำสั่ง แล้วแต่กรณี เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งนี้ และจะกำหนดให้ การที่พรรคการเมืองจะต้องแจ้งหรือรายงานเรื่องใดต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือนายทะเบียน พรรคการเมืองอาจกระทำโดยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์แทนการมายื่นด้วยตนเองก็ได้

    ข้อ 7 ในกรณีมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 หรือคำสั่งนี้ ให้หารือคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ คสช.แล้วแต่กรณี

    ข้อ 8 เมื่อมีการประกาศพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ..... ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้คณะรัฐมนตรี แจ้ง คสช.เพื่อพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกกฎหมายประกาศ คสช. หรือคำสั่งหัวหน้า คสช. อันเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินการของพรรคการเมือง และร่วมกันจัดทำแผนและขั้นตอนการดำเนินการทางการเมือง เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งทั่วไปที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ โดยให้หารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และจะเชิญผู้แทนพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองต่างๆ เข้าหารือด้วยก็ได้

    ปลดล็อกหลัง 1 เม.ย.61

    ก่อนหน้านั้น พล.อ.ประยุทธ์เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนได้ลงนามในคำสั่งหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 เรื่องการขยายกรอบเวลาดำเนินการตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ให้สามารถดำเนินงานธุรการแล้ว ซึ่งตนเป็นคนเจอปัญหา ก็ต้องแก้ไข โดยแก้ไขด้วยวิธีการของตน ไปอ่านเอาเอง สงสัยก็ถามมา

    ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ไข พ.ร.ป.พรรคการเมืองว่า วาระสำคัญจะกำหนดให้พรรคการเมืองทั้งเก่าและใหม่ได้ดำเนินการตามกรอบเวลา 3 ระดับ คือ 1.นับตั้งแต่วันประกาศไปจนถึงวันที่ 1 มี.ค.61 2.จากวันที่ 1 มี.ค.61 ไปจนถึง 1 เม.ย.61 และ 3.จากวันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นไป หลังจากนั้นจะมีการปลดล็อกพรรคการเมือง จะยกเลิกประกาศ คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการเลือกตั้งโดยเสรี

    นายวิษณุกล่าวว่า คำสั่งฉบับดังกล่าวจะเป็นการผ่อนคลาย โดยเห็นว่าพรรคการเมืองใหม่หากให้เดินหน้าพร้อมกับพรรคการเมืองเก่าจะทำให้เสียเปรียบ เพราะว่ายังไม่ถือเป็นพรรคการเมือง จึงต้องร่นเวลาเผื่อสำหรับให้ดำเนินการเตรียมการ 1 เดือน เพื่อจองชื่อพรรค หาสมาชิกพรรคไม่ต่ำกว่า 500 คน ก่อนประชุมเพื่อจัดตั้งพรรค จากนั้นจึงยื่นขอจดทะเบียนพรรค หลังจากนั้นนายทะเบียนจะใช้เวลาประมาณ 30 วันพิจารณาว่าจะให้ตั้งพรรคได้หรือไม่ ส่วนพรรคการเมืองเก่า คสช.จะคลายล็อกให้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นไป เพื่อให้ดำเนินการตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง ในการตรวจสอบสมาชิกภาพพรรค หาทุนประเดิมพรรค แต่ยังไม่อนุญาตให้พรรคใหญ่ เพราะจะประชุมใหญ่ได้ต้องรอให้มีการปลดล็อกเสียก่อน แต่จะปลดล็อกเมื่อไรต้องดูในคำสั่งข้อสุดท้ายแล้วจะเข้าใจ เพราะการปลดล็อกได้ผูกกับเงื่อนไขว่าตามที่ตนได้ชี้แจงไปแล้ว

    รองนายกฯ กล่าวว่า พรรคการเมือเก่าหากมีความจำเป็นจะต้องเปิดประชุมกรรมการบริหารเพื่อดำเนินการเรื่องต่างๆ สามารถขออนุญาตมายัง คสช.ได้ คำสั่งฉบับนี้ ขอให้ค่อยๆ อ่าน เพื่อความเข้าใจ อ่านไปอย่ายั่วไป มีความยาวเหมือนวิทยานิพนธ์ 1 เล่ม ต้องอ่านตั้งแต่หน้าแรกถึงหน้าสุดท้าย จึงจะเข้าใจเหตุผลและขั้นตอนทั้งหมด ก่อนออกคำสั่ง คสช. ได้ประเมินแรงกระเพื่อมทางการเมืองไว้แล้ว หากพรรคการเมืองให้ความร่วมมือดี ทุกอย่างน่าจะเรียบร้อยไม่มีปัญหา เพราะจากคำสั่งดูแล้วไม่ทำให้ใครเดือดร้อนหรือเสียประโยชน์ และคำสั่งนี้ประชาชนได้ประโยชน์

    “คสช.ได้พิจารณาแล้วว่าการขยายกรอบเวลาให้พรรคการเมืองในครั้งนี้ ยังไม่มีอะไรที่ทำให้เหลื่อมล้ำเวลาของโรดแมปที่วางเอาไว้ พร้อมยืนยันว่าการเลือกตั้งยังอยู่ในโรดแมปเดิมที่ได้แจ้งเอาไว้ เว้นแต่จะมีตัวแปรอย่างอื่น ซึ่งไม่มีใครรู้ และไม่อยากพูดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น” นายวิษณุกล่าว

    ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานเครือข่ายประชาชนปฏิรูป แถลงภายหลังเข้าชี้แจงข้อเสนอขอแก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 กรณีปัญหาความเหลื่อมล้ำ และความไม่เป็นธรรมระหว่างสมาชิกพรรคการเมืองและพรรคการเมือง ต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะ และรวบรวมความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย เป็นประธาน ซึ่งมีตัวแทนของพรรคการเมืองขนาดเล็กเข้าร่วม อาทิ พรรคประชาธิปไตยใหม่ เครือข่ายปฏิรูปการเมืองยุคใหม่ รวมถึงตัวแทนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

    โดยนายไพบูลย์แถลงว่า ตนได้เสนอเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและสองมาตรฐานระหว่างสมาชิกพรรคการเมืองเดิมกับสมาชิกพรรคการเมืองที่ตั้งขึ้นใหม่ จึงขอให้แก้ไขมาตรา 140 และ 141 โดยให้สมาชิกที่ยังไม่จ่ายค่าสมาชิก ให้พ้นสมาชิกภาพทันที จากเดิมที่สมาชิกภาพยังสามารถรักษาสถานะได้ 4 ปี แม้ยังไม่จ่ายค่าสมาชิก เพื่อให้พรรคเก่าและพรรคใหม่มีความเท่าเทียมกัน อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังมีความเห็นต่างกัน ซึ่งส่วนตัวไม่ติดใจหากไม่มีการแก้ไข เพียงแต่ทักท้วงเพื่อให้ตระหนักถึงข้อกฎหมายที่มีอยู่

    งดเว้นไพรมารีโหวต

    นอกจากนี้ ประเด็นที่ขอให้งดเว้นกระบวนการไพรมารีโหวต เพื่อให้พรรคการเมืองเดิมและการเมืองใหม่ สามารถส่งผู้สมัครได้ทันต่อการเลือกตั้ง ตามที่นายกรัฐมนตรีประกาศว่าจะเลือกตั้งในเดือน พ.ย.2561 จึงเสนอให้งดเว้นการบังคับใช้เรื่องไพรมารีโหวต มาตรา 47 -56 และนำไปใช้ในการเลือกตั้งคราวต่อไปแทน

    "ซึ่งประเด็นนี้ที่สมาชิก สนช.เกือบทั้งหมดต่างเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ไปในทิศทางเดียวกัน ขณะเดียวกัน เพื่อให้การดูแลความสงบเรียบร้อยของ คสช.ดำเนินไปได้ จึงเสนอให้คงอำนาจของ คสช.ไปจนกว่าเสร็จสิ้นกระบวนการเลือกตั้ง และ กกต.จะประกาศรับรองผลเลือกตั้ง"

    นายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม ให้เหตุผลถึงการใช้ ม.44 ขยายกรอบเวลาดำเนินการตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง จะทำให้ทั้งพรรคเก่าและพรรคใหม่ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบว่า เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น เทียบไม่ได้กับความเสียหายของประเทศที่สูญเสียความเชื่อมั่นซ้ำซาก เพราะที่รัฐบาลไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่ออกมาเสียเอง ขัดกับหลักนิติธรรมอย่างชัดเจน ทำเพื่อตนเองและพวกพ้อง มีการดำเนินการเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่น อย่างเป็นกระบวนการ เพื่อปูทางนายกรัฐมนตรีมาจากคนนอกได้ มีการใช้งบประมาณแผ่นดินหาเสียงล่วงหน้าไปประชุม ครม.สัญจรที่ไหน ก็ประกาศให้งบประมาณเท่านั้นเท่านี้ ทั้งเกณฑ์ประชาชนมาเพื่อฟังคำถามนำว่า จะสนับสนุนให้เป็นนายกฯ ต่อหรือไม่

    นายชวลิตกล่าวว่า จากข้อมูลดังกล่าวรู้สึกเสียดายเวลาหลังจากรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 6 เม.ย.60 แทนที่จะผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เพื่อส่งสัญญาณบวกต่อนานาชาติว่าบ้านเมืองจะเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นประเทศให้กลับคืนมา แต่กลับยิ่งกระชับอำนาจนอกระบบให้ยาวนานเกินเหตุ ทำลายหลักนิติธรรม ทำลายระบบกฎหมายของประเทศให้ขาดความน่าเชื่อถือ

    ช่วงค่ำ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ตอนหนึ่งว่า ตนอ่านหนังสือ "เศรษฐกิจดิจิทัล" เขียนโดยดอน แท็ปสก็อต ซึ่งเป็นนักเขียนที่ได้รับความนิยมเจ้าของหนังสือ "วิกิโนมิกส์" และ "โกรวน์ อัพ ดิจิทัล" แปลและเรียบเรียง โดย พรศักดิ์ อุรัจฉัทชัยรัตน์ ซึ่งกล่าวไว้อย่างน่าสนใจ จะผิดจะถูกไปคิดไปอ่านกัน ว่าหากเรามองไปรอบๆ ตัวแล้ว หลายประเทศในโลกก็ประสบปัญหาทางการเมืองคล้ายๆ กัน อาจสังเกตได้ว่าปัญหาทางการเมืองใหญ่โตมากขึ้นตามจำนวนประชากร ที่เขาติดตามวิเคราะห์มาก็แนวโน้มในการที่ประชาชนจะเลือก งดออกเสียง ยังไม่นับกลุ่มคนที่ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อนักการเมือง พรรคการเมืองที่ผ่านมา

    "ผมพูดถึงนอกประเทศนะ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา คนออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งน้อยลงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี หรือแม้แต่สหรัฐอเมริกาเอง นี่ผมยกตัวอย่างต่างประเทศให้ฟัง ที่เคยมีผู้ออกไปใช้สิทธิ์ เกือบร้อยละ 90 ในปี 1992 ลดลงมาเหลือ ประมาณ 66% ในปี 2012 ก็อาจกล่าวได้ว่า "ประชาธิปไตยในรูปแบบของสภาผู้แทน" นั้นอาจหมดสมัยไปแล้ว กลายเป็นยุค "ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม" นี่เขาเขียนมานะครับ เป็นคนต่างประเทศ แล้วเป็นประเทศใหญ่ๆ ทั้งสิ้นนั่นแหละ เราก็เอามาคิดดูซิว่าควรจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต วันนี้เราก็จะแก้ไขอะไรไม่ได้ทั้งสิน แต่เป็นการคิดเพื่ออนาคต"

    พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า หลักการที่เขาว่ามามี 5 ประการที่ต้องคำนึงถึง ดังนี้ 1.ความซื่อสัตย์ 2.ความรับผิดชอบ (ของประชาชน) เราจะต้องไม่สนับสนุนนักการเมืองที่เห็นแก่เงิน หรือใช้เงินในการลงทุนเพื่อเข้าสู่การเมือง และแสวงหาผลประโยชน์ให้ได้ในอนาคต 3.การพึ่งพาอาศัยกัน โดยรัฐบาลที่ดีและมั่นคง ก็จะเกิดจากการที่ภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และสังคม ช่วยกันสร้างชุมชนที่แข็งแรง มีกฎเกณฑ์ และกฎหมาย ที่มีคุณภาพ อันนี้เราก็มีประชารัฐไง ก็ค่อนข้างจะตรงกับเขาอยู่เหมือนกัน 4.การเข้าถึงจิตใจประชาชนนักการเมือง และรัฐบาล สามารถแบ่งปันและสร้างความเข้าใจกับประชาชนได้ง่ายขึ้น 5.ความโปร่งใสซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่น ทั้งยังเป็นแกนกลางที่สร้างความไว้วางใจระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับองค์กร

    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า 3 ปีที่ผ่านมารัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ อาจจะติดอยู่บ้าง บางกลุ่ม บางขั้วที่มองต่างไปจากเรา ตนพยายามจะเรียนรู้ ทุกคนก็ต้องช่วยกันเรียนรู้ไว้บ้าง ต้องช่วยคิด ช่วยทำ อย่าติติง อย่ามองทุกอย่างเป็นเรื่องของการเมือง

    "วันนี้อยากฟังปีหน้า ของขวัญปีใหม่ให้ผม ขออย่างเดียว พูดในเชิงสร้างสรรค์แค่นั้น ถ้าไม่ทำวันนี้ วันหน้าใครจะเป็นรัฐบาลก็ยังไม่รู้ ถ้าท่านได้เป็น ก็ต้องเจอปัญหานี้อยู่ดี แล้วท่านจะทำแบบเดิมเหรอ ผมคิดว่าประชาชนไม่ยอมกับการที่จะใช้งบประมาณแบบเดิมมันทำไม่ได้แล้ว ฝากให้ช่วยกันใช้ความคิดว่ามีสิ่งใดบ้างที่จะมาช่วยแก้ปัญหาที่เป็น "ดินพอกหางหมู" เหล่านี้ได้รวดเร็วขึ้น เราต้องช่วยกันประคับประคอง สร้างประชาธิปไตยของเราให้มั่นคง ยั่งยืนอย่างมีส่วนร่วมที่ช่วยกันแก้ปัญหา ช่วยกันแกะ อย่าได้ช่วยกันเกาอย่างเดียว มันก็ไม่หายหรอก แผลก็เป็นสะเก็ดไปเรื่อย อย่าได้ผูกเงื่อนรัดคอกันอีกต่อไปเลย" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น