'สะสมเงื่อนไข' ก่อนสงคราม

  • Saturday, December 23, 2017 - 00:01


    สนุกกันใหญ่...!

    กรณี สหรัฐฯ จะเอา "เยรูซาเลม" เป็นเมืองหลวง "อิสราเอล"

    ทรัมป์ขู่

    "ประเทศไหนขวาง จะตัดเงินช่วยเหลือให้เหี้ยน"

    ปรากฏว่า สมาชิกยูเอ็น ๑๙๓ ประเทศ ประชุมวาระฉุกเฉินที่นิวยอร์ก วานซืน (๒๑ ธ.ค.๖๐)

    ๑๒๘ ประเทศ รวมทั้ง "ไทย" หันก้นให้!

    เป็นเรื่องควรตามรู้ แต่สุดต่อมปัญญาผม พอดีอ่านที่คุณ Kittitouch Chaiprasith โพสต์ fb

    ตอบโจทย์เป๊ะ ......

    แบบนี้ก็ต้อง "ลอก" กันด้านๆ แต่ขออภัยที่ตัด "เชิงอรรถ" เพราะล้นเนื้อที่

    Kittitouch Chaiprasith

    ผลการลงคะแนนเสียงในที่ประชุม UN โหวต 128 ต่อ 9 ไม่ยอมรับคำประกาศรัฐบาลอเมริกา (ที่ประกาศมากว่า 20 ปี)

    กรณี การรับรองเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงอิสราเอล

    ถึงกระนั้น อเมริกาก็บอกว่า..........

    "เราจะย้ายสถานทูตไปตั้งที่นั่นแน่นอน..." และ

    "นั่นคือ สิ่งที่ชาวอเมริกันต้องการให้เรา (รัฐบาล) ทำและเป็นสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม"

    “America will put our embassy to Jerusalem.”

    “That’s what the American people want us to do."

    "And it’s the right thing to do.”

    -----------------------

    -เมื่อมาดูผลลงคะแนน จะพบว่า 128 ประเทศทั่วโลก ลงคะแนนเสียง ว่า

    ไม่ยอมรับคำประกาศของรัฐบาลอเมริกา ที่ประกาศตั้งแต่สมัย คลินตัน บุช โอบามา

    และล่าสุด มาถึง "ทรัมป์" ที่พยายามผลักดันให้คำประกาศนี้เป็นจริงขึ้นมาในสมัยตน

    ในขณะที่ 35 ประเทศ ที่ไม่ออกเสียงนั้น ส่วนใหญ่เป็นประเทศในอเมริกาใต้ และในยุโรปตะวันออก รวมถึงแอฟริกา

    ส่วนในเอเชีย มี "ฟิลิปปินส์" ที่ไม่ออกเสียงด้วย

    -ในขณะที่ 9 ประเทศ ที่ออกเสียงคัดค้านการโหวตไม่ยอมรับ หรือง่ายๆ ก็คือ 9 ประเทศ ที่สนับสนุนอเมริกาและอิสราเอล

    แน่นอนว่า เป็นอเมริกาและอิสราเอล 2 เสียง

    ดังนั้น เราจะมาดูกันว่า อีก 7 ประเทศ ที่โหวตสนับสนุนอเมริกา-อิสราเอล คือประเทศใด

    7 ประเทศ มีรายชื่อดังนี้...

    1.Guatemala 2.Honduras 3.Marshall Island 4.Micronesia 5.Nauru 6. Palau 7.Togo

    -----------------------

    เปิดมา 2 ชื่อแรกนั้น ถ้าคนที่ทราบประวัติประเทศอเมริกากลางนั้นจะไม่แปลกใจ (แต่คนไทยส่วนใหญ่คงไม่ทราบว่าทำไม)

    -กัวเตมาลา, ฮอนดูรัส (และนิการากัว) เป็นประเทศในอเมริกากลาง ที่มีประวัติโดนแทรกแซงทางการเมืองโดยอเมริกาและทาง CIA มายาวนานหลายสิบปี

    ตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จวบจนปัจจุบัน

    -ในโพสต์นี้ ผมขอเล่าย่อๆ เพราะรายละเอียดเยอะ และอเมริกานั้นไม่ได้เข้าไปแทรกแซงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

    ในแต่ละประเทศ อเมริกาเข้าไปล้มรัฐบาลไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง แต่ประเด็นหลักๆ ก็คือว่า หลังสงครามโลกได้เกิดสงครามเย็นขึ้น

    -หลายประเทศที่เคยเป็นอาณานิคม มักนำอุดมการณ์ชาตินิยมกับสังคมนิยมมาใช้ในการปลุกระดมประชาชนในประเทศ ในการลุกขึ้นต่อสู้กับเจ้าอาณานิคมตะวันตก

    ทำให้อเมริกาและยุโรปไม่พอใจอย่างมาก (ยุโรปเจ็บหนักจากสงคราม เลยไม่ค่อยสนใจ)

    3 ประเทศที่ว่านั้น เป็นแหล่งรัฐประหารและการจัดตั้งกองกำลังทางทหารที่ฝึกฝนโดย CIA โดยตรง เช่น Battalion ที่ 3-16 ของกองทัพฮอนดูรัส

    ที่ถูกฝึกฝนมาเพื่อให้สังหารคนมีความคิดฝ่ายซ้าย หรือแนวสังคมนิยม ที่ไม่โปรอเมริกา/ยุโรป

    -ในขณะที่นิการากัวนั้น ตั้งกองทัพ Contra ซึ่งเป็นกองกำลังที่รัฐบาลอเมริกาสนับสนุน

    Contra ย่อมาจาก counter-revolution หมายถึง ต่อต้านการปฏิวัติแบบสังคมนิยม

    -ส่วนกัวเตมาลานั้น เป็นแหล่งขายผลไม้รายใหญ่ของบริษัท United Fruit Company

    แหล่งรายได้ใหญ่แห่งหนึ่งในการค้าของอเมริกาในภูมิภาคอเมริกากลาง

    ในอดีต บริษัทเหล่านี้ได้รับยกเว้นภาษี เนื่องจากนโยบายรัฐบาลเผด็จการที่ร่วมมือกับเจ้าอาณานิคมกดขี่ประชาชน

    (ปี 1950 บริษัททำกำไรได้ถึง 95 ล้านเหรียญ มากกว่างบประมาณประจำปีของรัฐบาล 2 เท่า!!)

    -ปัญหาความยากจนและคุณภาพชีวิตแรงงาน ทำให้ประชาชนลุกขึ้นมาประท้วงบ่อยครั้ง

    ในช่วงปี 1945 นาย Juan Jose Arevalo ประธานาธิบดีจากการเลือกตั้ง ดำเนินนโยบายเก็บภาษี รวมถึงปฏิรูปที่ดิน กฎหมายคุ้มครองแรงงาน และขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ

    ด้วยหลัก "ทุนนิยมสายกลาง" ที่ไม่ใช่คอมมิวนิสต์ ไม่ใช่ทุนนิยมสุดโต่ง ที่หากินบนความทุกข์ของคน

    ก่อนส่งต่อนโยบายให้ Jacobo Arbenz Guzman ซึ่งชนะเลือกตั้งปี 1950 เพื่อไปปฏิรูปประเทศต่อ

    -ทำให้บริษัทอเมริกาไม่พอใจมาก และล็อบบี้นักการเมืองในรัฐสภาอเมริกา โดยบอกว่า

    "กัวเตมาลานั้น กำลังเป็นคอมมิวนิสต์"

    นำไปสู่ปฏิบัติการ Operation PBFORTUNE ซึ่งเป็นแผนการที่ร่วมมือกับเผด็จการ 3 ประเทศ ที่ได้รับการสนับสนุนจากอเมริกาโดยตรง อันได้แก่

    -Anastasio Somoza Garcia แห่งนิการากัว

    -Marcos Perez Jimenez แห่งเวเนซุเอลา

    -Rafael Trujillo แห่งสาธารณรัฐโดมินิกัน

    (หลายคนที่เคยอ่านเรื่องการล้มรัฐบาลอิหร่านด้วยปฏิบัติการ Operation Ajax ของอเมริกาและ Operation Boost ของอังกฤษ ที่ร่วมมือกันล้มรัฐบาลจากการเลือกตั้งอิหร่านที่พยายามดึงสัมปทานน้ำมันกลับเป็นของประเทศตนเอง คงจะเห็นภาพว่าอเมริกาและอังกฤษทำแบบนี้กับประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่ตัวเองเคยขูดรีด และวันหนึ่งลุกขึ้นมาต่อต้านตนเสมอๆ)

    -ประธานาธิบดีที่เป็นวีรบุรุษของชาติโดนล้ม กัวเตมาลาเข้าสู่การปกครองโดยรัฐเผด็จการที่สนับสนุนโดยรัฐบาลอเมริกา ซึ่งจัดเลือกตั้งก็ได้รับเสียงชนะถึง 99% (ฮาๆๆ)

    แต่อยู่ไม่นาน ในกองทัพกัวเตมาลาเองก็มีการรัฐประหารขึ้นหลังจากนั้น คณะรัฐประหารได้มีการจัดเลือกตั้ง

    แต่สุดท้าย การเลือกตั้งโดนล้มไปจากกลุ่มเดิมที่สนับสนุนโดยรัฐบาลอเมริกา

    กัวเตมาลาเข้าสู่วังวนของสงครามกลางเมืองและความขัดแย้งมาตลอดร่วม 40 ปี

    การละเมิดสิทธิมนุษยชนที่กระทำโดยรัฐบาลเผด็จการที่สนับสนุนโดยอเมริกานั้น ได้รับการเปิดเผยผ่านสื่อภายหลัง

    -เมื่อโดนกระแสโจมตีหนักเข้าๆ

    ในปี 1999 นายบิล คลินตัน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษต่อสาธารณชน ว่าด้วยเรื่องที่รัฐบาลอเมริกาสนับสนุนเผด็จการ ที่ปกครองประเทศมาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี...ฯลฯ

    -----------------------

    ทีนี้ ลองมาดูประเทศที่ 3-6 อันได้แก่

    3.Marshall Island 4.Micronesia 5.Nauru 6.Palau

    สี่ประเทศนี้คนไทยคงไม่ค่อยรู้จัก

    เพราะมันคือหมู่เกาะในเอเชียแปซิฟิกที่อยู่ติดกัน เรียกโดยรวมว่า Micronesia ประกอบด้วย

    -Federated States of Micronesia, Guam (ปกครองโดยอเมริกาโดยตรง) Kiribati, Marshall Island, Nauru, Northern Mariana Islands, Palau

    ประเทศพวกนี้ เดิมเป็นหมู่เกาะที่ถูกยึดครองโดยเจ้าอาณานิคมยุโรป ก่อนที่อเมริกาจะมาครอบครองภายหลัง สำหรับเกาะกวมนั้น...........

    คนไทยหลายคนคงรู้จักดีว่า เป็นที่ตั้งของฐานทัพอเมริกา

    สำหรับหมู่เกาะมาร์แชล คนที่ตามประวัติสงครามโลก ก็คงทราบว่า มันคือเกาะที่ทดสอบระเบิดนิวเคลียร์

    ส่วน Nauru กับ Palau ก็อยู่ในเครือข่าย

    -สรุปง่ายๆ ก็คือ 4 ประเทศนี้ ก็คล้ายๆ กับประเทศเดียวกันนั่นแหละ

    เป็นหมู่เกาะที่กระจายตัวอยู่แถวรอบๆ เกาะกวม ดินแดนยึดครองของอเมริกา และฐานที่ตั้งกองทัพของรัฐบาลอเมริกา

    ส่วนประเทศสุดท้าย ซึ่งเป็นประเทศเดียวในแอฟริกาที่สนับสนุนอเมริกา-อิสราเอล

    นั่นก็คือ สาธารณรัฐโตโก (Togo)

    -เมื่อไปดูประวัติก็ไม่แปลกใจ โตโกเป็นประเทศที่เล็กที่สุดในแอฟริกา และเป็นหนึ่งในประเทศยากจนที่สุดเช่นกัน

    โดยหลังปลดแอกจากอาณานิคมฝรั่งเศส ก็หันไปขอความช่วยเหลือจากประเทศต่างๆ นำโดยอเมริกาที่ให้เงินช่วยเหลือผ่านองค์กร

    -Overseas Private Investment Corporation

    -United States Agency for International Development หรือ USAID

    (องค์กรที่ให้เงินสนับสนุนกบฏซีเรีย ก่อนกลายร่างเป็นนักรบ IS และ Al-Nusra Front นั่นแหละ)

    -และเป็นประเทศที่นำเข้าสินค้าอเมริกันเป็นจำนวนมาก ทั้งข้าว บุหรี่ คอมพิวเตอร์ เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม

    หรือง่ายๆ ก็คือ เป็นประเทศที่พึ่งพาตะวันตก โดยเฉพาะอเมริกาเป็นสำคัญ

    ดังนั้น จึงไม่แปลกใจที่กรณีนี้ โตโกคงอยากแสดงความภักดีและกลัวว่าอเมริกาจะตัดความช่วยเหลือ (ตามที่รัฐบาลอเมริกาประกาศก่อนหน้านี้)

    -----------------------

    *** ทั้งนี้ เพื่อเปิดหูเปิดตาคนไทยจำนวนมากที่ยังไม่ทราบว่าชาติตะวันตกที่อ้างตัวว่าเป็นผู้รักษาหลักการอันสูงส่ง ไม่ว่าประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน เสรีภาพ บลาๆๆ

    ล้วนแต่กระทำตรงกันข้ามกับหลักการเหล่านั้นมาโดยตลอด ประหนึ่งมือถือสากปากถือศีล มือถืออาวุธกดขี่บีฑาประเทศเล็กกว่าเพื่อประโยชน์ของตน

    แต่เที่ยวอ้างตัวว่า ตัวเองเป็นคนรักษาหลักการ

    *** เสียดายที่ประชาชนในหลายประเทศ (อย่างไทยเรา) ที่ไม่เคยเจอฤทธิ์เดชของเหล่า "ผู้เจริญ" เหล่านี้เท่าไร จึงไม่ทราบเรื่องราวมากนัก

    และยังหลงวาทกรรมลวงโลกเรื่อยๆ ผ่านการ Propaganda โดยนักวิชาการ+NGO ที่ทำงานเป็นกระบอกเสียงให้กับประเทศเหล่านี้.

    ครับ...เหล่านี้คือ ความรู้จากคุณ Kittitouch Chaiprasith ก็ขอขอบคุณ.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น