UNหักหน้าทรัมป์กรณีเยรูซาเลม

  • Saturday, December 23, 2017 - 00:04


    เสียงส่วนใหญ่มากกว่า 120 ประเทศในสมัชชายูเอ็นไม่ระย่อคำขู่ของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ความเห็นชอบข้อมติปฏิเสธคำประกาศของทรัมป์ที่รับรองว่านครเยรูซาเลมเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล

    สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม 2560 ว่า ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติในนครนิวยอร์กของสหรัฐ ได้ลงมติด้วยเสียงข้างมากถึง 128 ประเทศ จากชาติสมาชิก 193 ประเทศ ให้ความเห็นชอบข้อมติที่ไม่มีผูกมัดนี้ โดยมี 9 ประเทศไม่เห็นชอบ และ 35 ประเทศงดออกเสียง อีก 21 ประเทศไม่ได้ลงคะแนน

    ประเทศที่ไม่ได้ลงคะแนนนั้นรวมถึงยูเครน ซึ่งเคยสนับสนุนข้อมติเดียวกันนี้ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งยูเอ็น บ่งบอกว่าคำขู่ของสหรัฐที่จะคิดบัญชีกับประเทศที่โหวตต่อต้านตนนั้น ขู่ขวัญบางรัฐบาลได้

    ส่วนรายชื่อประเทศที่ลงมติคัดค้านมาตรการนี้ของยูเอ็น ซึ่งเรียกร้องให้สหรัฐเพิกถอนคำประกาศรับรองเยรูซาเลมนั้น นอกเหนือจากสหรัฐและอิสราเอล ล้วนแต่เป็นประเทศเล็กๆ เช่น กัวเตมาลา, ฮอนดูรัส, หมู่เกาะมาร์แชล, ไมโครนีเซีย, นาอูรู, ปาเลา และโตโก

    ประเทศที่งดออกเสียง ได้แก่ อาร์เจนตินา, ออสเตรเลีย, แคนาดา, โครเอเชีย, สาธารณรัฐเช็ก, ฮังการี, ลัตเวีย, เม็กซิโก, ฟิลิปปินส์, โปแลนด์, โรมาเนีย และรวันดา

    นิกกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็น กล่าวเตือนต่อที่ประชุมฉุกเฉินครั้งนี้ไว้ว่า สหรัฐจะจดจำวันนี้ไว้

    "อเมริกาจะตั้งสถานทูตในเยรูซาเลม" เธอกล่าวอย่างท้าทาย "ไม่มีมติใดในยูเอ็นจะสร้างความแตกต่างในเรื่องนี้ แต่การลงมติครั้งนี้จะสร้างความแตกต่างต่อวิธีที่อเมริกันมองยูเอ็น และวิธีที่เรามองประเทศต่างๆ ที่ไม่เคารพเราในยูเอ็น"

    มติของยูเอ็นครั้งนี้ย้ำจุดยืนว่า สถานะของเยรูซาเลมต้องหาทางออกผ่านการเจรจา และการตัดสินใจใดๆ นอกเหนือจากกรอบการทำงานที่ว่านี้จักต้องเพิกถอนเสีย

    ข้อมตินี้ไม่ได้เอ่ยอ้างถึงพฤติการณ์ของสหรัฐอย่างชัดแจ้ง แต่ได้กล่าวย้ำว่า การตัดสินใจและการกระทำใดๆ ที่มุ่งหมายจะเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะ, สถานะ หรือองค์ประกอบทางประชากรศาสตร์ของนครศักดิ์สิทธิ์เยรูซาเลม ถือว่าไม่มีผลทางกฎหมาย เป็นโมฆะ และต้องเพิกถอน สอดคล้องกับข้อมติที่เกี่ยวข้องของคณะมนตรีความมั่นคง

    ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี กล่าวว่า มติครั้งนี้แสดงให้เห็นถึง "ความไม่ชอบด้วยกฎหมาย" ของการตัดสินใจของทรัมป์ และสหรัฐควรถอนการตัดสินใจนี้

    ญัตตินี้ถูกส่งเข้าที่ประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็นหลังจากรัฐบาลสหรัฐวีโต้ข้อมติในคณะมนตรีความมั่นคงเมื่อวันจันทร์ ทั้งที่ชาติสมาชิกอื่นอีก 14 ประเทศลงมติเห็นชอบ ถึงแม้ว่าข้อมติในสมัชชายูเอ็นจะไม่มีผลผูกมัดในแบบเดียวกับของคณะมนตรีฯ แต่มติที่สนับสนุนอย่างท่วมท้นนับว่ามีความหมายอย่างมากในทางการเมือง.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น