โวยลั่นรีเซตซ่อนรูป พรรคการเมืองจับไต๋ม.44ล้างไพ่สมาชิกกระเทือนไพรมารีโหวต

  • Sunday, December 24, 2017 - 00:04


    กรธ.ยอมรับ ม.44 ปลดล็อกพรรคการเมืองเข้มข้นกว่า พ.ร.ป.พรรคการเมืองฉบับที่ กรธ.จัดทำ ขณะที่พรรคการเมืองโวยลั่น ประชาธิปัตย์ชี้เริ่มต้นเขียนอารัมภบทมาในประกาศเหมือนเข้าใจคำว่าพรรคการเมือง สุดท้ายกลายเป็นการเซตซีโรพรรคการเมือง เชื่อกระทบไพรมารีโหวต "นิกร" ชี้เป็นการรีเซตสมาชิกพรรคแบบซ่อนรูป

    หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงนามในคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 53/2560 อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ขยายเวลาให้พรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมตามกรอบเวลาในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

    นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า คำสั่งดังกล่าวจะแก้ไขปัญหาตามข้อกังวลของพรรคการเมือง ที่ไม่สามารถทำกิจกรรมใดๆ ตามกฎหมายได้ระหว่างที่ คสช.ยังคงมีคำสั่งห้ามทำกิจกรรมหรือเคลื่อนไหวทางการเมือง

    ส่วนกรณีที่คำสั่งดังกล่าวระบุห้วงเวลาที่ให้พรรคดำเนินกิจกรรมได้ ซึ่งกำหนดไว้เป็นภายหลังวันที่ 1 เมษายน 25 61 นั้น ตนเข้าใจว่า คสช.คงพิจารณาถึงปัจจัยและเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาร่างพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อยู่ระหว่างพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ที่ในช่วงเดือนดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับ

    สำหรับเนื้อหาที่ คสช.แก้ไขและถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการปรับที่เข้มข้นกว่า พ.ร.ป.พรรคการเมืองฉบับที่ กรธ.จัดทำ และ สนช.กลั่นกรองนั้น โดยเฉพาะประเด็นการคงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกพรรคเฉพาะบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 24 ส่วนบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามให้พ้นไปโดยไม่ต้องรอการสรรหาใหม่นั้น ยอมรับว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการให้ทุกคนทำตามกฎหมาย และไม่ต้องการให้คนที่ไม่มีคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามมีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง แม้ พ.ร.ป.พรรคการเมืองก่อนการแก้ไขจะไม่ระบุถ้อยคำ แต่เป็นแนวทางปฏิบัติที่ตรงกัน

    นายอุดมกล่าวด้วยว่า ส่วนรายละเอียดที่ให้ผู้ที่ต้องการยืนยันเป็นสมาชิกพรรคเดิมต้องส่งหนังสือพร้อมหลักฐานการมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม มายังพรรคการเมืองนั้น ไม่ใช่เพิ่มภาระเกินจำเป็นให้กับประชาชน เพราะพรรคการเมืองสามารถติดต่อไปยังสมาชิกพรรคการเมืองของตนเองได้ ทั้งนี้ การยืนยันดังกล่าวต้องทำภายใต้แบบฟอร์มที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะกำหนดขึ้นเพื่อให้เป็นแนวทางเดียวกันกับการลงทะเบียนของ กกต.

    เซตซีโรสมาชิกพรรค

    ขณะที่ประเด็นทุนประเดิมจำนวน 1 ล้านบาทของพรรคการเมือง ที่คำสั่ง คสช.ตัดสิทธิกันทรัพย์สินหรือเงินของพรรคที่มีอยู่เดิมเป็นทุนประเดิมเริ่มต้นนั้น เข้าใจว่าเพื่อให้ทุนประเดิมของพรรคเป็นเงินส่วนที่ได้มาจากการบริหารของพรรคการเมืองที่ผ่านการลงขันของผู้ร่วมก่อตั้งพรรคการเมืองรายละไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท และไม่เกิน 50,000 บาท และเพื่อให้เป็นแนวทางเดียวกันระหว่างพรรคเก่าและพรรคที่เตรียมจัดตั้งขึ้นใหม่

    ขณะที่นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรค และคณะทำงานด้านกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประกาศดังกล่าว ผู้มีอำนาจจะดำเนินการอย่างไรก็ย่อมคิดได้ ทำได้ พรรคพร้อมปฏิบัติตามกฎหมาย แต่สิ่งที่สำคัญที่ผู้มีอำนาจควรคิดให้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงบ้าง และต้องมีความตรงไปตรงมา จริงใจในการดำเนินการ

    "เริ่มต้นเขียนอารัมภบทมาในประกาศเหมือนเข้าใจคำว่าพรรคการเมือง เข้าใจประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง แต่ท้ายที่สุดกลับให้คนที่เคยเป็นสมาชิกพรรคต้องกลับมายืนยันตัวตนใหม่ ยื่นหลักฐานใหม่ เสียค่าบำรุงสมาชิกใหม่"

    เขาบอกว่า การให้มายืนยันตัวตนภายใน 30 วัน นับแต่ 1 เมษายน 2561 ในทางปฏิบัติ ภายใน 30 วัน หากไม่ดำเนินการให้สิ้นสภาพการเป็นสมาชิกพรรค ความหมายนี้ ไม่ต่างอะไรกับการให้มาสมัครใหม่ ในทางปฏิบัติเป็นเรื่องที่ยากมาก และเหมือนเป็นการเซตซีโรสมาชิกพรรคการเมืองนั่นเอง

    นายราเมศกล่าวอีกว่า ประชาชนที่เคยเป็นสมาชิกพรรคการเมืองมายาวนาน และเป็นโดยชอบด้วยกฎหมาย วันนี้ผู้มีอำนาจกำหนดระยะเวลาที่เร่งรัดแล้วตัดสิทธิ์ หากไม่ดำเนินการภายในกำหนดระยะเวลา ผู้มีอำนาจบอกว่าให้สมาชิกผูกพันกับพรรคการเมือง ให้พรรคการเมืองเป็นพรรคของประชาชน แต่คำสั่งที่ออกมานี้กลับตรงกันข้าม ไม่อายบ้างหรือที่เขียนคำสั่งออกมากันแบบนี้ ปากพูดเหมือนดี แต่นี้คือปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ

    "อยู่มาวันหนึ่งคนที่รับราชการเป็นทหาร แล้วมีผู้มีอำนาจบอกว่าทหารทั้งกองทัพต้องไปยืนยันตัวตนต่อผู้บังคับบัญชา แสดงหลักฐานต่างๆ ภายใน 2 วัน หากใครไม่มารายงานตัวจะขาดจากการเป็นทหาร ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้บ้าง คิดว่าเป็นธรรมหรือไม่ ทั้งๆ ที่พวกเขาเป็นทหารมา 10 ปี 20 ปี หรือมากกว่านั้น วันหนึ่งผู้มีอำนาจบอกว่าประชาชนคนไทยทุกคนต้องมาแสดงตนว่าเป็นคนไทยต่อเจ้าหน้าที่ หากไม่แสดงตนพร้อมหลักฐานการเกิด หากไม่มาตามที่กำหนด ให้พ้นจากการเป็นประชาชนคนไทย ท่านคิดว่าประชาชนยอมหรือไม่"

    นายราเมศกล่าวว่า คสช.มีอะไรที่แฝงอยู่ในใจก็ควรบอกประชาชนมาตามตรง การล้มล้างสมาชิกพรรคการเมืองในรอบนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ผู้ออกคำสั่งก็ต้องรับผิดชอบ พรรคประชาธิปัตย์ดำเนินการทางการเมืองมายาวนานที่สุด ท่านจะยัดเยียดความอ่อนแอให้อย่างไร เราไม่หวั่นไหว

    กระทบไพรมารีโหวต

    นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีต ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นเหมือนการเซตซีโรพรรคการเมือง และ คสช. กำลังสร้างความยุ่งยากให้ประชาชนในการมีส่วนร่วมในการปฏิรูปการเมืองใหม่

    เขากล่าวว่า ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ระบุชัดแล้วว่า หากมีคนเป็นสมาชิกพรรคเกิน 2 พรรค ให้นายทะเบียนพรรคการเมืองส่งเรื่องให้หัวหน้าพรรคยกเลิกได้ อีกทั้งหัวใจของการปฏิรูปพรรค การทำไพรมารีโหวต โดยให้สมาชิกพรรคเลือกผู้ที่จะต้องสมัครเป็นตัวแทนพรรค ดังนั้นคำสั่งดังกล่าวจะกระเทือนถึงไพรมารีโหวตโดยตรง

    ด้านนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า การขยายเวลาดังกล่าวไม่ได้ถือว่าเป็นการปลดล็อกทางการเมืองแต่อย่างใด เพราะการปลดล็อกหมายถึงการให้พรรคการเมืองสามารถทำกิจกรรมได้ในทันที แต่คำสั่งนี้เป็นเพียงการขยายเวลา

    “การขยายเวลาแบบนี้ บอกเลยว่าไม่ใช่ความผิดของพรรคการเมืองหรือไม่ใช่ความผิดของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพราะ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองนี้ได้ประกาศใช้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งกฎหมายดังกล่าวมีการกำหนดห้วงเวลาไว้ ดังนั้นแต่ละพรรคการเมืองจึงต้องการดำเนินตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล ให้เป็นไปตามโรดแมปของ คสช. แต่ปรากฏว่าไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ จนท้ายที่สุดเวลาทอดมาจนครบกำหนด ซึ่งถ้าพรรคการเมืองไม่ทำตามนั้น ก็จะถูกตัดสิทธิ์ในการส่งสมาชิกลงสนามเลือกตั้ง ต้องย้อนถามว่าเป็นความผิดของพวกเราที่ละเลยไม่ทำตามกฎหมายหรือไม่ ก็ตอบได้ว่าไม่ใช่เลย”

    นายสมศักดิ์เผยว่า ต้องการเห็นการปลดล็อกอย่างแท้จริง อยากให้ประเทศไทยเข้าสู่บรรยากาศของความเป็นประชาธิปไตยและเสมอเหมือนกัน ไม่ใช่มาค่อยๆ คลายล็อกให้พรรคการเมืองทำอย่างนั้นทำอย่างนี้ ในเวลานั้นเวลานี้ เพราะเหมือนเป็นการลักลั่นแล้วเอาเหตุผลมาบอกว่าทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ทำไมจึงไม่ย้อนกลับไปดูเมื่อครั้งที่กฎหมายเริ่มออกประกาศใช้ จะไม่มีการพูดถึงความได้เปรียบเสียเปรียบเลยระหว่างพรรคการเมืองเก่าหรือพรรคการเมืองใหม่

    "หากปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามครรลองเหล่านั้น ก็จะไม่มีพรรคการเมืองใดลุกขึ้นมาโวยวายหรือต่อต้านกับเรื่องดังกล่าว วันนี้จึงต้องถือว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งของพรรคการเมือง แล้วร้องขอให้ต้องขยายเวลา และไม่ใช่ความผิดของ กกต.ที่ไม่สามารถสนับสนุนหรือจัดให้แต่ละพรรคการเมืองดำเนินการได้"

    ไม่เชื่อ คสช.จะเชื่อใคร

    ผู้สื่อข่าวถามว่า การขยายเวลาดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดปัญหาต่อไพรมารีโหวตและการหาเสียงเลือกตั้ง ที่ระยะเวลาจะเหลือกระชั้นชิดมากเกินไปหรือไม่ นายสมศักดิ์ตอบว่า ต้องเกี่ยวแน่ เพราะการขยายเวลาให้ดำเนินธุรกรรม แต่ในขณะที่รัฐธรรมนูญกำหนดกรอบเวลาที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมายก่อนลงสนามเลือกตั้ง จึงต้องดูองค์ประกอบควบคู่กันไปด้วย เมื่อขยายเวลาตรงนี้แล้วก็ต้องไปดูกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญด้วยว่าจะทำอย่างไรจึงจะให้เป็นไปตามครรลอง และทำไม่ให้ได้รับผลกระทบทั้งพรรคการเมือง คสช.และรัฐบาล โดยเฉพาะหากกระทบต่อความน่าเชื่อถือก็จะเป็นเรื่องที่ใหญ่

    ถามว่า ในอนาคตจะส่งผลกระทบถึงโรดแมป คสช.หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า คงตอบไม่ได้ ในเมื่อคสช.ยืนยันว่าไม่กระทบ เราก็ต้องเชื่อ เพราะถ้า คสช.พูดแล้วไม่เชื่อก็ไม่รู้จะไปเชื่อใคร ก็เพียงแต่ให้กำลังใจและรอดู เพราะอยากเห็นรัฐบาล คสช.ดำเนินทุกอย่างให้เป็นไปตามโรดแมปให้ได้

    “วันนี้การที่อียูประกาศปลดล็อกให้ไทยในเรื่องสิทธิการทำมาค้าขายได้ ก็เพราะเขาเห็นว่ากำลังจะเข้าสู่โรดแมป การคืนอำนาจคืนความเป็นประชาธิปไตย ดังนั้นถ้าจะเกิดความล่าช้าหรือมีเหตุใดขึ้นมา ก็จะทำให้ส่งผลกระทบต่อเรื่องความน่าเชื่อถือของผู้นำประเทศ”

    นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่า ที่บอกว่าพรรคการเมืองไม่ได้เสียสิทธิ์ ก็เพราะเขาขยายเวลาให้ แต่ประเทศเสียโอกาส ถ้าจะต้องทำให้ทุกอย่างไม่สามารถเป็นไปตามโรดแมปได้ แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือประเทศจะเสียโอกาส ถ้าจะต้องทำให้ทุกอย่างไม่สามารถเป็นไปตามโรดแมปได้ เสียหายคือประเทศ ไม่ใช่พรรคการเมือง เพราะไม่ว่าจะเลือกตั้งปี 61 หรือปี 62 พรรคการเมืองก็รอได้ แต่ประเทศจะรอไม่ได้นี่สิ

    นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ในรายละเอียดของคำสั่ง คสช. ที่ 53/2560 ที่ผู้เขียนร่างคำสั่งขาดการประสานงานกันหรือพูดคุยกับนักการเมืองนั้น พบประเด็นปัญหา โดยเฉพาะประเด็นของสมาชิกพรรคการเมืองที่ต้องยืนยันความเป็นสมาชิกพรรคภายใต้เงื่อนไขคือ ชำระค่าบำรุงพรรค ที่ตนมองว่ามีความขัดกันระหว่างคำสั่งข้อ 1 ที่แก้ไขมาตรา 140 ซึ่งกำหนดให้สมาชิกพรรคทำหนังสือยืนยันพร้อมชำระค่าบำรุงพรรคการเมืองภายใน 30 วันนับจากวันที่ 1 เม.ย.2561 หากพ้นกำหนดดังกล่าวถือว่าพ้นจากการเป็นสมาชิกพรรค

    แต่ในส่วนแก้ไขมาตรา 141 (2) และ (3) ที่กำหนดจัดให้สมาชิกพรรคที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม จำนวน 500 คน ชำระค่าบำรุงพรรค ภายใน 180 วัน และอีกไม่น้อยกว่า 5,000 คนภายใน 1 ปี และไม่น้อยกว่า 10,000 คนภายใน 4 ปีนับจากวันที่ 1 เม.ย.61 และหากพ้น 4 ปีสมาชิกพรรคยังไม่ชำระค่าบำรุงพรรคให้พ้นจากความเป็นสมาชิก เนื่องจากเมื่อกฎหมายกำหนดให้ผู้ไม่ชำระค่าบำรุงพรรคต้องพ้นสภาพไปภายใน 30 วันแรก เท่ากับไม่มีความเป็นสมาชิกภาพเหลือ ดังนั้นจะกำหนดให้คงสภาพถึง 4 ปีนั้น เชื่อว่าเป็นความขัดกัน

    รีเซตซ่อนรูป

    "เขียนคำสั่งแบบนี้โดยเฉพาะเรื่องสมาชิกพรรคการเมือง เท่ากับเป็นการรีเซตสมาชิกพรรคแบบซ่อนรูป และสร้างความลำบากให้พรรคการเมืองมากกว่า พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 ก่อนการแก้ไข เพราะฉบับเก่ากำหนดให้เวลาแจ้งเปลี่ยนแปลงสมาชิก ภายใน 90 วัน และหากไม่ทันสามารถขยายออกไปได้อีก 3 ครั้ง ครั้งละ 90 วัน รวมเป็น 270 วัน แต่ของใหม่กำหนดให้ยืนยันสมาชิก ภายใน 30 วัน หากทำไม่แล้วเสร็จ มีสิทธิ์ขอขยายเวลาออกไปได้อีก 1 เท่าหรือ 30 วัน รวมเป็น 60 วัน ดังนั้นถือเป็นความยากของพรรคที่จะทำให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนด ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าประเด็นนี้จะแก้ปัญหาสมาชิกพรรคที่ซ้ำซ้อน ผมยืนยันว่าตั้งแต่ พ.ศ.2550 สมาชิกพรรคใช้ระบบยืนยันด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ดังนั้นไม่มีทางซ้ำกันได้ และไม่ใช่ปัญหาอย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจ" นายนิกรกล่าว

    นายนิกรกล่าวด้วยว่า เมื่อคำสั่งที่แก้ไข พ.ร.ป.พรรคการเมืองออกมา ฐานะนักการเมืองคงต้องยอมรับและไม่มีสิทธิ์เลือกทางเลือกอื่น แม้ผลของคำสั่งที่ให้พรรคทำกิจกรรมใดๆ จะเกิดขึ้นหลังจากวันที่ 1 เม.ย.2561 แต่เพื่อเป็นการเยียวยาให้กับพรรคการเมืองขอใช้สิทธิ์หารือไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามสิทธิที่คำสั่ง คสช.53/2560 ข้อ 7 ระบุให้ กกต.ชี้แจงให้ชัดเจนว่าประเด็นใดที่พรรคการเมืองทำได้ และสามารถขอความช่วยเหลือใดๆ ได้บ้างตามข้อเท็จจริงและความจำเป็น เพื่อไม่ให้เกิดเดดล็อกทางการเมืองในอนาคต

    นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การขยายกรอบเวลาการทำกิจกรรมของพรรคการเมืองดูแล้วไม่กระทบกับโรดแมปการเลือกตั้ง เพราะโรดแมปเลือกตั้งมีกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว คงเคลื่อนอะไรลำบาก แต่ที่มีการขยายเวลาในคำสั่งดังกล่าวเป็นรายละเอียดปลีกย่อย เมื่อมีการขยายเวลาเช่นนี้ ก็ต้องไปศึกษารายละเอียดว่าพรรคการเมืองจะทำอะไรได้ช่วงไหน กระทบพรรคเก่าพรรคใหม่อย่างไรบ้าง รวมถึงต้องติดตามดูข้อเสนอแก้ไข พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานเครือข่ายประชาชนปฏิรูป ที่มีประเด็นเกี่ยวกับไพรมารีโหวตจะมีข้อดีข้อเสียอย่างไรด้วย ส่วนข้อเสนอของนายไพบูลย์ ที่ให้ คสช.คงอำนาจไว้จนกว่า กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งนั้น ในรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดให้ คสช.และอำนาจมาตรา 44 คงอยู่จนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่อยู่แล้ว

    พท.ยุโทษยุบพรรค

    ด้านนายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่มีข้อเสนอตัดสิทธิทางการเมืองผู้ไม่ไปเลือกตั้งไม่ให้สมัครกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงข้อเสนอเพิ่มเติมอาจตัดสิทธิ์ไม่ให้ไปรับราชการว่า ไม่เห็นด้วยที่จะตัดสิทธิ์ประชาชนที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งถึงขั้นไม่ให้สมัครเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเป็นข้าราชการ เพราะมองแล้วเป็นโทษที่มากเกินไปสำหรับประชาชน แต่กลับกัน ก่อนหน้านี้เคยมีพรรคการเมืองบางพรรคไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งจนทำให้การเลือกตั้งต้องล้มไป คนร่างกฎหมายตอนนี้กลับไม่พูดถึง ทั้งที่เป็นการสร้างความเสียหายมากกว่าการไม่ไปใช้สิทธิประชาชน

    "ดังนั้นผมขอเสนอให้เขียนกำหนดโทษถึงขั้นยุบพรรคสำหรับพรรคการเมืองใดที่ไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งแม้แต่เขตเดียวในการเลือกตั้งครั้งนั้นๆ ไว้ด้วย" นายอำนวยกล่าว

    นายไพบูลย์ นิติตะวัน ผู้เตรียมก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป ให้สัมภาษณ์ว่า ทาง คสช.คงเห็นปัญหาข้อเท็จจริงดังกล่าว โดยประเด็นแรกคือเรื่องสมาชิกพรรคการเมือง ที่ให้คงสมาชิกภาพอยู่ แต่ต้องมีการยืนยันตัวตนภายใน 30 วัน คือตั้งแต่วันที่ 1-30 เม.ย.2561 หากพ้นจากนี้ก็ขาดสมาชิกภาพ ถือว่าเป็นไปตามเจตนารมณ์กฎหมายและการปฏิรูปพรรคการเมืองให้ประชาชนเป็นเจ้าของพรรคการเมือง

    เขากล่าวว่า ประเด็นที่ 2 คือเรื่องไพรมารีโหวต ที่ยังมีเวลาอยู่ โดยคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่เขียนไว้ข้อ 8 ว่า หลัง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ประกาศใช้ ให้มีการหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.), ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และจะเชิญผู้แทนพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองต่างๆ เข้าหารือด้วยก็ได้ ดังนั้นถ้าเห็นว่ามีข้อติดขัดอะไรก็สามารถใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งแก้ไขอีกครั้งได้ หรือถ้าเวลาที่กำหนดไม่สามารถเลือกตั้งแบบไพรมารีโหวตได้ทัน แล้วทุกพรรคการเมืองเห็นตรงกัน ก็เสนอให้เลิกใช้ไพรมารีโหวตไปก่อนก็ได้ และประเด็นที่ 3 ที่ตนเสนอให้ คสช.ดูแลการเลือกตั้งจนถึงการประกาศรับรองผล เพื่อให้การเลือกตั้งสงบเรียบร้อย ก็ยังมีเวลาพิจารณา ซึ่งประเด็นที่ 2 และ 3 สามารถคุยกันได้ในคราวเดียวกันเมื่อมีการหารือตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ข้อ 8 ที่เปิดช่องไว้

    ถามว่า การออกคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับนี้ถือว่าทำให้ข้อเสนอแก้ไขกฎหมายพรรคการเมืองที่ได้เสนอไปประสบความสำเร็จใช่หรือไม่ นายไพบูลย์กล่าวว่า ตนได้เสนอข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายให้สังคมและ สนช.รับทราบแล้ว เมื่อนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เห็นปัญหาก็ดำเนินการ ท่านคงเห็นตรงกัน ถือว่าภารกิจเราเป็นไปตามนั้น

    โต้เปล่าเซตซีโร

    เมื่อถามว่า การให้ยืนยันสมาชิกพรรคการเมืองนั้น หลายฝ่ายมองว่าเป็นการเซตซีโรพรรคการเมือง นายไพบูลย์กล่าวว่า การเซตซีโรคือไม่ให้มีสมาชิกเลย ให้สมาชิกเหลือศูนย์ แต่ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.นั้น ยังให้สมาชิกพรรคการเมืองเป็นอยู่ต่อไป แต่ต้องยืนยันภายในวันที่ 1-30 เม.ย.2561 จะบอกว่าเซตซีโรก็ไม่ได้

    นายธนพร ศรียากูล หัวหน้าพรรคคนธรรมดาแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ผลที่ออกมาเหมือนดีที่มีการขยายระยะเวลา แต่ถ้าดูรายละเอียดแล้วเป็นการเพิ่มปัญหาให้กับพรรคการเมือง เพราะ 1.การให้เริ่มดำเนินการตามกรอบระยะเวลา 180 วัน ยืนยันสมาชิกพรรค พรรคการเมืองใหญ่มีสมาชิกเยอะหลักแสนหลักล้าน มีภาระมากในการที่ต้องยืนยัน พูดตรงๆ เหมือนการเซตซีโรให้สมาชิกมาสมัครใหม่อีกรอบ

    2.การให้หาทุนประเดิมที่ขยายไป 180 วัน ตามโรดแมปที่นายกฯ จะให้เลือกตั้งเดือน พ.ย.2561 ระยะเวลาที่ขยายจะสิ้นสุดช่วงเดือน ก.ย.2561 เป็นช่วงคาบเกี่ยวกับการประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ถ้าพรรคการเมืองดำเนินการต่างๆ ไม่ครบตามที่กำหนดจะส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งไม่ได้ ดังนั้นในเดือน เม.ย.-ก.ย.2561 ทุกพรรคการเมืองต้องทำทุกอย่างให้ครบถ้วน เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบขึ้น เพราะช่วงที่พรรคการเมืองต้องไปหาเสียงนำเสนอนโยบายจะมีเวลาน้อยลง ต้องไปสาละวนกับการทำงานธุรการให้เสร็จ ซึ่งจะสร้างความได้เปรียบกับกลุ่มการเมืองที่มีอำนาจอยู่ จะเอื้อให้พรรคที่ คสช.ตั้งได้เปรียบ และทุกวันนี้ คสช.ทำงานทางการเมืองอยู่แล้วก็เท่ากับได้หาเสียงล่วงหน้า

    ส่วนการให้พรรคการเมืองที่ต้องการทำกิจกรรมทางการเมืองต้องไปขออนุญาต คสช. ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ข้อ 5 นั้น นายธนพรกล่าวว่า จะมีหลักเกณฑ์อะไรที่จะได้รับอนุญาตขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ คสช. ว่าพรรคการเมืองไหนทำอะไรได้ไม่ได้ หากให้ขอครั้งคราวอาจจะก่อให้เกิดการปฏิบัติ 2 มาตรฐาน เช่นการทำกิจกรรมเดียวกัน พรรคการเมืองหนึ่งอาจอนุญาต อีกพรรคการเมืองหนึ่งอาจไม่อนุญาต เพราะเท่าที่เห็นมาตลอด 3 ปี ใครที่สนับสนุน คสช. ชุมนุมก็ไม่เห็นถูกดำเนินการอะไร แต่กลุ่มคัดค้านถูกดำเนินคดี ดังนั้น คสช.ต้องกำหนดประกาศให้ชัดเจนว่าอะไรอนุญาตให้ทำได้ เพื่อให้ทุกพรรคการเมืองมีความเท่าเทียมกัน หรือทางที่ดีในการสร้างบรรยากาศการเลือกตั้ง คสช.ควรต้องรีบเชิญพรรคการเมืองไปหารือสร้างหลักเกณฑ์ร่วมกันว่ากิจกรรมอะไรทำได้ทำไม่ได้

    กองทัพปฏิเสธดูด ส.ส.

    นายธนพรกล่าวด้วยว่า การเซตซีโรสมาชิกพรรคการเมืองนั้น ยังสอดคล้องกับการเตรียมตั้งพรรคการเมืองของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ผู้เตรียมก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป หรือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่มีข้อเสนอดังกล่าว ซึ่งหากมีการแก้ไขตั้งแต่ตอนร่าง พ.ร.บ.อยู่ พรรคการเมืองก็มีเวลาเตรียมตัว การใช้มาตรา 44 ครั้งนี้ไม่แก้ปัญหาเดิม ซ้ำยังเพิ่มปัญหามากขึ้น มีแนวโน้มกระทบโรดแมปแน่นอน

    สำหรับผลกระทบต่อพรรคการเมืองขนาดเล็กนั้น นายธนพรกล่าวว่า พรรคเราสมาชิกมีน้อย ไม่ได้รับผลกระทบมาก แต่ส่วนที่ยากคือการหาทุนประเดิมพรรคและตั้งสาขา พรรคเล็กจึงได้รับผลกระทบด้วย เป็นการบั่นทอนเวลาในการเสนอนโยบายแข่งขัน ขณะที่ คสช.ก็เปรียบเหมือนพรรคการเมืองที่ได้นำเสนอนโยบายนำหน้าพรรคการเมืองอื่นไปแล้ว

    พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 (มทบ.11) ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ออกมาระบุว่ากลุ่มผู้มีอำนาจเริ่มทาบทามซื้อตัวอดีต ส.ส.ไว้รองรับการตั้งพรรคใหม่ว่า ต้องเข้าใจว่า คสช.และรัฐบาลการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนในการขับเคลื่อนการบริหารประเทศ เราคงไม่ไปทำอะไรที่นอกลู่นอกทาง หรือทำอะไรเกินอำนาจหน้าที่ และผิดไปจากกรอบกฎหมาย ส่วนใครท่านใดจะออกมาพูดในลักษณะอะไรก็ตาม คสช.ต้องตรวจสอบข้อมูลข่าวสารตามข้อเท็จจริงก่อน ว่ามีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร จริงเท็จแค่ไหน และเมื่อได้ผลเป็นอย่างไรจะมาชี้แจงให้ทราบอีกครั้ง

    เขากล่าวว่า คสช.จะต้องสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับพี่น้องประชาชน เพราะในบรรยากาศสร้างความปรองดองให้กับคนในชาติ แม้ว่าบางครั้งจะมีใครก็ตามที่พูดพาดพิงกระทบกับ คสช. เราก็ไม่ได้ไปตอบโต้อะไรกับใครเลย

    “ผมคิดว่าในเมื่อความจริงปรากฏขึ้นมา พี่น้องประชาชนได้รับทราบความจริงแล้ว อะไรที่ไม่จริง ผิดเพี้ยน และบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ไม่มีน้ำหนัก ทุกอย่างมันจะต้องคลี่คลายหายไปเองในที่สุด” ทีมโฆษก คสช.กล่าว.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น