เตือนกม.ปปช.พาดิ่งเหว

  • Monday, December 25, 2017 - 00:00


    "ภัทระ" เตือน สนช.ลงมติผ่านกฎหมายป.ป.ช.เสี่ยงขัด รธน. หลังสร้างประวัติศาสตร์ยกเว้นลักษณะต้องห้าม ต่อวีซ่า "วัชรพล-วิทยา" เปรียบเอากม.ลูกไปฆ่าแม่ "รสนา" ขู่ย่ามใจระวังเจอสอยตกสวรรค์ไม่รู้ตัว หมดสิทธิ์ลงสมัคร ส.ว. เพจดังแฉนาฬิกาหรู "บิ๊กป้อม" เรือนที่ 9 โรเล็กซ์มูลค่า 8 แสนบาท

    เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม นายภัทระ คำพิทักษ์ กรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความเห็นต่อร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่จะลงมติในวันที่ 25 ธ.ค.ว่า เมื่อเรื่องดักฟัง ดักข้อมูล ล้วงตับ สะกดรอย แฝงตัว ถูกถอนออกไปแล้ว หลายมาตราที่ต้องโหวตในวันจันทร์นี้จะเหลือแต่ 3 กลุ่มปัญหาใหญ่ๆ คือ 1.การตรวจสอบถ่วงดุลของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ได้อำนาจเพิ่มไปมาก 2.การสร้างธรรมาภิบาลหรือหลักประกันความยุติธรรมให้กับข้าราชการ ป.ป.ช. และ 3.บทเฉพาะกาลว่าด้วยวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน

    โดยมาตรา 178 ที่เขียนให้ยกเว้นคุณสมบัติของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้กรรมการ ป.ป.ช.อยู่ต่อไปตามวาระของกฎหมายเก่าแล้ว กมธ.เสียงข้างมากได้เติมความต่อมาด้วยว่า “และลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 11 (1) และ (18) มิให้นำมาบังคับด้วย” ซึ่งได้เรียนให้ที่ประชุมสภาทราบว่า หากสมาชิก สนช.ทั้งหลายเห็นด้วยตามนี้ ขอให้ตระหนักว่า นี่จะเป็นครั้งแรกที่สภาแห่งนี้จะออกกฎหมายให้มีการยกเว้นลักษณะต้องห้ามเพื่อให้คนบางคน เพื่อให้คนเหล่านั้นสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้ ซึ่งเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และตั้งแต่การทำกฎหมายมาทุกฉบับที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับให้ใครดำรงตำแหน่งต่อไปเพียงไรที่เป็นพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่เคยมีการยกเว้นในลักษณะนี้ให้กับใครหรือองค์กรใดมาก่อน

    ทั้งนี้ พบว่า “ลักษณะต้องห้าม ที่มีการหยิบยก 2 วงเล็บ คือ (1) คือการยกเว้นคุณสมบัติเรื่องเป็นหรือเคยเป็นผู้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือกรรมการองค์กรอิสระมาก่อน ส่วน (18) คือ เป็นหรือเคยเป็น ส.ส. ส.ว. ข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นในระยะสิบปีก่อนเข้ารับการสรรหา

    "เมื่อตามไปค้นดูพบว่าเอกสารที่สภาทำขึ้นชุดหนึ่งบอกไว้หมดว่าใครเป็นใคร (18) คือ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. ที่เคยเป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็คือตำแหน่งข้าราชการการเมืองมาก่อนนั่นเอง และเอกสารของสภาระบุว่า ท่านขาดคุณสมบัติ ส่วนอีกคนใน (1) นั้น ไม่ขออนุญาตท่าน จึงไม่ขอเอ่ยชื่อ ปัญหาคือการเขียนแบบนี้คือการเขียนกฎหมายแบบเอาลูกไปฆ่าแม่ คือเอากฎหมายระดับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญไปยกเว้นการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะเป็นการขัดรัฐธรรมนูญ” นายภัทระระบุ

    อย่างไรก็ตาม ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า พ.ร.บ.ผู้ตรวจการแผ่นดินก็มีการยกเว้นคุณสมบัติ แต่ ”มิได้ยกเว้นลักษณะต้องห้าม” เอาไว้ จึงไม่มีปัญหาเหมือนกับกรรมการ ป.ป.ช.สองคนนี้ที่มีลักษณะต้องห้ามอย่างชัดเจน ที่สำคัญเมื่อ สนช.ส่งเรื่องผู้ตรวจการแผ่นดินไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องอื่น รวมทั้งเรื่องคุณสมบัติโดยมิได้เอ่ยถึงเรื่องลักษณะต้องห้ามเลย ฉะนั้นใครจะรับประกันได้ว่า เรื่องนี้จะไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

    “ผมได้ขอให้ สนช.พลิกดูมาตรา 26 ของรัฐธรรมนูญ วรรคท้ายของมาตรานั้น ระบุชัดว่า การตรากฎหมายนั้นต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป ไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีหนึ่งกรณีใดหรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะ แม้การเขียนมาตรา 178 ของร่าง พ.ร.บ.ป.ป.ช.ที่เสนอมานี้จะเป็นการเขียนลักษณะทั่วไป แต่เมื่อส่องลงไปดูความหมายของ (1) และ (18) แล้ว มันคือการจำเพาะตัวบุคคลเลยว่าคือใคร จึงมีคำถามว่า ควรจะออกกฎหมายแบบนี้หรือไม่ ควรแล้วหรือที่จะเห็นชอบตามที่เสนอมานี้" นายภัทระ กล่าว

    หาก สนช.เห็นชอบให้ระลึกว่า กำลังจะทำให้เกิดปัญหาตามมาอีกคือ กรรมการ ป.ป.ช.สองคนนี้จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้หรือไม่ เพราะผู้ถูกชี้มูลหรือตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือเป็นจำเลยล้วนแต่จะร้องได้ว่าสองคนนี้ขาดคุณสมบัติอันเนื่องมาจากมีลักษณะต้องห้ามแล้วจะสามารถลงมติชี้มูลใครได้ สอบสวนใครได้ การลงมติของ ป.ป.ช. จะเป็นไปด้วยความยุ่งยาก ฉะนั้นการทำงานของ ป.ป.ช.ในอนาคตจะมีปัญหามากอย่างแน่นอน

    “ถ้าสภาส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีก ก็จะทำให้ศาลรัฐธรรมนูญตกอยู่ในสภาพพันหลัก เพราะต้องวินิจฉัยเรื่องที่มีลักษณะเรื่องของตัวเองโดยตรง แล้วศาลรัฐธรรมนูญควรวินิจฉัยหรือไม่ ฉะนั้นถ้าสนช.เห็นชอบมาตรานี้ ก็พึงระลึกว่า เป็นการลงมติที่สุ่มเสี่ยงต่อการขัดต่อรัฐธรรมนูญ เป็นการออกกฎหมายระดับ พ.ร.บ.ไปยกเว้นรัฐธรรมนูญ และทำให้เกิดปัญหาในการบริหารราชการ และจะก่อให้เกิดวิกฤติทางการเมืองในอนาคต” กมธ.เสียงข้างน้อย ระบุ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรรมการ ป.ป.ช.อีก 1 คนที่กมธ.ยกเว้นลักษณะต้องห้ามใน (1) คือ นายวิทยา อาคมพิทักษ์ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดินในปี 2557 ก่อนรับตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช.เมื่อปี 2558

    ด้าน น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “ข้อคิดก่อนโหวต กับดักการเมือง ถ้า สนช.โหวต พ.ร.ป.ป.ป.ช.ผิด จะพา คสช.ตกสวรรค์กระแทกพื้นแบบไม่รู้ตัว” ว่า หาก สนช.โหวตตามความเห็นของ กมธ.เสียงข้างมาก สนช.จะตกที่นั่งเข้าข่ายทำผิดรัฐธรรมนูญมาตรา 234 คือ จะเป็น “การจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย...” รวมทั้งจะทำให้ผู้ลงมติขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเข้าสู่แดนอันตรายคือ ลักษณะต้องห้าม ข. (18) มาตรา 108 ซึ่งผู้ใดถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไม่ว่าในกรณีใด ผู้นั้นไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิก ส.ส. ส.ว. สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตลอดไป และไม่มีสิทธิดํารงตําแหน่งทางการเมืองใดๆ

    "สนช.ชุดนี้ใครอยากเป็น ส.ว.ต่อโดยไม่ต้องระแวงว่าจะถูกสอย ต้องคิดดีๆ ใครที่อยากเป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีเสียง ส.ว.ที่เคยเป็น สนช.ชุดนี้สนับสนุนก็ต้องคิดดีๆ เพราะถ้าย่ามใจในตอนนี้ ถึงตอนนั้นเสียง ส.ว.เหล่านั้นจะหายเกลี้ยงเกือบทั้งสภา กลายเป็นเทวดาตกสวรรค์แบบไม่รู้ตัวก็ได้ แต่ถ้าไม่กลัวเพราะคิดว่าคุมองค์กรอิสระได้หมดแล้ว ก็ขอเตือนว่า งานเลี้ยงมีวันเลิกรา ทุกอย่างไม่มีความแน่นอน อำนาจมีวันหมดอายุ โดยเฉพาะอำนาจที่ใช้โดยไม่เป็นไปตามหลักนิติธรรมและขัดต่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้อย่างชัดเจน รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่พวกท่านโหวตรับร่างมาด้วยมือแล้วจะลบด้วยฝ่าเท้า ก็ขอให้คิดดีๆ" น.ส.รสนาระบุ

    ขณะที่นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วย ป.ป.ช. มีประเด็นที่เห็นด้วยคือให้เจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับยื่นทรัพย์สินเพื่อแสดงความโปร่งใส พร้อมตรวจสอบทุกเมื่อ นับแต่วันที่เข้ารับราชการ แต่ตัวร่างกฎหมายนี้ระบุไว้ว่าให้ถือเป็นความลับในทางราชการ จะเปิดเผยไม่ได้ จึงมีคำถามว่า เมื่อต้องการส่งเสริมให้ตรวจสอบโปร่งใส เหตุใดจึงต้องกำหนดให้เป็นความลับ และประเด็นเรื่องของนักการเมืองที่กำหนดให้ยื่นบัญชีทรัพย์สิน แต่กฎหมายกำหนดว่าให้ ป.ป.ช.เปิดเผยข้อมูลโดยสรุป ไม่ให้เปิดเผยรายละเอียดของทรัพย์สินแม้จะแก้ในบางส่วน แต่สามารถที่ท้วงติงเรื่องการเปิดเผยรายละเอียดยังไม่มีการแก้ไข หากกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ ประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามการทุจริต จะทำให้การมีส่วนร่วมของประชาชนลดลง ประสิทธิภาพในการป้องกันการทุจริตลดลง แต่สิ่งที่ดีคือกรณีที่ สนช.ต่อสู้เรื่องการดักฟังทางโทรศัพท์เพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้อำนาจในทางมิชอบ

    วันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก CSI LA ได้เผยแพร่ภาพ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมข้อความว่า เรือนที่ 9 Rolex Pro Hunter Deepsea Green เรือนนี้ราคาประมาณ 8 เเสนบาท Pro Hunter เป็นบริษัทที่ตกเเต่ง Rolex เหมือนกับบริษัท AMG หรือ Barbus ที่เเต่งเครื่องยนต์ให้กับรถเบนซ์

    เพจดังกล่าวยังระบุด้วยว่า ปกติ Pro Hunter จะทำนาฬิการุ่นนี้สองสี คือสีน้ำเงินกับสีเขียว เเต่นาฬิกาที่บิ๊กป้อมมีเป็น 2 สี น่าจะเป็นรุ่นที่สั่งทำพิเศษ เเละน่าจะเเพงกว่า 8 เเสนเเน่นอน โดยรูปนี้ถ่ายในวันพฤหัสบดีที่ 24 พ.ย.2559 เวลา 10.00 น. พล.อ.ประวิตรร่วมประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ครั้งที่ 4/2559.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น