ฝักถั่วผ่านร่างพรบ.ปปช. กรธ.ไม่ยื่นตั้งกมธ.3ฝ่าย

  • Tuesday, December 26, 2017 - 00:00


    สนช.ฝักถั่วโหวตพรึ่บ! ผ่านร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตต่ออายุ ป.ป.ช. ขณะที่ กรธ.ไม่ยื่นตั้ง กมธ. 3 ฝ่ายวีโต กม.ป.ป.ช.หลังอุ้มเด็กบิ๊กป้อม เหตุไม่ต้องการทำลายศาลรัฐธรรมนูญว่าวินิจฉัยปัญหาทับซ้อนตัวเองและลดเครดิต ป.ป.ช.จนดูแย่ในสายตาสังคมอีก

    ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เมื่อวันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา มีมติเสียงข้างมาก 197 ต่อ 1 เสียงเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญที่มี พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ สมาชิก สนช.เป็นประธานได้พิจารณาเสร็จแล้ว โดยมีสมาชิก สนช.งดออกเสียงจำนวน 7 คน

    ตามขั้นตอนจะต้องมีการส่งร่าง พ.ร.ป.นี้ที่ผ่านความเห็นชอบจาก สนช.ไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เพื่อพิจารณาว่าการแก้ไขเนื้อหาร่างกฎหมายของ สนช.ขัดต่อเจตนารมณ์หรือไม่ ก่อนจะตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกัน 3 ฝ่ายระหว่าง ป.ป.ช., กรธ. และ สนช.

    อย่างไรก็ตาม หากทั้ง ป.ป.ช.และ กรธ.ไม่เสนอให้ประธาน สนช.ตั้งคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย จะมีผลให้ร่าง พ.ร.ป.นี้ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป

    สำหรับประเด็นสำคัญที่ได้มีการแก้ไขคือ การตัดเนื้อหามาตรา 37/1 ออกไปทั้งหมด ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่ว่าด้วยการให้ ป.ป.ช.สามารถขออนุญาตจากอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เพื่อให้มีคำสั่งอนุญาตให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ได้มาซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับการทุจริตผ่านวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใดได้ จากเดิมที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้บัญญัติขึ้นมาใหม่ ภายหลังสมาชิก สนช.หลายคนได้อภิปรายคัดค้านจน พล.ต.อ.ชัชวาลย์ต้องประกาศขอถอนมาตรา 37/1 กลางที่ประชุม สนช.เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา

    ขณะที่มาตรา 178 ซึ่งบัญญัติว่า "ให้ประธานกรรมการ ป.ป.ช.และกรรมการ ป.ป.ช.ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระตามที่กำหนดใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 หรือพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 19 เว้นแต่กรณีตามมาตรา 19 (3) ในส่วนที่เกี่ยวกับการขาดคุณสมบัติตามมาตรา 9 และลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 11 (1) และ 18 มิให้นำมาใช้บังคับ"

    อันเป็นการกำหนดให้ประธาน ป.ป.ช.และกรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบันยังสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระตามกฎหมาย ซึ่งที่ประชุม สนช.มีมติเสียงข้างมาก 157 ต่อ 26 คะแนนเห็นชอบกับมาตรา 178 โดยมีสมาชิก สนช.ใช้สิทธิ์งดออกเสียง 29 คน

    แหล่งข่าว กรธ.เปิดเผยว่า ประเด็นเรื่องที่ สนช.แก้ไขกฎหมายให้ ป.ป.ช.อยู่ต่อไปนั้น ซึ่งแตกต่างจากร่างเดิมของ กรธ.ที่ให้รีเซตบุคคลที่มีคุณสมบัติขัดต่อรัฐธรรมนูญ กรธ.คงไม่ยื่นเรื่องต่อประธาน สนช.ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 267 เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญร่วมกัน 3 ฝ่าย ซึ่งประกอบไปด้วย กรธ., สนช. และ ป.ป.ช. รวม 11 คนเพื่อโต้แย้งมติของ สนช. เพราะไม่ต้องการไปทำลายองค์กรศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญที่เคยสร้างบรรทัดฐานในการวินิจฉัย ประเด็นที่ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินที่มีคุณสมบัติขัดรัฐธรรมนูญได้อยู่ในตำแหน่งต่อไปได้ หลัง 36 สนช.เคยเสนอยื่นตีความก่อนหน้านี้

    "เชื่อว่าหาก กรธ.โต้แย้งไปอาจเกิดประเด็น ทำให้มองว่าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกฎหมายที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนกับองค์กรตัวเอง เนื่องจากในครั้งที่ สนช.พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ก็แก้ไขให้ศาลรัฐธรรมนูญที่คุณสมบัติขัดต่อรัฐธรรมนูญได้อยู่ในตำแหน่งต่อไป และถึงคราวต้องวินิจฉัยคุณสมบัติของ ป.ป.ช.ก็จะเกิดประเด็นหนักขึ้นไปอีก โดยเฉพาะ สนช.ได้เขียนยกเว้นในเรื่องคุณสมบัติต้องห้ามที่ไม่มีใครทำกัน อีกทั้งยังเป็นการทำลายสถาบัน ป.ป.ช.ให้แย่ลงในสายตาสังคมไปมากกว่านี้อีกด้วย" แหล่งข่าวจาก กรธ.กล่าว

    ด้านนายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ.กล่าวว่า ในส่วนของการดำรงตำแหน่งต่อไปหรือไม่ของ ป.ป.ช. กรธ.คงไม่ไปโต้แย้งเพราะศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยว่า ให้เป็นไปตามบทเฉพาะกาลในรัฐธรรมนูญ มาตรา 273 ที่กำหนดให้การดำรงตำแหน่งขององค์กรอิสระเป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องที่ สนช.เป็นผู้เห็นชอบ แม้จะมีการยกเรื่องการเขียนยกเว้นในประเด็นลักษณะต้องห้าม ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญยังไม่เคยวินิจฉัย ก็เชื่อว่าไม่มีปัญหาเพราะเป็นเรื่องเดียวกันตามอำนาจของรัฐธรรมนูญ มาตรา 273 สำหรับประเด็นอื่นๆ ในร่างกฎหมายดังกล่าวจะมีอะไรขัดต่อเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญหรือไม่ ต้องรอให้มีการประชุม กรธ.อีกครั้งหลังช่วงหลังเทศกาลปีใหม่.

  • เปลว สีเงิน

    ก็เห็นใจ "อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์"! ที่ดิ้นสู้............ ถึงขั้นเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าการออกคำสั่ง คสช.ที่ ๕๓/๒๕๖๐ ของนายกฯ เข้าเงื่อนไขการใช้มาตรา ๔๔ หรือไม่? ในความเห็นผมนะ.......
  • บทบรรณาธิการ

    ข้อมูลที่สำคัญในการดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้กว่า 15 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปีงบประมาณ 2561 รวม 15 ปี งบประมาณ โดยรวมคือ 290,901.6 ล้านบาท
  • เอ็กซ์-ไซท์

    รพ.ตำรวจเตรียมทำวิจัยศึกษาสาเหตุการฆ่าตัวตายของตำรวจ หลังพบเพิ่มมากขึ้น
    แนะตรวจให้ละเอียด ตำรวจท้าเสกฟ้อง รอง ผบ.ตร.-ผบช.น.โต้นักร้องดัง ยันบุกจับกุมที่บ้านดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย จะใช้สิทธิฟ้องร้องก็เชิญ รองเลขาฯ อย.เตือนตรวจฉี่ซ้ำแยกแยะชนิดยา เสพติด
    จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับเอกชนผลิตสารเคลือบหมวกกันน็อกกำจัดกลิ่นและฆ่าเชื้อจูงใจคนสวมหมวกวิน
  • x-cite inside

    ปัจจุบันการเรียนรู้ของเด็กได้เปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนมากมาย โดยเฉพาะจากสื่อออนไลน์และเทคโนโลยีต่างๆ ที่สามารถเข้าไปพัฒนาการศึกษาของเยาวชนได้โดยไม่ต้องพึ่งตำราและการเรียนในห้องเพียงอย่างเดียว ที่จะทำให้เกิดความเครียดให้แก่ชีวิตพวกเขา รวมทั้งปัญหาสุขภาวะตามมาอีกด้วย
    เมื่อเทศกาลปีใหม่เวียนมาถึง ถือเป็นสัญญาณเริ่มต้นใหม่ของใครหลายๆคน ในการเปิดรับกับสิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต บางคนถือโอกาสบอกลาสิ่งไม่ดีในปีเก่า และบางคนใช้ปีใหม่นี้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยและพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างของตัวเอง หรือการเริ่มต้นทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่เคยทำ
    โรคติดต่อไม่เรื้อรัง (NCDs) ถือเป็นกลุ่มโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะการกินอาหารที่มากเกินไป รวมทั้งขาดการทำกิจกรรมทางกายที่นำมาโดยโรคอ้วน เบาหวาน หัวใจ ความดันโลหิตสูง อัมพาต อัมพฤกษ์ ที่ทำให้คนบนโลกนี้เสียชีวิตไปมากที่สุด และยิ่งนับวันคนไทยก็มีความเสี่ยงเป็นโรคเหล่านี้มากขึ้น